Porsche 911 Targa เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่เมืองดีทรอยต์

Home / Super Car / Porsche 911 Targa เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่เมืองดีทรอยต์

ปอร์เช่ เอจี เปิดศักราชใหม่ 2014 ด้วยการเปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ ปอร์เช่ 911 ทาร์ก้า Porsche 911 Targa (1) ในงานมหกรรมยานยนต์ North American International Auto Show (NAIAS) ให้ได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิด รูปลักษณ์ของรถสปอร์ตใหม่ล่าสุดคันนี้ ได้รับการออกแบบให้ผสมผสานความดั้งเดิมตามแบบฉบับของปอร์เช่เข้าไว้กับเทคนิคต่างๆ ที่นำไปสู่ความทันสมัยสุดคลาสสิค ปอร์เช่ 911 ทาร์ก้า (911 Targa) เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานแถลงข่าว

p42cfoqp

รูปลักษณ์ที่มีความเฉพาะ กับอุปกรณ์ที่ได้รับการพัฒนามากขึ้น คือจุดเด่นของรถคาเยนน์ แพลทินัม อิดิชั่น (Cayenne Platinum Edition(2)) ปอร์เช่รุ่นที่ 2 ที่ได้รับการเผยโฉมและเปิดตัวในดีทรอยต์ด้วยเช่นกัน คาเยนน์ (Cayenne) ซีรี่ย์พิเศษรุ่นนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 6 สูบ และยังมีอุปกรณ์ใช้งานที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นมาตรฐานให้กับรถอย่างครบครัน สร้างความแตกต่างด้วยการพ่นสีรถด้วยสีเงิน Platinum Silver Matallic และมีคุณสมบัติอื่นๆ เสริมเพิ่มเติมอีกด้วย

9k4bxcfa

ในประเทศสหรัฐอเมริกา ปอร์เช่เติบโตอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม จากการแนะนำรถปอร์เช่รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ ตลาดในสหรัฐอเมริกา คือตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับปอร์เช่ และในปี 2013 ปอร์เช่ทำยอดขายในภูมิภาคนี้ได้มากกว่า 40,000 คัน เป็นครั้งแรก โดยทำการส่งมอบรถ 42,323 คัน ให้กับลูกค้าในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่ผ่านมา (เพิ่มขึ้น 21% ในปี 2012) ปอร์เช่ส่งมอบ 911 ไปมากกว่า 10,000 คันซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 22% สำหรับรุ่น คาเยนน์ (Cayenne) ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องและเป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา ในปี 2013 นี้ด้วยเช่นกัน โดยทำยอดขายได้ถึง 18,507 คัน ซึ่งถือว่ารถสปอร์ตเอนกประสงค์คันนี้มียอดขายที่เพิ่มมากขึ้นถึง 19%

(1) อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงแบบวิ่งในเมืองอยู่ที่ 13.9 – 11.8 ลิตร/100 กิโลเมตร; อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงแบบวิ่งนอกเมืองอยู่ที่ 7.7 – 6.9 ลิตร/100 กิโลเมตร; อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 10.0 – 8.7 ลิตร/100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 อยู่ที่ 237 – 204 กรัม/กิโลเมตร; efficiency class: G, F**
(2) อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงแบบวิ่งในเมืองอยู่ที่ 13.2 – 8.4 ลิตร/100 กิโลเมตร; อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงแบบวิ่งนอกเมืองอยู่ที่ 8.0 – 6.5 ลิตร/100 กิโลเมตร; อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 9.9 – 7.2 ลิตร/100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 อยู่ที่ 236 – 189 กรัม/กิโลเมตร; efficiency class: E, C**