ช่วยตัวเอง ความสุขเล็กๆ ที่อาจต้องแลกด้วยชีวิต

Home / sex-playboy / ช่วยตัวเอง ความสุขเล็กๆ ที่อาจต้องแลกด้วยชีวิต

‘ช่วยตัวเอง’ความสุขเล็กๆ ที่อาจต้องแลกด้วยชีวิต

ช่วยตัวเอง ความสุขเล็กๆ ที่อาจต้องแลกด้วยชีวิต รูปที่ 1 การช่วยตัวเองถือเป็นกิจกรรมธรรมดา เป็นเรื่องสามัญที่หลายๆ คนน่าจะรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี

แต่กิจกรรมที่ว่ายังจะเป็นเรื่องธรรมดาอยู่อีกหรือเปล่าครับ เมื่อมันสามารถคร่าชีวิตน้อยๆ ชีวิตหนึ่งลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ !

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีการพบศพชายหนุ่มอายุ 16 ปี เสียชีวิตคาห้องพัก หลังจากได้ปฏิบัติภารกิจส่งตัวเองไปสู่สรวงสวรรค์ติดต่อกันถึง 42 ครั้ง โดยไม่หยุดพัก จนในที่สุดร่างกายรับไม่ไหว หนุ่มน้อยคนดังกล่าวจึงได้ไปสู่สรวง-สวรรค์ของจริงสมดังอารมณ์หมาย

เรื่องตายก็เรื่องหนึ่ง แต่สงสัยอยู่ว่าตำรวจรู้ได้อย่างไรว่าเขาช่วยตัวเองไปถึง 42 ครั้ง !

แต่อย่างน้อยๆ ทางฝ่ายผู้เป็นแม่ก็ออกมายอมรับว่าสาเหตุน่าจะมาจากความหมกมุ่นในเรื่องเพศ จนเกินไปของลูกชายตนนั่นเอง เพราะที่ผ่านมาเธอก็ทราบเรื่องนี้มาตลอด และกำลังคิดจะพาลูกชายของเธอไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว

ถึงแม้จะยังมีข้อสงสัยว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องจริงหรืือไม่ หรือเป็นเพียงเรื่องที่สร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ข่าวการช่วยตัวเองแบบนอนสต็อปจนเสียชีวิตในครั้งนี้ ก็ยังพานให้นึกไปถึงเหตุการณ์อันน่าสลดอื่นๆ ที่ทำให้นึกขึ้นได้ว่าจริงๆ แล้วการช่วยตัวเองที่น่าจะนำพามาซึ่งความสุข ก็สามารถพรากชีวิตของสาวกที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของมันมาแล้วไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เรียกว่า ‘ออโต้อีโรติก’ หรือการทรมานตัวเองเพื่อเพิ่มความสุขเมื่อถึงจุดสุดยอดในขณะสำเร็จความใคร่ อย่างที่เคยเป็นข่าวใหญ่โตสร้างความฮือฮาและความสงสัยให้กับคนทั้งโลกมาแล้ว ในรายของ เดวิด คาราดีน นักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดัง ที่ต้องมาจบชีวิตตัวเองอย่างน่าสลดภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ในสภาพศพสุดพิสดาร

คาราดีนใช้เชือกผ้าม่านผูกคอในลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอน เปลือยกายอยู่ในตู้เสื้อผ้า และจากการพิสูจน์ศพ พบว่าเขาใช้เชือกผูกรองเท้ามัดอวัยวะเพศโยงรัดคอจนขาดอากาศหายใจ เช่นเดียวกันกับไมเคิล ฮัทเชนซ์ อดีตนักร้องนำของวง INXS ก็เคยถูกพบเป็นศพด้วยการผูกคอตายในสภาพเปลือยกายในห้องของโรงแรมเมื่อปี 2540 และ เควิน กิลเบิร์ท นักแต่งเพลง นักดนตรีและโปรดิวเซอร์ ที่เสียชีวิตในอพาร์ตเมนต์ของเขาในปี 2539 ก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าด้วยอาการ ‘ออโต้อีโรติก’ เช่นเดียวกัน

ทั้งสองกรณีนี้อาจมีความแตกต่างกันตรงวิธีการ แต่จุดร่วมที่สำคัญอย่างหนึ่งคือผู้ที่มีอาการทั้งสองอย่าง จะอยู่ในอาการเหมือนคนติดยาเสพติด ไม่สามารถเลิกได้ และต้องพยายามหาทางเพื่อเพิ่มระดับความสุขขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นในรายแรกจึงออกมาในรูปของการช่วยตัวเองต่อเนื่องกันให้ได้มากครั้ง ที่สุด ส่วนในรายที่สองก็ต้องพยายามคิดหาวิธีที่พิสดารขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากว่าจินตนาการแบบเดิมๆ ไม่สามารถปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้อีกต่อไป

แม้การช่วยตัวเองจะเป็นวิธีการง่ายๆ ที่สามารถสร้างสุขได้ด้วยมือคุณ แต่ทุกอย่างควรอยู่ในเขตของความพอดี เพราะแม้จะเป็นการช่วยตัวเองแบบธรรมดาไม่ได้พิสดารมาก แต่หากทำบ่อยๆ เข้าก็อาจส่งผลเสียที่คาดไม่ถึงได้

จากการวิจัยพบว่า การช่วยตัวเองมากๆ อาจส่งผลทำให้เกิดอาการสมาธิสั้น เนื่องจากการช่วยตัวเองแต่ละครั้งต้องใช้พลังความคิดในจินตนาการค่อนข้างสูง หรือทำให้เกิดอาการหลั่งเร็ว และเลวร้ายที่สุด อาจทำให้ไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้ในเวลามีเพศสัมพันธ์จริงๆ เพราะเกิดการเคยชินกับสัมผัสของมือตัวเอง ซึ่งนับว่าเป็นฝันร้ายที่สุดของผู้ชายทุกคน เพราะนั่นเท่ากับว่าต่อไปนี้คุณจะไปถึงสวรรค์ได้ก็ด้วยมือของคุณเพียงอย่าง เดียวเท่านั้น ต่อให้มีหญิงสาวแสนสวยมาอยู่ตรงหน้าก็คงช่วยอะไรคุณไม่ได้แล้วละครับ (ฮา)

สุดท้ายคงได้แต่ฝากคำเตือนสั้นๆ ไว้เท่านี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการ ‘ช่วย’ ด้วยนะครับ