‘อกหัก’ รักษาได้ด้วยตนเอง

Home / sex-playboy / ‘อกหัก’ รักษาได้ด้วยตนเอง

“อกหัก” รักษาได้ด้วยตนเอง

อกหักเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิด หลายๆ คนก็เลยจะมีปฏิกิริยาตอบรับกับการสิ้นสุดความสัมพันธ์เมื่อคนรักมาตีจากแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการหนีออกจากบ้าน ประชดแฟน เผื่อเขาจะตามมาง้อ บางคนก็ทำร้ายตัวเอง เขาจะได้สงสารกลับมาดูแลเราอีก บางคนประชดด้วยการกินทุกอย่างที่ขวางหน้า นั่นไม่เพียงแต่ทำให้เขาไม่กลับมา ซ้ำร้ายเรายังหาคนใหม่ไม่ได้ เพราะรูปร่างหน้าตาไม่ดึงดูดซะแล้ว

 

 

'อกหัก' รักษาได้ด้วยตนเอง รูปที่ 1

ทำไมคนรักตีจาก?

เขาหรือเธออาจจะใช้ความอดทนอย่างสุดๆ และรวบรวมความกล้าอย่างมากมาย ในการที่จะบอกเลิกรากับเราแล้ว เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น การมานั่งคอยหวังว่าเขาจะกลับมาอีก คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้น้อยเต็มทน หรือถ้าเขากลับมาจริง คุณทั้งคู่ก็อาจจะต้องมาอยู่กับความรู้สึกเหมือนมีแผลอยู่ในใจ ลบยังไงก็ไม่หมด บางคนถึงกับหวาดระแวงพฤติกรรมของคนรักไปตลอดเลยก็มี

อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณประสบกับอาการอกหัก สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการใช้ความรุนแรง ลองมาใช้วิธีการที่จะแนะนำต่อไปนี้ในการปรับอารมณ์ และปรับตัวปรับใจของคุณจะดีกว่า

๑. ใช้เวลาของคุณให้เพลิดเพลินไปกับการช็อปปิ้ง หาสถานที่ซึ่งคุณสามารถจะซื้อข้าวของเพื่อมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนใหม่ ที่สดใสกว่าเดิม คุณอาจจะหาเพื่อนไปด้วยสักคนหรือสองคน เพื่อให้ช่วยกันออกความเห็นในการสร้างบุคลิกใหม่ที่น่าดึงดูดใจให้กับคุณได้ด้วย งานนี้ต้องลงทุนกันหน่อย

๒. เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ออกไปจากสถานที่เก่าๆ นี้ซะ บางคนอาจจะถือโอกาสลาพักร้อนไปพักผ่อนไกลๆ จะได้ไม่ต้องมานึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ในสถานที่เดิมๆ อีก แต่อย่าลืมชวนเพื่อนสนิทของคุณไปด้วยละ

๓. ไปออกกำลังกายเพื่อให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้น ก็น่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ อย่างน้อยก็เป็นโอกาสที่เราจะได้เริ่มทำอะไรใหม่ๆ อาจจะถือเป็นงานอดิเรกใหม่ๆ หรือการเล่นกีฬาอะไรเป็นประจำ เช่น ตีแบด ตีกอล์ฟ เล่นกีฬาทางน้ำ ฟิตเนส หรือบางคนอาจจะไปชกมวยเลยก็ได้ โอกาสนี้ยังอาจทำให้คุณได้พบเพื่อนใหม่ๆ ด้วย

๔. ตามใจตัวเอง ด้วยการไปอบไอน้ำ นอนแช่อ่าง อย่าไปคิดว่ากิจกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องเสียเวลา เพราะอย่างน้อยมันจะทำให้คุณรู้สึกสบายตัว และมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้

๕. ถ้าคุณอยากร้องไห้ ก็ร้องไปให้เต็มที่เลย คุณอาจจะจัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ขึ้นมาสักงานหนึ่ง เพื่อที่จะสลัดความหลัง จากนั้นคุณจะรู้สึกดีขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไป คุณจะนึกขำกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น

๖. จดจำความรู้สึกที่เลวร้าย ไม่ใช่นั่งคิดถึงเรื่องโรแมนติกของคนที่ตีจากคุณไป

๗. ทิ้งอะไรๆ ที่เป็นอนุสรณ์ของความรักเก่า ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย จดหมายรัก จะได้ไม่ต้องหยิบมาดูให้ช้ำใจอีกต่อไป

๘. ทำตัวเองให้ปลอดความเคยชินกับการไปไหนมาไหนเป็นคู่สักพักหนึ่ง แล้วไปหากิจกรรมอื่นๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว ใส่ความรู้สึกที่ว่าไม่มีอะไรจะมาหยุดคุณได้

๙. อย่าไปคิดว่าช็อกโกแล็ตเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ถ้าคุณคิดจะกินช็อกโกแล็ตเข้าไป ก็ให้คิดซะว่ามันเป็นขนมแสนอร่อย แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องไขมันส่วนเกินเอาไว้บ้างนะ

๑๐. ออกไปเต้นให้สุดเหวี่ยง โชว์ลีลานักเต้นคุณออกมาให้เต็มที่ อาจจะช่วยปลด ปล่อยความรู้สึกเศร้าสูญเสีย ของคุณลงไปได้บ้าง

๑๑. หาเวลาออกไปเที่ยวนอกเมือง
โดยคุณอาจจะหาเพื่อนทั้งชายทั้งหญิงกลุ่มใหญ่ไปด้วยกันสักกลุ่ม เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

๑๒. เมื่อคุณปรับเปลี่ยนบรรยากาศมาจนพอสมควรแล้ว ก็ต้องกลับมาเผชิญความจริง

๑๓. หาความรู้ที่สูงขึ้นมาใส่ตัว
เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำ ให้คุณรู้สึกว่าตนเองมีค่ามากขึ้น โดยอาจจะไปสมัครเรียนถ่ายภาพ ปีนเขา หรือเข้าอบรมคอมพิวเตอร์เลยก็ได้ ทำตัวของคุณเองให้ยุ่งๆ เข้าไว้ และอีกอย่างหนึ่ง อาจจะมีใครดีๆ ที่คุณจะได้พบในระหว่างการไปเรียนรู้หรือเข้ารับการอบรมนี้ก็ได้

๑๔. หาสัตว์เลี้ยงที่มีความซื่อสัตย์กับคุณมาเลี้ยง ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่เลวเลยทีเดียว

๑๕. ผู้ชายหรือผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวในโลก

 

 

'อกหัก' รักษาได้ด้วยตนเอง รูปที่ 2

“อกหักดีกว่ารักไม่เป็น”


ทำไมต้อง “เลิกกัน”

ถ้าเลือกได้คนที่มีความรักมักไม่ต้องการ “เลิกกัน” แต่ถ้าต้องจากกันขึ้นมาล่ะ จะทำอย่างไรไม่ให้เจ็บเกิน ต่อไปนี้คือความจริง ๑๐ ข้อของการ “เลิกรา” ที่อาจทำให้คุณเจ็บน้อยลงเมื่อต้องจาก อ่านแล้วจะรู้ว่า คนเราจากกันไม่จำเป็นต้อง “ด้วยไม่ดี” เสมอไป แต่ถ้าจำเป็นต้อง “เลิกกัน” จากกันด้วยดีน่าจะดีกว่า

๑. การเลิกกันลำบากใจ ทั้ง ๒ ฝ่าย
เมื่อบอกเลิกกับคุณไปแล้ว เขาคนนั้นเป็นห่วงเป็นใยคุณอยู่นะ เพียงแต่เป็นในฐานะอื่นที่ไม่ใช่แฟน ก็เท่านั้นเอง

๒. ขอให้เชื่อว่าไม่มีใครอยากทำร้ายคนอื่น
โดยเฉพาะกับคนรักกันไม่มีใครคิดร้ายต่อกัน แต่ด้วยสถานการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นกับทั้ง ๒ ฝ่ายมาบรรจบกัน ถ้าคุณคิดจะทำให้เขารู้สึกผิดเพื่อล้มเลิกการบอกลาครั้งนี้ รู้หรือเปล่าว่าคุณไม่เพียงแต่กำลังหลอกตัวเองเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ แล้วจะยิ่งปวดหัวพร้อมกับปวดใจกันเข้าไปใหญ่ในอนาคต

๓. การเลิกกันไม่ได้หมายความว่าคุณทำอะไรผิด
เพียงแต่คุณกับเขาไปกันไม่ได้ และไม่ได้ทำให้คุณค่าในตัวคุณลดลงด้วย

๔. ถ้าคุณอยากจะร้องไห้ ร้องไปเลย
อย่า เผลอไปแสดงอาการฟูมฟายต่อหน้าคนไม่คุ้นเคยเท่านั้นก็พอ ทางที่ดีไปหลบเลียแผลใจกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวจะดีกว่า ยิ่งคุณตัดเขาจากชีวิตเร็วเท่าไหร่ คุณยิ่งจะเยียวยาหัวใจตัวเองได้เร็วเท่านั้น

๕. การเลิกกันไม่ใช่เรื่องง่าย
พยายามบังคับตัวเองให้ได้ อย่าปล่อยให้อารมณ์หม่นหมองมาครอบงำคุณจนเสียศูนย์ บอกกับตัวเองไว้ ฉันต้องทำได้ ฉันต้องทำได้

๖. เวลาเลิกกันมักจะตามมาด้วยการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปมีแฟนใหม่
ถ้าคุณพบว่าตัวเองโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เมื่อได้ยินว่าอดีตคนรักไปมีแฟนใหม่ รู้ไว้ว่าคุณยังปกติดีอยู่ ปล่อยให้ตัวเองคร่ำครวญหวนไห้ไปเถอะ เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาแผลใจ เดี๋ยวอีกหน่อยก็ดีขึ้นเอง

๗. ความโกรธไม่มีประโยชน์กับใครทั้งนั้น
เพราะยิ่งคุณร้ายเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้ตัวเองดูแย่มากเท่านั้น และคนที่จะรู้สึกแย่ที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ตัวคุณเองนั่นล่ะ

๘. ความเจ็บปวดและ “อายชาวบ้าน”
ไม่ต้องไปอายใคร ถ้าก้าวข้ามความอับอายนี้ไปได้ คุณจะหายเจ็บได้เร็วขึ้น

๙. ไม่ควรมีใครเจ็บปวดเพราะความรัก
อย่าทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีกด้วยการรู้สึกอึดอัดคับข้องใจจงอยู่กับความจริง และหาทางระบายอารมณ์โกรธออกมา อย่าอัดอั้นไว้ แล้วความเจ็บปวดก็จะค่อยๆ หายไปเอง

๑๐. จากกันด้วยดี ตอนนี้คุณอาจจะรู้สึกว่าโลกทั้งโลกพังไปต่อหน้าต่อตา
อนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ คุณกับเขาอาจจะกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง เพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้จากกันด้วยดี


ถ้าคุณเลือกปิดฉากความรักครั้งนี้ด้วยความรู้สึกแย่ๆ ต่อกัน เท่ากับคุณปิดโอกาสสำหรับอนาคตลงแล้วอย่างสิ้นเชิง ถึงจะไม่ได้กลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม แต่อย่างน้อยๆ คุณกับเขาอาจเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันก็ได้

 

ที่มา : หมอชาวบ้าน

 


 

POSTED BY

แฟชั่น 4 พระเอก 4 รุ่น ครบรอบ 4 ปี นิตยสาร CRUSH รูปที่ 10 
 

 

ชาว Men.Mthai ตามติดสาระน่ารู้ เรื่องน่าสนใจ อัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ กันตลอดได้ที่

 

www.facebook.com/Men.Mthai

http://twitter.com/X_Samurai_X