มีแฟนสักครั้งเป็นสีสันให้ชีวิต

Home / sex-playboy / มีแฟนสักครั้งเป็นสีสันให้ชีวิต

“มีแฟนสักครั้งเป็นสีสันให้ชีวิต”
สมมติฐาน : เรื่องแฟนเป็นแค่แฟชั่น เป็นสีสันสำหรับชีวิต
ข้อความสนับสนุน :

เคยมั้ยเวลาที่เห็นคนอื่นเดินจูงมือกันแล้วแอบอิจฉา… เคยมั้ยเวลาที่เห็นคู่รักเขาป้อนข้าวกัน อ้ำ.. แล้วเกิดเบื่อมือตัวเองขึ้นมาดื้อๆ (ทำไมไม่เป็นมือคนอื่นมาป้อนเราซักที)… เคยมั้ยที่เห็นเพื่อนขอตัวไปเที่ยวกับแฟนแล้วทิ้งเราให้รู้สึกเคว้งจนต้องกลับบ้านคนเดียว…. ตอนแรกๆ คุณไม่ได้รู้สึกขาดอะไร ไม่ได้รู้สึกทุกข์ใจ แต่เจอแบบนี้บ่อยๆ ก็ทำเอารู้สึกขาดๆ อะไรบางอย่างเหมือนกัน

การที่ไม่มีแฟน อาจกลายเป็นเรื่องตลก เป็นโรคน่ารังเกียจให้เพื่อนได้ล้อกัน กิ๊วๆ ก็ได้

มีแฟนสักครั้งเป็นสีสันให้ชีวิต รูปที่ 1

* ถ้าเป็นผู้หญิง จะโดนเหน็บว่า “อะไรกันยะเธอ หน้าตาก็ไม่ได้น่าเกลียดน่ากลัวตัวละบาท แค่ผู้ชายซักคนทำไมจับไม่ได้ซักที หรือว่าแอบมีนิสัยไม่เข้าท่า”
* ถ้าเป็นผู้ชาย จะโดนล้อว่า “มึงจีบใครไม่เป็นหรือไง ถ้าตื๊อๆ มันก็ต้องได้ซักคนอยู่แล้ว ไม่มีทางแห้วตลอดหรอก เอ…หรือว่ามึงไม่สนผู้หญิง เกย์นี่หว่า..”

ซึ่งถ้าใครก็ตามที่โดนล้อแบบนี้แล้วพยายามมากขึ้นในการหาแฟน ร้อยทั้งร้อยก็เป็นการหาตามแรงยุ  หรือเบื่อโดนล้อแล้ว หรือไม่ก็กลบเกลื่อน แต่คงไม่ได้หาเพราะอยากจะมีเองหรอก

    ทำไมใครๆ ก็อยากมีแฟนกันนักหนา “เพราะมันเป็นการ color up ชีวิตของเราไงล่ะ!!” ลองคิดว่ามีคนกินข้าวด้วย ดูหนังด้วย ร่วมหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับเราเวลามีความสุข (หัวเราะคนเดียวจะดูเหมือนคนเมากัญชา…) เห็นมั้ย… ว่าชีวิตมีสีสันขึ้นขนาดไหน ยิ่งมีแฟนหน้าดีไว้อวดประชาชีก็จะยิ่งดีใหญ่ ใครๆ ก็ชมว่าเอ็งแน่  คราวนี้พอเห็นคนอื่นเขามี มันก็อยากมีบ้าง ก็มันดู enjoy ดีน่ะ กลายเป็นแฟชั่นอยากมีแฟนตามๆ กันไป

    แฟชั่นคือการล้ำสมัย เด่นกว่าใคร กะอีแค่กางเกงหลวมมันยังไม่สะใจเท่าหลวมจนจะหลุดตูด แพลมให้เห็นขอบกางเกงใน ฉันใดก็ฉันนั้น… คนบางคนก็เลยไม่สะใจกับการคบแฟนคนเดียว ชอบเป็นนายท่าหัวลำโพงสับรางรถไฟสายมรณะซะมากกว่า สับรางทันก็ดีไป พลาดเมื่อไหร่ตายทันที…

    พี่แต๊ก เป็นรุ่นพี่ที่มี technique แพรวพราวเหลือเกิน ภายใต้หน้าตาที่หงิมสุดๆ กลับมีนิสัยชอบคบสาวครั้งละครึ่งโหล สับรางตั้งแต่วันจันทร์ชนวันจันทร์ (ไม่มีว่างเลย) โทรศัพท์มือถือไม่มีการ mem เบอร์สาวเข้า phonebook เด็ดขาด เพราะเดี๋ยวโดนสาวค้นเจอ สาวไหนถามก็อ้างว่า “จำได้ขึ้นใจแล้วจ้า” คุยโทรศัพท์กับสาวอีกคนในขณะที่กำลังเที่ยวกับสาวอีกคน โดยทำให้เข้าใจว่ากำลังคุยโทรศัพท์กับแม่ (เอ่อ สำหรับหนุ่มที่สนใจเคล็ดลับแบบนี้ กรุณาติดตามคอลัมน์ผมต่อไป…)

    เพื่อนผมอีกคนเคยตื่นมาเจอกับอีโต้เล่มโต วางอยู่หว่างขา พร้อมกับมีเสียงซักโครกเป็น backing track เพราะแฟนคนที่ 1 เธอจับได้ว่าเจ้านี่ไปกุ๊กกิ๊กสาวอื่น แม้ว่าเธอจะไม่ได้ “เฉือน” จริงๆ ทำไปแค่ขู่  แต่แค่นี้ก็ทำเจ้าเพื่อนผมมันผวาตอนตื่นทุกครั้งแล้วก็ต้องสำรวจระยางร่างกายว่ายังอยู่ครบ…
    
    มีตัวอย่างเป็นสาวเจ้าชู้อีกคนหนึ่งซึ่งแสบไม่ใช่เล่น เธอชื่อ น้องเอม เธอมีผู้ชายมาแจกขนมจีบอยู่เยอะแยะ เธอบอกกับหนุ่มๆ เหล่านั้นว่าให้คบเป็นเพื่อนไปก่อนสนิทกว่านี้แล้วค่อยเป็นแฟนกัน แต่ก็ไปดูหนังกินข้าวกับคนโน้นคนนี้เรื่อย (ทำตัว… อย่างกับดาราเลยแฮะ) คำพูดของเธอเป็นการ “กั๊ก” ให้ทุกคน (รวมทั้งผมด้วย…ให้ตายเหอะ) คิดไปว่ามีกำลังเป็น “ว่าที่แฟน” ของเธอ นอกจากเธอจะได้ proud ที่เอาหนุ่มๆ แต่ละคนไปอวดเพื่อนๆ ที่คณะแล้ว ส่วนสาวเจ้ายังได้กินฟรี… ดีกว่า Happy Meal เสียอีก สุดท้ายพอความแตก ชายหนุ่มของเธอจึงรวมหัวกันประจานแหลกถึงในคณะของเธอเลย…(ผมรู้ตัวชิ่งไปก่อนแล้ว เลยไม่ได้ร่วมประชุมเพลิงด้วย แย่จัง!!)

    คบแฟนให้เป็นสีสันของชีวิต ให้ได้รับรู้ถึงชีวิตอีกแบบหนึ่งมันก็ไม่แปลกหรอกครับ ก็ใครๆ เขาก็มี คบไว้เป็นสีสันให้แก่กัน  โลกของคุณจะได้ไม่ซึม ไม่จืดจนเกินไป ยังไงก็ไม่ค่อยมีคนไหนที่มองแฟนเป็น “คู่ชีวิต” ไปจนตายอยู่แล้ว แต่ก็ให้ความสำคัญกับแฟนของคุณซักนิด…ด  ถึงจะมีสีสันแต่ถ้าไม่ตั้งใจระบาย ชีวิตอาจจะไม่สวยก็ได้นะ

Q.E.D. ซึ่งต้องพิสูจน์

Hypothesis of Nonsense
Text : Nastieboy C.R.