HOUSE OF WALKER ประสบการณ์ครั้งใหม่ ในรูปแบบ 4D Sensory

Home / Event / HOUSE OF WALKER ประสบการณ์ครั้งใหม่ ในรูปแบบ 4D Sensory

HOUSE OF WALKER ประสบการณ์ครั้งใหม่
ในรูปแบบ 4D Sensory ครั้งแรกของเมืองไทย

Untitled-1

เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าจะไปปาร์ตี้ ชื่อของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ คงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่คนมักจะไปกัน ด้วยความหรูหรา อลังการ ความเอ็กซ์คลูซีฟที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแขกที่ได้ไป ซึ่งดูได้จากงานที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะเป็นงาน THE BLACKLIST ปาร์ตี้ขนาดกลางที่จัดตามผับหรูต่างๆ, งาน The John Walker & Sons Voyager ปาร์ตี้ขนาดใหญ่ที่เกิดจากการเดินทางล่องเรือและเทียบท่าเรือยอร์ชสุดหรูหราที่กรุงเทพมหานครของเรา, งาน THE BLACKLIST The Iconic Journey ปาร์ตี้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดหรูหราบนรถไฟ The Oriental Express สู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีแขกและเซเลบริตี้ที่มีชื่อเสียงมาร่วมงานมากมาย, งาน John Walker & Sons The Prestige and Rare Collection ที่นำคอลเล็คชั่นวิสกี้ที่หายากที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดง เหล่านี้คือข้อพิสูจน์ถึงความหรูหรา ยิ่งใหญ่ และเอ็กซ์คลูซีฟของปาร์ตี้จาก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์

Untitled-2

และสิ่งสำคัญที่เป็นแก่นแท้ของทุกๆ ปาร์ตี้ที่เกิดขึ้นก็คือวิสกี้ชั้นเลิศที่คุณจะได้สัมผัสในทุกๆ งาน ซึ่งนี่คือสเน่ห์ดึงดูดที่เป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพและมาตรฐานของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ มาโดยตลอด และในครั้งนี้ HOUSE OF WALKER มหกรรมการเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2014 ที่จะทำให้ประสาทสัมผัสทั้งหมดทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ของคุณพลุ่งพล่านไม่หยุดจากประสบการณ์ 4D Sensory ครั้งแรกของเมืองไทย ก็จะขาดวิสกี้ชั้นเลิศนี้ไปไม่ได้อย่างแน่นอน

Untitled-3

โดยเฉพาะในครั้งนี้ที่พิเศษกว่าที่ผ่านมา เพราะว่ามีบาร์เทนเดอร์ระดับโลกหรือเวิลด์คลาสมิกซ์โซโลจิสต์จากการแข่งขัน “Diageo Reserve World Class” ซึ่งเป็นที่รู้จักและยอมรับในการปรุงแต่งความละเมียดละไม มาปรุงแต่งค็อกเทลสุดพิเศษที่ไม่สามารถหาได้ที่ไหนในโลกได้อีก เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ 4D Sensory ได้ในทุกขั้นตอน

Untitled-4

เริ่มจากเมนูแรกสำหรับ Johnnie Walker Red Label กับค็อกเทลที่มีชื่อว่า “Phoenix Realm” โดยฝีมือการรังสรรค์ของหนึ่งในสี่ผู้ชนะ “Diageo Reserve World Class” ประเทศไทย “ฝาเบียร์ – สุชาดา โสภาจารี” ซึ่งได้นำส่วนผสมจาก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล น้ำมะนาวคั้นสด น้ำเชื่อมลูกกระวาน และน้ำสับปะรด มาผสมรวมกันเพื่อนำเสนอรสชาติฟรุตตี้และสไปซ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล พร้อมเสิร์ฟในแก้วมาร์ตินี่สุดหรู และปิดท้ายด้วยความร้อนแรงจากเปลวไฟสีแดงที่ถูกจุดขึ้นเพื่อเปิดประสาทสัมผัสให้คุณดื่มด่ำความเป็นเรดได้ดียิ่งขึ้น

Untitled-5

เมนูที่สองสำหรับ Johnnie Walker Black Label กับค็อกเทลที่มีชื่อว่า “Black to the Past” โดยฝีมือของ “ต้น – พงศ์ภัค สุทธิพงศ์” หนึ่งในสี่ผู้ชนะ “Diageo Reserve World Class” ประเทศไทยเช่นกัน ที่ได้นำความสมบูรณ์แบบของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ก เลเบิ้ล และชาดำโฮมเมดมาผสมกัน พร้อมเติมความหวานด้วยแยมแบล็กเคอร์เรนต์สูตรเข้มข้น และไวน์องุ่นลงไปเล็กน้อย ก่อนจะเติม Peychaud’s Bitters ผสมให้เข้ากันจนเกิดเป็นเครื่องดื่มสีดำเข้มใส่ขวดพร้อมรมควัน และเสิร์ฟพร้อมแก้วร็อคบรรจุไอซ์บอลที่ประดับด้วยส้มสุดงดงาม

Untitled-6

ในส่วนของ Johnnie Walker Gold Label Reserve ก็ได้สุดยอดมิกซ์โซโลจิสต์ “หนึ่ง – รณภร คณิวิชาภรณ์” ที่ได้คว้ารางวัลอันดับ 11 ในการแข่งขัน “Diageo Reserve World Class” ระดับโลกในปีล่าสุด ซึ่งนับว่าเป็นอันดับที่สูงที่สุดเท่าที่คนไทยเคยทำได้ และ อันดับ 3 ในหมวดหมู่มัลติเซนซอรี่ ที่บรรจงใช้จินตนาการสุดบรรเจิดในการผสมผสานท่วงทำนองของบทเพลงมาเล่าเรื่องราวผ่านการออกแบบค็อกเทลในรูปแบบเฉพาะตัว และใน HOUSE OF WALKER ครั้งนี้ เขาก็ได้บรรจงปรุงแต่งเมนูสุดหรูหราอย่าง “1920 Rhapsody” ซึ่งได้นำเอา จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โกลด์ เลเบิ้ล รีเซิร์ฟ ผสมกับน้ำมะนาว น้ำเสาวรส และเติมความหวานด้วยน้ำเชื่อมวานิลลาและน้ำเชื่อมหวาน Falernum ที่ละมุนทุกสัมผัส พร้อมเพิ่มความระยิบระยับและเปล่งประกายด้วยผงทองที่ประดับอย่างสวยงาม เสิร์ฟในแก้วมาร์ตินี่ไร้ก้าน บนชิลเลอร์ที่รองรับด้านใต้ นับว่าเป็นค็อกเทลที่นำเสนอจิตวิญญาณของการเฉลิมฉลองออกมาได้อย่างแท้จริง และค็อกเทลทั้ง 3 สูตรสุดพิเศษนี้คือแก่นแท้และคุณค่าที่คุณจะได้พบเจอใน HOUSE OF WALKER

Untitled-7

แต่นั้นยังไม่ใช่ความเอ็กซ์คลูซีฟทั้งหมดที่คุณจะได้สัมผัสในงานนี้ เพราะนอกจากเครื่องดื่มที่ถือว่าเป็นหัวใจของปาร์ตี้จาก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แล้ว คุณยังจะได้พบกับอาหารชั้นเลิศที่ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ได้บรรจงคัดสรรมาเพื่อต้อนรับแขกทุกท่านที่จะเข้ามาสู่คฤหาสน์ 4D Sensory หลังนี้อีกด้วย โดยร้านอาหารชื่อดังที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้ 4 ร้าน 4 สไตล์ ซึ่งประกอบไปด้วย Hyde & Seek, Roof Hideaway, Perfume และ Vesper

Untitled-8
สำหรับร้านแรก Vesper ร้านอาหารน้องใหม่ใน 4 ร้านนี้ ที่เริ่มต้นจากความชื่นชอบในการดื่ม และได้รับแรงบันดาลใจจากยุโรปทั้งในด้านการตกแต่งและจิตวิญญาณของการปรุงอาหารและเครื่องดื่ม จึงนำศาสตร์ทั้ง 2 มาผสมผสานบวกความเรียบง่ายแบบสมัยใหม่กับความหรูหราแบบคลาสสิคไว้ด้วยกัน ทำให้ได้เมนูอาหารที่ถอดแบบมาจากขนบดั้งเดิมสไตล์สแปนิช-อิตาเลียน โดยการควบคุมคุณภาพจาก “เชฟ Luca Appino” เพื่อให้อาหารเข้ากับค็อกเทลได้เป็นอย่างดี ซึ่ง Vesper ได้รังสรรค์ Signature Dish เมนูนี้ให้กับ HOUSE OF WALKER ด้วยความตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์แบบ 4D Sensory ให้กับแขกของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โดยยังคงคอนเซ็ปท์ของอาหารสไตล์อิตาเลียนไว้อย่างเต็มเปี่ยม ทุกจานที่เสิร์ฟนั้น เชฟ Luca ได้คิดค้นมาอย่างดีให้เข้ากับ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แต่ละชนิด โดยแขกสามารถซึมซับกลิ่นอายที่ถูกถ่ายทอดจากอีกฟากฝั่งโลกนี้ได้ในวันที่ 10 – 15 ธันวาคม 2557

Untitled-9

สำหรับร้านที่สองคือ Perfume ร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องการสร้างอารมณ์และความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นกับเครื่องดื่มและอาหารสุดพิเศษ ด้วยคอนเซ็ปท์ “Fragrance Bar and Aromatic Cuisine” ที่ผสานกลิ่นหอมหวานเย้ายวนเข้ากันกับรสชาติอันล้ำเลิศ Perfume รังสรรค์อาหารและเครื่องดื่มด้วยความเชี่ยวชาญในศิลปะการผสมเครื่องดื่มในรูปแบบ Molecular โดย Signature Dish ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นในครั้งนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปรัชญาอันยิ่งใหญ่ ‘Keep Walking’ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Perfume เองมีวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ดังจะเห็นได้จากนวัตกรรมและการพัฒนาทางด้านอาหารตลอดเวลา เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยมีเชฟสุดยอดฝีมืออย่าง “เชพอิ๊ก – บรรณ บริบูรณ์” ที่ตั้งใจให้ Signature Dish จานนี้จุดประกายความตื่นเต้นในการรับรู้ของทุกประสาทสัมผัส คุณสามารถพบกับความมหัศจรรย์ของศิลปะอาหารยุคใหม่นี้ได้ในวันที่ 16 – 21 ธันวาคม 2557

Untitled-10

ร้านต่อมาคือ Hyde & Seek ร้านอาหารที่เปี่ยมไปด้วยมาตรฐานการทำอาหารและวัตถุดิบคุณภาพดี ตามแบบฉบับของ “เชฟเอียน – พงศ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย” เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย และ “เชฟปีเตอร์ พิทักษ์วงศ์” ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารสไตล์ Molecular Gastronomy อันเป็นนวัตกรรมในการรังสรรค์อาหารรูปแบบใหม่ที่นำหลักการทางวิทยาศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ เข้ามาใช้ โดยการดัดแปลงอนุภาคในมวลสาร ทำให้เกิดเป็นอาหารที่มีรูปร่างหน้าตาแบบใหม่ ซึ่งเทคนิคอันโดดเด่นนี้ถูกนำมาใช้เพื่อถ่ายทอดให้อาหารสไตล์อเมริกันมีชีวิตชีวาและโดดเด่นกว่าเคย ซึ่งในการร่วมมือกับ HOUSE OF WALKER ครั้งนี้ Hyde & Seek ได้หยิบเอาแรงบันดาลใจจากการจินตนาการถึงแหล่งกำเนิดของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาอันสูงชัน ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม มหาสมุทรแอตแลติกอันเวิ้งว้าง และวัตถุดิบท้องถิ่นจากสก็อตแลนด์มาถ่ายทอดผ่าน Signature Dish ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน คุณสามารถพบและสัมผัสรสชาติอาหารสไตล์อเมริกันดั้งเดิมในรูปแบบใหม่นี้ได้ในวันที่ 22 – 27 ธันวาคม 2557

Untitled-11

สำหรับร้านสุดท้ายคือ Roof Hideaway ร้านนี้โดดเด่นในการการผสมผสานระหว่างการรับประทานอาหารแบบแคชชวลไดน์นิ่งกับบรรยากาศอันแสนสบายเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงยังโดดเด่นในเรื่องของการรังสรรค์อาหารสไตล์ฟิวชั่น ที่หยิบเอาอาหารเมนูที่ถูกปากคนไทยมาผสมกับสไตล์อันเป็นสากล ซึ่งจะทำให้คุณได้ดื่มด่ำรสชาติที่คุ้นเคย ในความรู้สึกที่แปลกใหม่มากยิ่งขึ้น “คุณหนึ่ง-รณภร คณิวิชาภรณ์” สุดยอดเวิลด์คลาสมิกซ์โซโลจิสต์ที่มีสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์และความสามารถในการผสมผสานกลิ่นอายความเป็นไทยที่ทำให้หลายคนติดตรึงในรสสัมผัสกันมาแล้ว จะเป็นผู้สร้างสรรค์ Signature Dish เมนูพิเศษให้กับ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ในงาน HOUSE OF WALKER ซึ่งเมนูนี้จะทำให้ 4D Sensory ของคุณพุ่งทะยานถึงขีดสุด และเติมเต็มประสาทสัมผัสให้กับคนที่มาร่วมงานนี้อย่างแท้จริง พบกับอาหารฟิวชั่นล้ำสมัย ในรสชาติที่ถูกปากได้ในวันที่ 28 ธันวาคม 2557 – 3 มกราคม 2558

Untitled-12

ทั้งหมดนี้คือความเอ็กซ์คลูซีฟที่คุณจะได้พบ นอกเหนือจากความบันเทิงเต็มรูปแบบที่ถูกสังสมประสบการมาอย่างยาวนานจาก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ซึ่งจะมาเติมเต็มประสบการณ์การเฉลิมฉลองที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์ทั้งหมดนี้ได้ที่งาน HOUSE OF WALKER ณ ลานพาร์ค พารากอน 10 ธันวาคม 2557 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2558 สำรองที่นั่งของคุณได้ที่ www.HouseofWalkerTH.com หรือโทร 02-800-8088 และสามารถติดตามรายละเอียดและข่าวสารได้จาก www.facebook.com/JohnnieWalker และ Hashtag #HouseofWalker #JohnnieWalkerTH