รวมที่สุดของสินค้าประมูลหายากจากทั่วโลก

Home / Alure, men around / รวมที่สุดของสินค้าประมูลหายากจากทั่วโลก
amazing! most wanted auction รวมที่สุดของสินค้าประมูลหายากจากทั่วโลก

menthai ของเราคราวนี้ขอพาทุกท่านไปร่วมชมสินค้าประมูลจากทั่วโลก โดยสินค้าแต่ละชิ้นยิ่งกว่าคำว่าหายากหลายเท่า เพราะบางทีเป็นของที่ตกทอดกันมาหลายรุ่น หรือบางชิ้นไม่เคยมีใครเห็นมาหลาย 10 ปี แต่คราวนี้เราจะพาคุณไปสัมผัสสิ่งของเหล่านั้นกัน

thunderball-1

thunderball-2

รวมที่สุดของสินค้าประมูลหายากจากทั่วโลก

FRANK MCCARTHY THUNDERBALL ORIGINAL ARTWORK

Frank McCarthy ศิลปินชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงในการวาดโปสเตอร์ให้ภาพยนตร์ดังๆ หลายต่อหลายเรื่องที่หลายคนรู้จักกันดี โดยเฉพาะแฟนหนังรุ่นเก๋าที่เชื่อว่าผลงานของ Frank  McCarthy ต้องผ่านตามาบ้าง โดยผลงานสร้างชื่อของเขาคือ James bond ในภาค THUNDERBALL ที่มี Sean Connery รับบทเป็นพระเอก แต่ผลงานชิ้นอื่นๆ ของเขาก็ล้วนแต่เป็นงานมาสเตอร์พีซทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น The Ten CommandmentsThe Dirty Dozen และ Once Upon a Time in the West แต่ที่โด่งดังที่สุดกลับเป็นการทำให้กับหนังชุด James bond และได้มีการนำงานต้นฉบับที่วาดด้วยสี casein ออกมาประมูล ถือว่าเป็นงานชิ้นประวัติศาสตร์ที่หลายคนต้องการมีไว้ครอบครองโดยงานดังกล่าวมีขนาด 35.8 x 23.6 นิ้ว มีทั้งหมด 2 ภาพคือฉากที่ James bond บินขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยเครื่องไอพ่นในชื่อภาพ “Look Up!”  กับอีกภาพที่ต่อสู่กับผู้ร้ายใต้มหาสมุทรชื่อภาพ “Look Down!” คาดว่าทั้ง 2 ภาพจะทำราคาได้สูงสุดถึง 40,000 เหรียญสหรัฐฯ ประมาณ 1,320,000 บาท จากราคาเริ่มต้น 28,000 เหรียญสหรัฐฯ

1963 TRIUMPH BONNEVILLE 1

1963 TRIUMPH BONNEVILLE 2

1963 TRIUMPH BONNEVILLE 3

STEVE MCQUEEN’S 1963 TRIUMPH BONNEVILLE MOTORCYCLE

มองเผินๆ อาจจะเห็นว่ามอเตอร์ไซค์คันนี้ดูธรรมดาแต่จริงๆ แล้วมอเตอร์ไซค์คันนี้เคยถูกครอบครองโดย Steve McQueen’s ซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวู้ดฉายา ‘King Of cool’ ผู้ล่วงลับ และ Triumph Bonneville ปี 1963 ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ประวัติศาสตร์อีกคันของโลกเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านั้นมันเคยเป็นของ Bud Ekins สตันท์ชื่อดังระดับโลกอีกคนในสมัยนั้น ซึ่งก็เป็นเพื่อนสนิทของ Steve McQueen’s ด้วยเพราะทำงานด้วยกันในภาพยนตร์เรื่อง The Great Escape มาก่อน จึงไม่น่าแปลกใจที่ Triumph Bonneville คันนี้ถูกปรับแต่งจูนเครื่องและโมดิฟายด์ให้ออกมาเป็นมอเตอร์ไซค์แข่งออฟโรดแบบเต็มพิกัด นอกจากนี้ยังได้ Kenny Howard ผู้ก่อตั้งแบรนด์ von dutch มาเป็นผู้ทำสีตัวถังให้อีกด้วย เรียกว่ามอเตอร์ไซค์คันเดียวมีผู้เกี่ยวระดับโลกถึง 3 รายและกลายเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และคาแร็คเตอร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่ไบค์เกอร์และนักสะสมทั่วโลกต้องการมันมาครอบครอง ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 50,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,650,000) คาดว่าจะจบที่ราคา 50,000 เหรียญสหรัฐฯ มาก

LUCKY STRIKE SPY CAMERA1

LUCKY STRIKE SPY CAMERA2

LUCKY STRIKE SPY CAMERA

ถ้าใครชอบดูหนังประเภทสายลับทั้งหลายจะต้องเคยเห็น LUCKY STRIKE SPY CAMERA อุปกรณ์ไฮเทคที่โผล่มาช่วยพระเอกในยามฉุกเฉินจนทำให้ภารกิจสำเร็จทุกครั้ง แต่ใครจะไปคิดว่าเมื่อ 65 ปีก่อนจะมีอุปกรณ์แบบนี้กับเขาด้วย แต่มันก็มีจริงๆ มันคือ Lucky Strike Spy Camera กล้องสอดแนมที่มาในรูปแบบซองบุหรี่ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1950 โดย US Signal Corps โดยกล้องสอดแนมตัวนี้ถูกผลิตมาให้พอดีกับกระเป๋าในช่องเสื้อคลุม เลนส์เป็นชนิด a f/2.7 17.5mm Sonnar การันตีว่าชัดเจนแน่นอน โดยใช้กับฟิล์ม 16mm. พร้อมเครื่องวัดแสงในตัวขนาดอยู่ที่  18 x 16 มม.   ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 41,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ  1,353,000) ส่วนอีก 1 ชิ้นที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Doryu gun camera หรือกล้องสองตาที่ถูกผลิตสำหรับตำรวจญี่ปุ่นในปี 1950 จุดประสงค์คือเพื่อการถ่ายได้ตรงเป้าหมายเหมือนเล็งปืนอยู่ แต่มันก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

1968 TOYOTA 2000 GT1

1968 TOYOTA 2000 GT3

1968 TOYOTA 2000 GT4

1968 TOYOTA 2000 GT

มาถึงคิวรถยนต์กันบ้าง และยังถือว่าเป็นซูเปอร์คาร์คลาสสิกซะด้วย นี่คือ 1968 TOYOTA 2000 GT รถสุดคลาสสิกรุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1965 ในงาน Tokyo Motor Show ซึ่งถือว่าเป็นซูเปอร์คาร์คันแรกของ Toyota ที่จับมือร่วมผลิตกับ Yamaha โดยรถสีเหลืองคันนี้เป็น1968 TOYOTA 2000 GT รุ่นที่ผลิตขายในอเมริกาซึ่งมีจำนวนผลิตน้อยมาก มันถูกนำออกประมูลในเว็บเว็บหนึ่งซึ่งราคาที่ถูกประมูลไปในท้ายที่สุดคือ 683,200 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 21 ล้านบาทเลยทีเดียว เรามาทำความรู้จักคุณปู่ Toyota 2000 GT กันให้มากขึ้นกว่านี้ดีกว่า นี่คือรถสปอร์ต 2 ที่นั่งเครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นรหัส 3M 6 สูบแถวเรียง ความจุสองลิตร พร้อมระบบ DOHC ที่พัฒนาโดย Yamaha กำลังสูงสุดอยู่ที่ 150 แรงม้า (PS) ที่ 6,600 รอบ/นาที ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 17.8 กก.-ม. ที่ 5,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 km/h ใน 8.4 วินาทีและความเร็วสูงสุดที่ 220 km/h การันตีเลยว่าคุณสมบัติเหมาะสมกับราคาค่าตัวทุกประการ

ภาพและข้อมูลจาก

paddle8.com

bonhams.com

bonhams.com

kenobrothers.com