พวกเราจงชาบู! Edwin Ruud บิดาแห่งเครื่องทำน้ำร้อนของโลก!

Home / men around / พวกเราจงชาบู! Edwin Ruud บิดาแห่งเครื่องทำน้ำร้อนของโลก!

พูดถึงอุณหภูมิในกรุงเทพตอนนี้ หลายคนคงจะไม่คิดไม่ฝันว่ามันจะหนาวได้ขนาดนี้ นี้ถือเป็นอากาศหนาวที่ชาวกรุงไม่ได้เจอมานานหลายปีทีเดียว และสำหรับในต่างจังหวัดโดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคอีสาน เรียกได้ว่าหนาวกันแบบสุดๆ จนต้องประกาศเตือนภัยกันเลยทีเดียว

และสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราได้มีชีวิตอยู่รอด สามารถอาบน้ำออกไปทำงานได้อย่างไม่กลัวดินฟ้าอากาศ ก็ต้องขอยกความดีความชอบให้กับเจ้า เครื่องทำน้ำอุ่น นี่แหละครับ ที่บางคนแม้อากาศไม่หนาว ก็ยังชอบเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นอาบอยู่ดี ก็มันอาบแล้วสบายกว่านี่นา

page

วันนี้ Men MThai มีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านประดับความรู้กันครับ เกี่ยวกับเครื่องทำน้ำอุ่นนี้ ว่ามีความเป็นมายังไง และใครเป็นผู้ประดิษฐ์

ผู้ที่เป็นคนประดิษฐ์เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นคนแรกของโลกนั้นคือนาย เอ็ดวิน รัด (Edwin Ruud) บิดาแห่งเครื่องทำน้ำอุ่นของโลก วิศวกรชาวนอร์เวย์ซึ่งเกิดในปี 1854 ซึ่งแน่นอนว่าในตอนนั้นยังไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น เขาต้องทนกับสภาพอากาศหนาวมาอยู่หลายปี

จนในปี 1880 รัดได้เข้าทำงานในบริษัทผู้ผลิตแก๊ส George Westinghouse เขาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับทำความร้อนมาจนถึงปี 1889 เขาได้ออกแบบตัวถังเครื่องทำน้ำร้อนขึ้น โดยการทำงานจะมีวาล์วเป็นตัวควบคุมแก๊สซึ่งเป็นตัวกำเนิดความร้อน และเครื่องนี้เองที่เป็นไอเดียต้นแบบที่ช่วยชีวิตคนทั้งโลกไว้จนถึงวันนี้

kapook_world-504781

จากนั้นเขาก็ได้ทดลอง และพัฒนาเครื่องทำน้ำอุ่นมาเรื่อยๆ จนมาเข้าท่าที่สุดในรุ่น The Thermal Valve Model, Type F ที่ผู้ใช้สามารถปรับ และควบคุมความร้อนได้เองด้วยการหมุนควบคุมการจ่ายแก๊ส และสั่งให้หยุดทำงานได้ ทำให้เป็นรุ่นที่ประหยัดแก๊สได้มากกว่ารุ่นก่อนมาก

และในรุ่น Type F นี้เองที่เป็นรุ่นขายดีมากในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา โดยเครื่องถูกติดตั้งมากกว่า 1 แสนเครื่อง โดยถูกผลิตออกมาทั้งหมด 4 ขนาด สำหรับความต้องการใช้ในบ้านที่แตกต่างกันนั่นเอง

จนถึงในปี 1904 เอ็ดวิน รัด ได้คว้าเหรียญทองด้านการออกแบบจากเวที Louisiana Purchase Exposition (St. Louis World’s Fair) รวมถึงยังได้รางวัล Edward Longstreth Medal of Merit ในปี 1905 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องการันตีความเป็นตำนานของชายผู้นี้ได้เป็นอย่างดี

kapook_world-504770 kapook_world-504769

source: wikipedia