7 วิธีรอดชีวิตจากอาการแฮงค์ในงานปาร์ตี้ ไม่อยากเมาแฮงค์ต้องดู!

Home / men around / 7 วิธีรอดชีวิตจากอาการแฮงค์ในงานปาร์ตี้ ไม่อยากเมาแฮงค์ต้องดู!

เชื่อได้เลยว่าชาว Men MThai ทุกคนต้องเคยมีค่ำคืนปาร์ตี้ไนท์ที่สนุกสุดเหวี่ยง เมาปลิ้นหลุดโลกแบบสุดมันส์แน่นอน และหลังจากผ่านคืนนั้นมา จากที่สนุกปานได้ขึ้นสวรรค์ ก็ต้องมาทนทุกข์ อึนลงนรกแบบสุดๆ กับอาการแฮงค์ เดินหัวตกอย่างกับ The Walking Dead ตอนล่าสุดก็ไม่ปาน

things-not-to-do-to-avoid-a-hangover

เชื่อว่าก่อนกระดกแก้ว เพื่อนๆ ก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าถ้ากินเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์มากเกินไปแล้วจะเป็นยังไง และเชื่อได้เลยว่าหลายคนคงจะมี “วิธีโกงความตาย” ด้วยสูตรอาหาร หรือวิธีของแต่ละคนอยู่แล้ว ซึ่งวิธีการแก้แฮงค์เหล่านั้นเชื่อได้เลยว่า มันไม่ได้เรื่องหรอก! ทำไปก็มีแต่จะแฮงค์เยอะขึ้นก็เท่านั้น

แต่ก่อนที่จะไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพื่อนๆ ลองดู 7 วิธี ที่ใครไม่อยากแฮงค์ลองไปใช้กันดูครับ ว่าแล้วก็ไปดูข้อแรกกันเลย

1. อย่ากินเบียร์กับเหล้าเด็ดขาด

ใครที่โชว์เพื่อน อวดสกิลคอแข็งแบบนี้อยู่เลิกเถอะครับ จะได้ไม่เป็นภาระเช็ดอ๊วกของเพื่อนๆ เพราะว่าการกินแบบนี้จะฝืนร่างกายเกินไป ถ้าเป็นไปได้เลือกกินเป็นอย่างๆ ดีกว่า

แต่ถ้าเลือกไม่ได้จริงๆ แนะนำว่าให้กินแบบ “เผาหัว” ดีกว่า เช่น เปิดเบาๆ ด้วยเบียร์ แล้วตามด้วยเหล้าไปยาวๆ หรือในทางกลับกัน แบบนี้พอได้อยู่

2. อย่าดูดบุหรี่

เอาจริงๆ การสูบบุหรี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีอยู่แล้วล่ะ และคงเป็นเรื่องยากหากจะห้ามกัน ผมก็ไม่ใช่ผู้ปกครองคุณด้วย แต่เชื่อหรือไม่ว่าการดื่ม และสูบไปด้วยกัน จะยิ่งทำให้อาการเมาแฮงค์หนักขึ้นอีก

Cigarette_smoke

เอาล่ะ ขอเข้าสาระนิดนึงแล้วกันนะ เพราะเวลาที่คุณดื่ม สาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาการแฮงค์เริ่มต้นขึ้นก็คือ Acetaldehyde (แอซีแทลดีไฮด์) ซึ่งเป็น ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากเอทานอล และเป็นพิษต่อร่างกาย โดยเจ้าตัวชื่อเรียกยากนี้แหละ เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณหน้าแดง ตัวแดง และเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ในตอนเช้า

แล้วมันเกี่ยวกับการสูบล่ะ? ก็บริษัทที่ทำบุหรี่นั่นแหละ ดันเอาเจ้าสารเวรนี่ใส่ไปในบุหรี่ด้วย ดังนั้นเวลาที่คุณสูบ คุณก็จะสูดดมเจ้าสารนี่เข้าไปอีกทาง นี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อาการแฮงค์ของคุณหนักขึ้นยังไงล่ะ

3. สียิ่งมืด ยิ่งแฮงค์

บางท่านอาจจะงงว่า สียิ่งมืด ยิ่งแฮงค์ แปลว่าอะไร? ซึ่งก็แปลว่า ถ้าคุณไม่อยากเมาค้างหนักๆ คุณควรดื่มเหล้าใสพวกว็อดก้า แทนพวกเหล้าสี (โดยเฉพาะพวกที่สีดาร์คๆ) นั่นก็เพราะเหล้าสีมืดๆ จะมีสารที่เป็นพิษต่อร่างกายมากกว่า รวมถึงมีเพื่อนเก่าของเราอย่าง แอซีแทลดีไฮด์ อยู่ด้วยนั่นเอง

4. อย่ากินพวกอาหารขยะ

Food_(2949278158)

บางครั้งเวลาที่คุณรู้สึกเมา จากนั้นก็จะเริ่มหาของมากิน เพราะคิดว่าจะช่วยให้ดีขึ้น ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนถึงคิดว่าช่วยได้ เพราะมันก็แค่เพิ่มขยะในร่างกายของคุณ ที่คุณต้องกำจัดมันในวันถัดไปเท่านั้นเอง

แต่ถ้าไม่อยากดื่มตอนท้องว่า คุณควรกินพวกขนมปังเพื่อให้เป็นตัวดูดซับแอลกอฮอล์ในกระเพาะอาหารของคุณน่าจะดีกว่า

5. อย่าดื่มกาแฟ

“กาแฟจะทำให้คุณแก้เมาได้!” นี้คงเป็นแค่คำโกหกของร้านกาแฟอย่าง Starbucks เท่านั้นแหละ รวมไปถึงความเชื่อของเด็กมัธยมบางคน ที่คิดว่าการดื่มกาแฟจะช่วยให้ดูเป็นผู้ใหญ่ และเท่ขึ้น ซึ่งความจริงแล้ว กาแฟนั่นแหละที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ลงเห็นๆ

นั่นเป็นเพราะว่า กาแฟมีส่วนผสมของกาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ และเมื่อคุณฉี่บ่อย ร่างกายของคุณก็จะยิ่งขาดน้ำ ซึ่งอาการขาดน้ำนี้เองที่เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้คุณเดินเป็นซอมบี้ แล้วถ้ายิ่งคุณเติมกาแฟลงไปในร่างกายของคุณอีก คิดเอาว่าคุณจะมีสภาพแย่ลงขนาดไหน

coffee in the Cup

6. อย่าเมาจนหัวทิ่ม

พยายามอย่าดื่มจนเมาหมดสติเด็ดขาด พยายามดื่มอย่างมีสติ เผื่อเวลาพัก และดื่มน้ำเปล่าก่อนกลับบ้านบ้าง จากนั้นเมื่อถึงบ้านให้เตรียมน้ำแก้วโตๆ ไว้ดื่มก่อนนอน หรืออาจจะหาพวกยา Ibuprofen (ยาจำพวกยาแก้อักเสบ) มากินก่อนนอนด้วยก็ได้ หากอยากจะหายามากินล่ะก็

7. อย่ากินยาแก้ปวด

อาจจะฟังดูโง่ ที่เวลาปวดหัวแฮงค์แล้วทำไมไม่ให้กินยาแก้ปวด แต่การกินยาแก้ปวดหลังจากดื่มมาเพื่อ “กินกันแฮงค์” เป็นเรื่องที่ผิดพลาดมากๆ นั่นก็เป็นเพราะว่ายาพวกไทลีนอล เป็นยาแก้ปวดที่หากกินเข้าไปจะอันตรายมาก เพราะยาพวกนี้มีฤทธิ์ต่อตับ ลำพังให้ตับจัดการกับสุราก็แย่พออยู่แล้ว ยังจะเติมภาระให้กับตับด้วยยาแก้ปวดลงไปอีก ยิ่งเป็นเหตุทำให้เราตายไวขึ้นก็เท่านั้น

Spilled-Pills

รวมไปถึงยาแก้ปวดไม่มีส่วนในการทำให้อาการเมาค้างของคุณดีขึ้นด้วย นั่นก็เป็นเพราะว่า อาการเมาค้างเกิดจาก “การอักเสบ” ดังนั้นการกินยาแก้ปวดมันจะไปเกาถูกที่คันได้ยังไงล่ะ คนละเรื่องกันเลย

 

และนั่นก็เป็น 7 วิธีที่จะทำให้คุณรอดชีวิตจากอาการแฮงค์ที่ทาง brobible แนะนำให้ลองนำไปใช้กันนะครับ และอย่าลืมว่า เมาไม่ขับ และดื่มอย่างมีความรับผิดชอบกันด้วยนะครับ 🙂

source: brobible