น้องเอมี่ RSC เธออาสาพาไปเรียนรู้การขับขี่รถรางกัน

Home / men around, RUSH Variety / น้องเอมี่ RSC เธออาสาพาไปเรียนรู้การขับขี่รถรางกัน

ในสมัยก่อนตอนพระนครกำลังรุ่งเรืองเคยมีรถรางพาเราโดยสารไปยังที่ต่างๆ ก่อนมีรถเมย์ และรถไฟฟ้า แต่ด้วยกาลเวลา และปัจจัยหลายอย่าง จึงทำให้มันหายไปจากท้องถนนอย่างยาวนาน จนกระทั่ง น้องเอมี่ Rush Sassy Club เธอได้ไปเจอเข้ากับการกลับมาอีกครั้งของรถรางกลางเมืองในรูปแบบใหม่ และเธอก็อาสาขอเรียนรู้ถึงการขับขี่เจ้ารถรางคันนี้ด้วยความมั่นใจทะลุอก

Openพร้อมแล้วสำหรับภารกิจในวันนี้

DSC_0026ต้องขอขอบคุณ บริษัท บัดดี้ กรุ๊ป จำกัด ในการถ่ายทำครั้งนี้

ปฏิบัติการขับรถรางในครั้งนี้จะสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ได้รับความอนุเคราะห์จากทาง บริษัท บัดดี้ กรุ๊ป จำกัด ที่อนุญาตให้น้องเอมี่มาเรียนรู้การขับรถรางในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ และก่อนที่เราจะไปเริ่มเรียนขับรถรางกับพี่ปอพลขับประจำรถรางที่เราจะพาน้องเอมี่ไปเรียนขับนั้น เราก็ขอเข้าเรื่องความเป็นมาของรถรางในบ้านเรากันก่อนนะครับ

DSC_0018 copyปุ่มสตาร์ทรถ

Untitled-1ก็จะคล้ายๆ กับรถยนต์ออโต้ทั่วไป

เมื่อปี พ.ศ. 2404 หลังจากการสร้างถนนเจริญกรุงเสร็จ และเปิดให้คนใช้สัญจรไปมาตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม ปี พ.ศ. 2407 ปรากฏว่าถนนสายนี้มีคนสัญจรไปมากันมากเพราะเป็นถนนสายยาว และเป็นถนนเชื่อมระหว่างท่าเรือถนนตกกับในเมือง หรือในเขตที่เจริญแล้ว ผู้คนจึงมีมาก ทำให้ต่อมาใน พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) ได้มีการสัมปทานการเดินรถราง จากหลักเมืองไปตามถนนเจริญกรุง จนถึงถนนตก และใช้ม้าลาก ลากกันแบบช้าๆ ต่อมาบริษัทรถรางก็เริ่มขาดทุน และได้หยุดวิ่งรถรางลง เนื่องด้วยผู้โดยสารเริ่มน้อยลง เพราะค่าโดยสารแพงเกินไปสำหรับในสมัยนั้น และในที่สุดก็ขายกิจการต่อ ให้กับบริษัทของประเทศอังกฤษ แต่ก็ขาดทุนอีก และสุดท้ายก็ขายกิจการ ให้กับบริษัทของประเทศเดนมาร์ก ซึ่งในตอนนั้นมีการสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นแล้ว และได้มีการเปลี่ยนจากใช้ม้าลากรถ มาใช้พลังงานไฟฟ้าแทน โดยจะมีเสาไฟฟ้าตั้งเป็นระยะ ๆ และมีคานเหล็กยื่นออกมา สำหรับติดสายไฟฟ้าใช้ในเขตสัมพันธวงศ์ รถรางวิ่งผ่านสะพานเหล็กบน ตามถนนเจริญกรุง มาถึงสะพานเหล็กล่าง

DSC_0078ก่อนจะลองขับเอง ลองนั่งเล่นดูก่อน

ในขณะนั้น รถรางจะแบ่งออกได้เป็น 2 แบบด้วยกัน แบบแรกจะเป็นตัวถังไม้เปิดโล่ง และผืนผ้าใบ ที่ม้วนเก็บ ห้อยไว้กับขอบบน ทั้งสองข้างสำหรับกันแดดกันฝุ่น ส่วนแบบที่สองจะเป็นรุ่นที่นิยมเรียกกันว่า “ไอ้โม่ง” ตามรูปทรง ของหลังคา ที่มีความโค้งอยู่มาก และยังจะสร้างตัวถัง ด้วยโครงเหล็ก ซึ่งนับว่าทันสมัยมากในยุคนั้น ต่อมาเมื่อกรุงเทพฯ เจริญขึ้น มีรถยนต์วิ่งกันขวักไขว่ รถราง ก็กลายเป็นเครื่องกีดขวางการจราจร ถูกยุบลงทีละสายสองสาย จนเลิกเด็ดขาดเมื่อวันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 คงเหลือแต่ที่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งเปิดใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 แต่ต่อมาก็ต้องเลิกไปอีก หลังจากใช้อยู่หลายปี ด้วยสาเหตุเดียวกับในกรุงเทพฯ คือกีดขวางการจราจร รถรางจึงสูญหายไปจากเมืองไทยอีกระยะหนึ่ง จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ รถรางได้กลับมาอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ใช้ไฟฟ้าวิ่งอีกต่อไปแล้ว

DSC_0036รถรางที่น้องเอมมี่จะใช้ในการทดลองขับในครั้งนี้

DSC_0053เริ่มลองขับเลยแล้วกันครับ

ในปัจจุบันรถรางได้มีการพัฒนาไปมาก นั่นอาจจะเป็นเพราะยุคสมัยที่ต้องใช้ความรวดเร็ว แข่งกับปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน ทางบริษัท บัดดี้ กรุ๊ป จำกัด จึงได้มีการปรับเปลี่ยนตัวรถรางให้เหมาะสมกับสภาพท้องถนนของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน โดยในขณะที่พี่ปอกำลังสอนน้องเอมี่ถึงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับรถรางในอดีตนั้น ก็ได้มาเข้าเรื่องของตัวเครื่องของรถรางที่ปรับเปลี่ยนให้มีเครื่องยนต์ที่เป็นระบบเกียร์ออโต้ สัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายขวาที่ทันสมัยขึ้น แผงวงจรควบคุมทีึ่เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบัน รวมไปถึงระบบเบรค และการจำกัดความเร็วในการขับต่างๆ ที่ทุกอย่างแทบจะเปลี่ยนไปเกือบหมด แต่ยังคงรูปลักษณ์ของตัวรถเอาไว้ในแบบคลาสสิค ซึ่งทำให้ได้กลิ่นไอของยุคสมัยที่จากเราไปนามผสมผสานกับความทันสมัยของเครื่องยนต์ได้อย่างเหมาะเหม๋งเลยทีเดียว

DSC_0067ลองขับไปได้สักพัก ต้องออกถนนจริงแล้วละซิ

DSC_0076ได้รับการดูแลจากพี่เจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

DSC_0081ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

DSC_0069เธอคงจะสนุก

โดยปกติแล้วรถรางคันนี้จะพานักท่องเที่ยวทัวร์ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ ในเขตพระนคร ซึ่งจะจอดรอผู้โดยสารอยู่บริเวณถนนข้าวสารฝั่งถนนบางลำภู ในเวลา 6 โมงเย็น และรถจะออกทัวร์ในเวลาหนึ่งทุ่มเป๊ะ มาถึงน้องเอมีหลังจากที่เธอพอจะรู้คร่าวๆ และลองฝึกแทงหน้าถอยหลังแล้ว ก็ได้เวลาเธอมาลองออกถนนจริงกันบ้าง ซึ่งพี่ปอพลขับจะพาออกทางเส้นบางลำภู ตอนสตาร์ท และเดินหน้า น้องเอมี่บอกกับเราว่า มันไม่เท่าไหร่ ที่ทำให้เธอยืนตัวแข็งงงๆ ก็คือจังหวะเลี้ยวที่ค่อนข้างจะกะยากมากๆ เนื่องจากตัวรถยาว และพวงมาลัยไม่เหมือนรถธรรมดา เมื่อเลี้ยวเข้าถนนบางลำภูได้ เธอก็ขับต่อไปได้อีกหน่อยหลังจากนั้นก็ปล่อยพี่ปอขับต่อ เนื่องจากสภาพจราจรหนาแน่น และต้องใช้ทักษะการขับขี่ค่อนข้างสูง เธอจึงขอวางมือดีกว่า พร้อมทิ้งท้ายไว้ประโยคนึงว่า “ให้พี่เขาขับเถอะค่ะ ชนมา ไม่ได้แค่หมดตัวอย่างเดียวแน่ อาจจะมีหนี้เพิ่ม”

DSC_0109และแล้วภารกิจก็จบไปด้วยดี

did you know?

– ในสมัยก่อนรถรางนั้นจะใช้แรงม้าในการขับเคลื่อน ต่อมารถรางเปลี่ยนจากแรงม้ามาใช้แรงไฟฟ้าแทน ผู้คนบางส่วนในสมัยนั้นพยายามเรียกรถไฟฟ้ากันอยู่พักหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังนิยมที่จะเรียกกันว่ารถรางมากกว่า และไม่มีใครยอมเรียกรถไฟฟ้า ก็เลยเลิกไป

– กำเนิดของรถรางที่ใช้ม้าลากในสยาม ได้เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อปี ค.ศ. 1889 และต่อมาได้พัฒนาไปสู่ระบบไฟฟ้าซึ่งเริ่มเมื่อปี 1892

– รถรางไฟฟ้าสายแรกของบางกอกนั้น (บางคอแหลม) เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1893 ระยะทางของรถรางทั้งหมด 7 สาย มีความยาวทั้งสิ้น 48.7 กิโลเมตร

– นายจอห์น ลอฟตัล คือ เจ้าของบริษัทจากเดนมาร์ก ที่มาซื้อกิจการรถรางไป และนายจอห์นก็มาขออนุญาตต่อรัฐบาลทำสัมปทานการรถรางขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชานุญาตให้นายจอห์นดำเนินการได้

 

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่
Facebook : facebook.com/RUSHmag
IG : instagram.com/rush_magazine_official/
Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก

RUSH#73 Sep

73 Layout 2