Project-25 Hybrid โปรเจ็คของเหล่าศิลปินในวงการศิลปะ

Home / Alure Style, men around / Project-25 Hybrid โปรเจ็คของเหล่าศิลปินในวงการศิลปะ

Project-25 Hybrid โปรเจ็คของเหล่าศิลปินในวงการศิลปะ

‘Hybrid’ ความหมายตามพจนานุกรมฉบับกูเกิลทรานสเลทคือ ‘การผสมผสาน’ แต่กับ Project-25 Hybrid Visual Culture ความหมายย่อมลึกซึ้งกว่านั้นมากมาย เพราะนี่คือโปรเจ็คพิเศษที่รวบรวมเหล่าศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงสมทบด้วยศิลปินรุ่นใหญ่มือฉมัง มาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้วงการศิลปะได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องและน่าตื่นตาตื่นใจจนอดทึ่งไม่ได้

Project-25 Hybrid โปรเจ็คของเหล่าศิลปินในวงการศิลปะ

Hybrid Culture 13

‘จุดกำเนิด’
Project-25 Hybrid Visual Culture เป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นมาจากสาขาวิชาศิลปะภาพถ่าย คณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อนำเสนอนิวมีเดีย มันมีภาพถ่ายที่เป็นภาพนิ่ง ภาพถ่ายที่เป็นภาพเคลื่อนไหวหรือภาพเคลื่อนไหวที่ตัดเป็นหนังสั้น ที่เรียกว่าวีดิโออาร์ต มีเรื่องของซาวน์เข้ามาประกอบด้วย พูดง่ายๆ ว่ามันเป็นสื่อใหม่ของศตวรรษที่ 21 ที่ว่าทุกอย่างมันรวมกันหมด อยู่ในรูปของสถาบันการศึกษาการขยายขอบเขตความเป็นไปได้มันไม่ได้ทำเรื่อยเปื่อยส่งเดช เราก็ต้องดูพื้นฐานที่มาทางประวัติศาสตร์ในอดีตมีคนเขาเคยทำอะไรมา เพื่อเราจะได้ไม่ต้องไปทำซ้ำ ดังนั้นพื้นฐานความเข้าใจทางประวัติศาสตร์มันต้องมีพอเข้าใจส่วนนี้ แล้วการเดินต่อไปในอนาคตมันจะเต็มไปด้วยความต่อเนื่องมากขึ้น โครงการทั้งหมดเกิดขึ้นมาจากคอนเซ็ปต์และวัตถุประสงค์ตรงนี้

Hybrid Culture 2
จิตรสินี อังควานิช (Chitsinee Angkavanit)

โลกเมื่อ 20 ปีที่แล้วมันเป็นคนละเวอร์ชั่นกับโลกปัจจุบัน ณ จุดนี้เราเลยมองกลับไปว่าทั่วโลกทำอะไรกัน เพื่อนบ้านเราทำอะไร สถาบันการศึกษาอื่นมีแนวคิดยังไง แล้วเราเอามาประมวลว่าอนาคตข้างหน้ามันจะไปทิศทางไหน

Hybrid Culture 1
เกวลี เกษีสม (Keawalee Keaseesom)

‘มนุษย์ทดลอง’
เรียกว่าเป็นการทดลองแต่ไม่ได้เป็นการทดลองเรื่อยเปื่อย สามารถเอาไปใช้ได้จริง สิ่งที่เป็นข้อพิสูจน์ที่บอกว่ามันสามารถทำได้จริงคือนิทรรศการจะเป็นส่วนนึงของกระบวนการตรงนี้ เพราะว่าเมื่อทำงานมาแล้วต้องมีที่แสดงไม่อย่างนั้นก็จะอยู่ในแค่เฟซบุ้คหรือยูทูป งานศิลปะต้องให้คนดูวิจารณ์ ชมบ้าง ด่าบ้าง เฉยบ้างเป็นเรื่องปกติ และเราไม่ได้ต้องการว่าจะต้องมีคนดูเป็นหมื่นเป็นแสนเอาแค่ว่ามาดูแล้วเก็ท เมื่อตอนไปจัดที่หอศิลป์ราชดำเนินคราวนั้นมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาดูเยอะ เมื่อก่อนตอนแสดงงานเราหวังว่าคนในวงการศิลปินมาดูแล้วเรารู้สึกภูมิใจ แต่ว่ามาถึงตอนนี้เราไม่ค่อยสนใจจุดนั้นแล้ว ที่เราสนใจคือคนแปลกหน้า เด็กๆ ที่เดินเข้าเข้าเพราะสงสันยว่าเราทำอะไรกันอยู่ ถ้าเรามัวแต่ทำกันเองชื่นชมกันเองสมัยนี้มันไม่ใช่แล้วศิลปะมันสามารถเชื่อมโยงกับคนดูได้ คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ราคา ตัวรูปที่ปริ้นท์มาเป็นแค่ตัวแทนของความคิดของคนสร้างงานให้เป็นรูปธรรมมองเห็นในแกลเลอรี่ได้ พอจบงานก็ถอดทิ้งไปใครอยากเก็บก็เก็บ เพราะปริ้นท์ดิจิทัลไม่เหมือนกับที่เราปริ้นท์มือแบบสมัยก่อน ที่ถ้าปริ้นท์ดีๆ มันสามารถอยู่ไปอีก 100 ปีไม่เสื่อมสลาย แต่ปริ้นท์ดิจิทัลต่อให้แพงแค่ไหนเต็มที่ปีนึงสีก็ไปแล้วดังนั้นเราจึงไม่ต้องฟูมฟายกับตรงนี้มาก

Hybrid Culture 6
ณภพ พัศพงศ์ (NAPOB PASSAPONG)

‘ผู้ร่วมอุดมการณ์’
ไม่แน่นอนตายตัวลื่นไหลไปเรื่อยๆ ไม่ได้เป็นเหมือนภาพลักษณ์เดิมๆ ว่ามีศิลปินคนนั้นคนนี้เป็นสมาชิก แก่นแท้จริงมีแค่วิชั่น ตราบใดที่คิดแล้วทำงานเข้ากันได้ไม่ว่าคุณอยู่ในประเทศไหนก็เป็นพวกเดียวกันได้หมด เป็นโครงการที่ตอบสนองวิชั่นและอุดมการเป็นหลัก ที่ผ่านมาเรามักจะได้ศิลปินแนว Alternative Underground มาร่วมงาน ล่าสุดมีศิลปินจากเม็กซิโกบินมาร่วมแจมด้วย ส่วนวิธีคัดคนหรืองานเข้ามาร่วมโครงการต้องดูที่ธีม ณ ตอนนั้นเป็นหลัก อย่างเช่นปี 2014 ที่ไปจัด Minimal Gallery เชียงใหม่ งานนั้นเป็นไอเดียเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว เราก็จะคัดงานให้เข้ากับธีมหรือสถานที่เป็นหลัก Alternative Space อย่างร้านเหล้าก็เป็นแกลเลอรี่ได้ เวลาเราเสพงานบางทีมันก็ลื่นไหลไปตามสถานที่

Hybrid Culture 4
เจษฎา วรญาโณ (Chetsada Worrayano)

‘ไทม์ไลน์’
Project-25 จัด 3 ปีต่อเนื่อง รันมาตั้งแต่ปี 2014 ปิดโปรเจ็คปี 2016 ที่ต้องทำต่อเนื่อง 3 ปีก็เพราะว่าถ้าเราทำครั้งเดียวแล้วจบไป การเรียนรู้มันไม่เกิดไม่มีความต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องเป็นโปรเจ็คยาว ส่วนงานที่นำมาแสดงอาจจะแสดงซ้ำเพราะต้องเปลี่ยนสถานที่จัดงานไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลดีกับศิลปินเพราะมันจะเกิดการจดจำผลงาน แต่สำหรับผู้ชมอาจไม่เป็นผลดีเท่าไหร่เพราะถ้าเห็นบ่อยจะไม่ค่อยตื่นเต้นเท่ากับครั้งแรกหรือการตีความจะเปลี่ยนไป แต่การนำเสนอของพวกเราจะไม่มีพิธีรีตองมากมาย ไม่มีคนใส่สูทมาพูดครึ่งชั่วโมงถือกรรไกรมาตัด แล้วงานก็ใส่กรอบอลังการแย่งซีนเจ้าของงานอันนี้รู้สึกไม่สนุกแล้ว

Hybrid Culture 8
สุพัตรา หมั่นแสวง (Manee Mejai) Suphattra Mansawang

‘งานที่เข้าตา’
การคัดผลงานเข้าโปรเจ็คเราจะดูวิธีการทำงานด้วย จริงๆ แล้วงานดีมีเยอะมาก ที่ไม่ได้เลือกไม่ได้หมายความว่าเขาด้อยกว่าคนอื่นนะ แต่บางทีมันเป็นเรื่องจังหวะ บางทีเราไปจัดที่เชียงใหม่งานคนนี้อาจจะเหมาะกับพื้นที่มากกว่าจริงๆ แล้วแกลเลอรี่ในอุดมคติไม่ควรมีระบบที่เป็นชนชั้นเกิดขึ้นมันอยู่ที่ความแตกต่างเพราะคอนเซ็ปต์แต่คนแตกต่างกัน

Hybrid Culture 10
สุวรรณา เรียงใหม่ (Suwanna Riangmai)

‘ขบถแนวความคิด’
การลงมือทำก็ไม่อยู่ในกระแสหลักอยู่แล้ว อะไรที่อยู่ในกระแสไม่รู้จะเรียนรู้ไปทำไม เราไม่ต้องยึดติดหรือดิ้นรนหาความใหม่มีแค่วิชั่นหลักแล้วก็ทำไป ความแตกต่างจะเกิดขึ้นเอง อีกคำตอบนึงอยู่ที่คนมาดุงานด้วย แต่กลุ่มคนที่มาดูเราจะมีการประเมินที่หลากหลายแตกต่างกันไปในหลายๆ มิติ อย่างเช่นว่าตอนเปิดงานคนไปมุงอยู่ที่จุดไหนมากที่สุดก็ต้องเอามาวิเคราะห์เหตุผลกัน หรือบางจุดคนดูน้อยแต่คนที่ดูใช้เวลานานแค่ไหน มีวิธีประเมินหลายมิติมาก

Hybrid Culture 7
ศุภรดา หมั่นดี (Suparada Mundee)

‘กฏเหล็ก’
พยายามที่จะไม่ตั้งกฎ แต่โดยธรรมชาติแล้วตัวศิลปินจะเซ็นเซอร์ต้วยตัวเองอยู่แล้ว พยายามสนับสนุนให้ออกจากกรอบบ้าง แต่ต้องไม่ทำให้เราเดือดร้อนนะ แต่ก็มีความน่าเศร้านิดนึงเพราะทุกคนอยู่ในบริบทของวัฒนธรรมไทย เราจึงไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องงานที่ออกมาแรงมาก มีแต่ว่าเราต้องเค้นออกมาให้แรงกว่านี้ได้มั้ยมากกว่า

Hybrid Culture 11
อนุพงค์ บุญนาค (anupong bunnak)

‘คำว่า Hybrid’
เป็นการผสมผสานกลายพันธุ์ ยกตัวอย่างวัฒนธรรมยุโรปรากมันมาจากกรีกโรมัน ผสมกับศาสนาท้องถิ่นจนกลายมาเป็นวัฒนธรรมตะวันตกอย่างที่เราเห็นในปัจุบัน เช่นเดียวกับศิลปะที่ผสมผสานกลายร่างเป็นสิ่งใหม่ตลอดเวลา

Hybrid Culture 12

Project-25 Hybrid เป็นผลงานร่วมกันของศิลปิน/ช่างภาพอาชีพ ทีมงานจาก production house ที่มีผลงานภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศ ไปจนถึงงานนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก หรือผ่านมาจากเวิร์คชอปเชิงทดลองของโครงการ

Curator : Poomkamol Phadungratna, Ekkalak Nubturesuk