ออกตะลุยตั้งแต่เช้ายันค่ำกับ Editor RUSH

Home / men around, RUSH MAG / ออกตะลุยตั้งแต่เช้ายันค่ำกับ Editor RUSH

Soft Trip Soft Vacation
การใช้ชีวิตไปในทางที่หลากหลายไม่จำเจ ไม่น่าเบื่อ มันเป็นอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกว่า การดำเนินชีวิตในแต่ละวันของผมนั้นมันช่างมีความหมายไปเสียทุกวินาที มันทำให้ผมไม่เคยรู้สึกเสียดายเวลาที่ล่วงเลยไปเลยสักนิด และในทริปนี้ก็เช่นกัน อาจจะดูเบาๆ กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่มันก็เป็นอะไรที่น่าจดจำ และอยากลงไปย้ำซ้ำที่เดิมนี้ เมื่อมีโอกาส (อยากมีโอกาสทุกวันเลย ให้ตายสิ!!)

825

สำหรับที่แรกที่ผมจะไปในคราวนี้ ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไหร่เลย แถวศาลาญานี่แหละ และมันก็เป็นอะไรที่เหมาะกับชาว Biker ที่ยังคงความโสดอยู่ด้วยอย่างมากถึงมากที่สุด ถามว่าทำไมถึงเหมาะน่ะเหรอครับ ก็เพราะว่า มันคือทริปปั่นจักรยานสุดมันส์ที่มีระยะทางรวมกันถึง 20 กิโลเมตร และต้องการเฉพาะชายหนุ่มหญิงสาวที่ยังโสดอยู่เท่านั้น มาร่วมปั่นจักรยานไปด้วยกันในครั้งนี้

bike_r_24

งาน The Salaya Bike Community จัดขึ้นโดย The Salaya Mall ร่วมกับ กลุ่มมิตรภาพสร้างสรรค์ Bike Finder พร้อมด้วยพันธมิตรจักรยาน Boom cycling, ThaiMTB.com, Crank, Bicycles United, Froggy bike services, Mikelife, GMMZ Bike , IVY Production เป็นงานกิจกรรมการปั่นจักรยานครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ชื่อว่า “ชวนคนโสด มาปั่นเป็นคู่” กับ 100 หนุ่มโสด และ 100 สาวโสด ในระยะทาง 20 กิโลเมตร งานนี้เน้นย้ำเรื่อง Safety & Share the road

bike_r_16

โดยในงานนักปั่นที่ลงทะเบียนจะได้รับ “ปาซองโกะ” ปาคู่รักพลังงาน พร้อมกับร่วมทำกิจกรรมคืนธรรมชาติจากชุมชน The Salaya สู่ชุมชน คลองมหาสวัสดิ์ด้วยการปั้น EM Ball รูปหัวใจ (ว้าว!! น่ารักเวอร์) พร้อมร่วมอธิษฐานความรักด้วยหัวใจ ณ ต้น The Salaya Tree และชมคอนเสิร์ตเพลงรักจาก Ap The Positive ในค่ำคืนสุดแสนโรแมนติค ปิดท้ายด้วยการลุ้นรับรางวัล “คู่โสด คู่พิเศษ” , รางวัล “คนโสด โดนใจ” และรางวัล “เซอร์ไพร์สคนไร้คู่” พร้อมของรางวัลอีกมากมาย

bike_r_17

หลังจากการจับคู่ปั่นได้ผมก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เพราะมันเป็นการปั่นจักรยานคู่กับสาวเป็นครั้งแรกเลยแหละ จะว่าไปแล้วทริปปั่นจักรยานนี้ก็ค่อนข้างราบรื่นพอสมควร มีเสี่ยงๆ ก็ช่วงกลางของเส้นทางปั่นที่ค่อนข้างจะตะกุกตะกักเล็กน้อย (จริงๆ มันก็ไม่เล็กหรอก) ถนนแถวศาลาญาช่วงโรงพยาบาลศาลาญาจะค่อยยังชั่วหน่อย

bike_r_15

ผมปั่นมาพร้อมสาวคู่ปั่นของผมถึงปลายทางคือ โครงการบ้านศาลาดินได้เฉียดฉิวกับเวลาพอดี ประมาณ 15.10 (จริงๆ เวลาที่กำหนด 15.00) ผมกับสาวนักปั่นคู่ใจก็เข้ารับการอบรมปั้น EM ball ทันที ซึ่งก็ได้รับความรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของ EM ball มาหลากหลายด้านพอสมควร ที่สำคัญคือ เขาไม่ได้ให้ปั้นแบบธรรมดา ให้ปั้นเป็นรูปหัวใจแบบว่า เลิฟๆ น่ะตัวเอง ฮิ้ว!!! (พอดีกว่า) หลังจากนั้นผมกับคู่ปั่นของผมก็ร่วมกันปั่นกลับ The Salaya Mall ชมคอนเสิร์ต ลุ้นรางวัลด้วยกันจบงานเป็นอันเรียบร้อย

bike_r_18

ทริปนี้ถือว่าสนุกมากๆ เลยทีเดียว ได้ทั้งรู้จักเพื่อนฝูงใหม่ๆ ได้ลุ้นจีบสาวน่ารักๆ หลายคน (แต่ผมไม่ได้ติดใจใครเป็นพิเศษนะครับ มองเป็นเพื่อนๆ กันมากกว่า จริงๆ นะ) อ้อ ตอนกลับมาแรกๆ มีรับกระดาษรูปหัวใจให้เขียนอธิษฐานด้วยนะครับ น่ารักดี

bike_r_11

ตอนแรกหลังจบทริปนี้ ผมก็ว่าจะกลับบ้านพักผ่อนสบายๆ สักนิด แต่ด้วยดวงเดินทางมันสะกิตต่อมขาจรแบบผม มีน้องๆ ที่หัวหินโทรมาชวนไปเที่ยวที่นั่นกัน ไอ้เราก็นะ ใจง่าย ตกปากรับคำ กลับบ้านจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วออกเดินทางต่อในเช้าวันรุ่นขึ้นอย่างไม่คิดอะไรเลยทีเดียว ในหัวมีแต่คำว่า ลุยๆๆๆๆๆ

bike_r_25

ในการเดินทางช่วงเช้าผมคิดว่าไปคนเดียวมันอาจจะไม่สนุกเท่าไหร่ ก็เลยชวนสาวกแฟนคลับของผมไปด้วย ซึ่งประกอบด้วยชายฉกรรจ์ 4 นาย รวมผมด้วย ชีวิตนี้ขาดสาวๆ แฮะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราไปหาเอาดาบหน้าก็ได้ สไตล์เราตายเอาดาบหน้าได้อยู่แล้ว สบาย!!

bike_r_007

ระหว่างการเดินทางที่เรากำลังคิดกันว่า ช่างราบรื่นเสียนี่กระไร มันก็ต้องมาเจออะไรกันแบบดาร์คไซด์จนได้ มีด่านตรวจอยู่ข้างหน้า แต่พวกเราไม่กลัวอยู่แล้ว ไม่มีสิ่งผิดกฎหมายสักอย่าง ของมึนเมาก็ไม่ได้แตะ ด่านแค่นี้สบายมาก และสุดท้ายหลังจากการถูกตรวจรถ พวกเราก็ได้ยินคำที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต “ขออนุญาตตรวจปัสสะวะด้วยครับ” นายด่านท่านนึงกล่าว “หา!!! เฮ้ย จริงเปล่าเนี่ย” พวกเราถึงกับร้องออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แต่สุดท้ายแล้วเราก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี และเดินทางต่อไปจนถึงหัวหินได้ในที่สุด

bike_r_006

หลังจากที่เข้าตัวเมืองมาแล้ว พวกเราก็แวะไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวของน้องผม ซึ่งเป็นคนโทรชวนผมมายังหัวหินนี้แหละ ร้านก๋วยเตี๋ยวนี้มีชื่อว่า dibo ซึ่งตั้งอยู่ซอยหัวหิน 37 ร้านเป็นลักษณะบ้านเล็กๆ น่ารัก การจัดแต่งของร้าน และสีสันที่ทำให้ลูกค้าที่เดินเข้ามารู้สึกสบายเหมือนได้ทานข้าวอยู่ที่บ้าน บวกกับเสน่ห์ของเจ้าของร้านที่มีความเป็นกันเองกับลูกค้าอย่างไม่มีช่องว่าง ยิ่งทำให้ร้าน dibo มีลูกค้ามากยิ่งขึ้น และยิ่งได้ลองทานอาหารต่างๆ ในเมนูแล้ว ยิ่งรู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับที่ขับรถมาไกลจากกรุงเทพจริงๆ เล่นเอาผมหลงใหลร้านนี้จริงๆ จังๆ เลยล่ะครับ หลังจากที่เราอิ่มกันแบบเต็มขั้นแล้ว น้องดิ๊บ และน้องโบ ท่านเจ้าของร้าน dibo ก็ได้พาเราไปยังที่พักใกล้ๆ ที่มีชื่อว่า Day Dreamer อยู่ประมาณซอยหัวหิน 51 ถึงแยกเลี้ยวซ้ายที่พักจะอยู่ขวามือ (ไม่ต้องเลี้ยวไกลนะครับ เดี๋ยวมีเลย)

bike_r_002

สำหรับ Day Dreamer ผมได้ยินกิตติศัพท์มาว่า มีเมนูที่เป็น Signature ของที่ร้านอยู่ ซึ่งมันดังมากๆ นั่นก็คือ ข้าวห่อไข่ ต้มยำ (บางคนมันเรียกไข่ห่อข้าว แล้วแต่ครับ) แต่จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเป็นต้มยำก็ได้ครับ จะเขียวหวานหรือเป็นเครื่องอย่างอื่นเขาก็มีนะครับ

bike_r_004

อิ่มแล้วอิ่มอีก สุดท้ายผมก็ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของ Day Dreamer ซึ่งมีชื่อว่าคุณแมน ระหว่างการคุยนั้น ผมก็เหลือบไปเห็นไม้กระดานแปลกๆ อย่างนึงคล้ายกับกระดานโต้คลื่นแต่มีขนาดที่เล็กกว่ามาก ก็เลยรู้สึกสนใจไม่ใช่น้อย เลยถามคุณแมนว่า เขาเอาไว้ทำอะไรครับ มันมีชื่อเรียกไหม คุณแมนบอกกับผมว่า มันเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Skim Board ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเล่นในหัวหิน มันจะเล่นกันคล้ายๆ กับสเก็ตบอร์ดครับ ต่างแค่เล่นกันบนหาดที่มีน้ำตื้น สไลด์ไปได้ในระยะที่ไม่ถึงกับไกลมาก แต่ก็ได้เหงื่อแน่นอน พอได้ยินแบบนั้น ผมก็กระสันอยากลองทันทีเลยเชียว แหม มันเสี้ยนจริงๆ

bike_r_015

ชายหาดไม่ไกลจากที่พักของเรานัก คุณแมนพาผม และเหล่าผองพวกมาลองเล่น Skim Board กัน แน่นอนว่าผมจะขอลองก่อนเป็นคนแรกเลย ขอแบบนั่งไถลไปก่อนล่ะกันนะ เพิ่งลอง ยังไม่อยากจะกลิ้งโชว์ชาวหัวหินเขาน่ะครับ ลองไปลองมามันก็สนุกดีนะ ว่างๆ เพื่อนๆ ลองแวะมาเล่นได้นะครับ เชื่อว่าคงจะต้องติดใจกันน่าดู แล้วก็มันก็ได้เหงื่อจริงๆ แฮ่กๆ เลยล่ะ

bike_r_009

ได้เวลาออกล่าเหยื่อ เอ้ย!! ออกท่องราตรีแล้วกับชั่วโมงแห่งความสุขแบบสุดๆ นี้ พลบค่ำแล้วก็ต้องร่ำสุรานารีเป็นของปกติสำหรับทริปส่งท้ายนี้ โดยน้องโบ น้องดิ๊บ ได้พาผมมายังร้านสุดชิค เพลงฮิตสุดแนว ในสไตล์แจ็ส แอนด์ บลู “ร้านบาร์ ท่องโก๋” อยู่ในซอยหัวหิน 51 ไม่ไกลจาก Day Dreamer เลยครับ เดินได้เดินสบายสะดวกสุดๆ เมาปลิ้นก็คลานกลับได้ถึงที่ แต่ไม่นับว่าจะถึงห้องพักหรือเปล่านะ

IMG_0863

ร้านบาร์ ท่องโก๋ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากในเรื่องของดนตรี อาจเป็นเพราะว่าคุณเอ็มเจ้าของร้านเป็นนักดนตรีด้วยเช่นกัน จึงได้ใส่ใจในด้านเสียงเพลง และเอกลักษณ์ทางดนตรีได้ขนาดนี้ ที่นี่มีสาวๆ มากมาย ลายตาจนผมลืมเวลาไปเลยทีเดียวครับ ไปๆ มาๆ เวลาก็ล่วงเลยไปจนตี 2 มันช่างรวดเร็วมาก มากเกินไปที่จะทำใจได้เลยว่า “เฮ้ย พรุ่งนี้ต้องกลับแล้วเหรอ เสียดายว่ะ เวลาน้อย” แต่สุดท้ายเราก็ไม่อาจจะห้ามเวลาได้ เวลาหมดคนก็ต้องกลับ

bike_r_021

รุ่งเช้าระหว่างทางกลับผมคุยกับน้องๆ ระหว่างทางตลอดว่า ถ้ามีโอกาส ยังไงซะก็ต้องกลับมาแวะที่นี่อีกแน่ ส่วนตัวผมเองก็คิดไว้แล้ว คงไม่นานนี้แหละที่ผมจะกลับมาซ้ำที่นี่อีกครั้ง พร้อมทั้งพกเวลามาให้เต็มเปี่ยมด้วย เชื่อดิ!!

ขอบคุณเนื้อหาจาก

e35gl0tr

RUSH Magazine Issue 55