ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร

Home / men around / ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 44 หมอวิสุทธิ์ ได้วางแผนลวงให้ พ.ญ.ผัสพร ไปพบที่ร้านอาหารโออิชิ สยามดิสคัฟเวอรี่ โดยนัดหมายว่า จะเจรจาเรื่องการซ่อมแซมบ้าน ก่อนที่ทั้ง 2 จะพบกัน น.พ.วิสุทธิ์ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ โทร.เข้าเพจเจอร์ของตัวเองระบุข้อความว่า “ผมติดธุระอยู่ที่หัวหมากอาจจะไปช้า” ลงชื่อ “สุธี” เพื่อไว้ยืนยันกับ พ.ญ.ผัสพร ว่า นายสุธีช่างรับเหมา ที่อ้างนั้นติดธุระ

ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร
ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร

เมื่อถึงเวลา พ.ญ.ผัสพรมาถึงร้านดังกล่าว มีภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบันทึกภาพว่า ทั้งคู่เดินห่างกันเข้าไปในร้าน หลังรับประทานอาหารเสร็จ พยานที่เป็นพนักงานในร้านเห็นท่าทีของ พ.ญ.ผัสพร ดูเหม่อลอย แต่เมื่อสอบถาม น.พ.วิสุทธิ์กลับตอบแทนว่า “ภรรยาเมาน้ำพันช์” ทั้งๆ ที่น้ำพันช์ของร้านปราศจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ระหว่างที่เดินออกจากร้าน กล้องโทรทัศน์ วงจรปิดยังสามารถบันทึกภาพขณะ น.พ.วิสุทธิ์เดินประคอง พ.ญ.ผัสพรที่เดินซวนเซ เหมือนไม่มีเรี่ยวแรง โดยก่อนหน้านั้น ตอนช่วงสายวันเดียวกัน น.พ.วิสุทธิ์ ได้ไปเปิดห้องพักเลขที่ 318 อาคารวิทยนิเวศน์ ตั้งอยู่ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร
ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 16.00 น. วันเดียวกัน น.พ.วิสุทธิ์เดินทางไปรับลูกสาวที่เรียนอยู่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ กลับไปส่งบ้านพักย่านลาดพร้าว ก่อนจะไปซื้อถุงขยะขนาดใหญ่จำนวน 3 ห่อ พร้อมก้อนดับกลิ่น และกระดาษชำระที่ห้างโรบินสัน สาขาสีลม

จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น น.พ.วิสุทธิ์ได้ไปเปิดห้องพักเลขที่ 1631 โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว พร้อมกับว่าจ้างให้พยานที่รับพิมพ์เอกสารอยู่ข้างจุฬาฯ พิมพ์จดหมายขึ้น 2 ฉบับ

ฉบับแรกส่งถึง น.พ.สุรังษี จงวิวัฒน์สุนทร ผอ.รพ.บุรฉัตรไชยากร ฉบับที่ 2 ส่งถึงนายชัชวาล และ น.ส.กิ่งกาญจน์ บุญเกษมสันติ ลูกของทั้ง 2 คน มีเนื้อหาใจความว่า “ขอไปปฏิบัติธรรมต่างจังหวัด 3 วัน” พร้อมลงลายมือชื่อ พ.ญ.ผัสพร เป็นจดหมายที่ถูกส่งมาจากจังหวัดจันทบุรี

ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร
ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร

แต่ภายหลังข่าวการหายตัวของ พ.ญ.ผัสพรถูกเปิดเผยขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสืบสวน จนนำไปสู่การเข้าตรวจค้นในห้องพักที่ 318 อาคารวิทยนิเวศน์ พบคราบเลือดภายในท่อน้ำทิ้งและผ้าพลาสติกกันน้ำ จากการดูดสิ่งปฏิกูลในบ่อเกรอะ พบชิ้นเนื้อมนุษย์รวมน้ำหนัก 3,330 กรัม

เช่นเดียวกับการตรวจบ่อเก็บสิ่งปฏิกูลที่ 25-26 ของโรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว พบชิ้นเนื้อและกระดูกบางส่วนที่ถูกบริษัทเอกชนสูบไปทิ้งในที่กำจัดขยะ ภายในซอยอ่อนนุช 65 จากการตรวจสอบของสถาบันนิติเวชฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าดีเอ็นเอตรงกับ พ.ญ.ผัสพร

การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จสิ้น ได้ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณา แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ทำให้นายโชติ วัฒนเชษฐ์ พ่อของ พ.ญ.ผัสพร ทำการฟ้องรเองต่อศาลเอง ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องทั้งหมด

ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร
ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร

นายโชติ เคยเบิกความในศาลว่า ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยมีเรื่องราวฟ้องร้องทั้งเรื่องการหย่าร้างและแบ่งทรัพย์สินกันมาแล้ว โดยที่ พ.ญ.ผัสพร ทราบว่า น.พ.วิสุทธิ์ไปคบหากับผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นคนไข้ โดน พ.ญ.ผัสพรข่มขู่ว่าจะนำเรื่องร้องเรียนแพทยสภา จน น.พ.วิสุทธิ์ยินยอมทำบันทึกตกลงว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับหญิงอื่นอีก

ต่อมาราวปี 42 ทั้งคู่ทะเลาะกัน จนถึงขั้นที่ น.พ.วิสุทธิ์ทำร้าย พ.ญ.ผัสพรด้วยการบีบคอ ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะตกลงแบ่งเงินกัน ฝ่าย น.พ.วิสุทธิ์ได้ไปทั้งสิ้น 13 ล้านบาท ส่วน พ.ญ.ผัสพรได้ไปจำนวน 11 ล้านบาท

หลังจากนั้นทั้งคู่ยังมีเรื่องทะเลาะกันอีกหลายครั้ง จากเรื่องราวดังกล่าวนำไปสู่สาเหตุที่ทำให้ น.พ.วิสุทธิ์ นำตัว พ.ญ.ผัสพรไปกักขังที่อาคารวิทยนิเวศน์ ทำให้ปราศจากเสรีภาพ แม้คดีนี้จะไม่พบศพ แต่จากการตรวจชิ้นเนื้อที่พบโดยขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ ระบุได้ว่าเป็น พ.ญ.ผัสพร และเสียชีวิตแล้วด้วยวิธีแล่ชิ้นเนื้อเพื่ออำพรางการตาย

และศาลฎีกาได้พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ สั่งประหารชีวิตนายแพทย์วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ชี้พฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยมีพยานแวดล้อม ลำดับขั้นตอน วางยา ฆ่า และหั่นศพแพทย์หญิงผัสพร ภรรยา อย่างชัดเจน โดยข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร
ย้อนรอยคดี หมอวิสุทธิ์ ฆ่าพ.ญ.ผัสพร

จากนั้น หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ได้รับการอภัยโทษหลายครั้ง เนื่องจากปฏิบัติตัวดี และล่าสุดได้ทำเรื่องถึงกรมราชทัณฑ์เพื่อขอพักโทษ ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ได้ส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณา และคณะกรรมการพิจารณากรณีดังกล่าว ก็ได้อนุมัติให้หมอวิสุทธิ์พักโทษได้ ทางเรือนจำกลางบางขวางจึงได้มีการปล่อยตัวหมอวิสุทธิ์ หลังถูกจองจำในเรือนจำทั้งหมด 10 ปี 9 เดือน

หมอวิสุทธิ์ ยังเหลือโทษจำคุกอีก 3 ปี 2 เดือน กรณีนี้เป็นเพียงพักการลงโทษเท่านั้น โดยให้นักโทษไปปรับสภาพการใช้ชีวิตภายนอกก่อนพ้นโทษจริง  และระหว่างที่อยู่บ้านนั้น ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งต้องมารายงานตัวตามที่นัดหมาย พร้อมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของราชทัณฑ์ เช่น ห้ามดื่มสุรา ห้ามเที่ยวกลางคืน ห้ามเคลื่อนย้ายภูมิลำเนา ฯลฯ แต่สามารถออกไปข้างนอกใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปได้ตามปกติ