สัญลักษณ์มือ 18 อย่าง ที่เราควรรู้ไว้ใช้

Home / men around, RUSH MAG / สัญลักษณ์มือ 18 อย่าง ที่เราควรรู้ไว้ใช้

สัญลักษณ์มือ 18 อย่าง ที่เราควรรู้ไว้ใช้
18 The Body Language

สัญลักษณ์มือ 18 อย่าง ที่เราควรรู้ไว้ใช้

เคยสงสัยกันไหมครับว่าพวก สัญลักษณ์มือ ที่พวกเราเอามาใช้กันอย่างสนุกสนาน เช่น สัญลักษณ์ Devil Horn ของชาวร็อค หรือจะเป็นการชูสองนิ้วแบบ V sign ที่บางคนอาจจะไม่รู้ว่ามันมีความหมายว่าอะไร คอลัมน์ Numbers ฉบับนี้ เราจะอธิบายความหมายของแต่ละ สัญลักษณ์มือ ซึ่งบางสัญลักษณ์นั้น มีประวัติความเป็นมาที่น่าทึ่งอย่างมากเลยทีเดียว

1. Devil Horn เขาซาตาน

Devil Horn เขาซาตาน
Devil Horn เขาซาตาน

เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึงการต่อต้านพระเจ้า สำหรับที่มาของ สัญลักษณ์มือ นี้ ยังไม่มีข้อสรุปถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงว่ามาจากไหน หมายถึงอะไร แต่เชื่อว่ามันมีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ โดยอาจจะหมายถึงตัว Minotaur ปิศาจครึ่งวัวครึ่งคนที่เฝ้าเขาวงกตในตำนานของกรีก ต่อมาสัญลักษณ์นี้ก็แพร่หลายในยุโรป ซึ่งใช้สัญลักษณ์นี้ แทน Evil Eye เป็นสัญลักษณ์ในทางเวทมนต์เช่น ถ้าอยากสาปแช่งใครก็ทำสัญลักษณ์นี้แล้วชี้ นิ้วใส่คนนั้น

ต่อมา ทาง Church of Satan ในฝรั่งเศส ก็นำ สัญลักษณ์มือ นี้มาใช้ในการแสดงความเคารพ ต่อซาตาน (เปรียบเทียบคือการกราบไหว้ของไทย เวลาเจอพระพุทธรูปเรากราบไหว้ แต่ถ้าเป็น Church of Satan จะใช้ Evil Horn แทนการไหว้) สำหรับดนตรีเมทัล ในสายที่มีภาพพจน์ทางปีศาจ ใช้ สัญลักษณ์มือ นี้แทนเขาปีศาจ

สัญลักษณ์ Evil Horn นี้ ปรากฏขึ้นครั้งแรกในแวดวงดนตรีราวๆ ปลายทศวรรษ 60s วงนี้เป็นวงมาจากชิคาโก้ สไตล์ออกไปทาง acid rock ร่วมสมัยไซคิเดลิค แต่เนื้อหาจะเน้นไปทางเรื่องเร้นลับเหนือธรรมชาติ โดย Jinx Dawson นักร้องนำวง Coven นิยมใช้ สัญลักษณ์มือ นี้ ที่น่าแปลกใจในความบังเอิญคือ ในวงนี้มีสมาชิกชื่อ Oz Osborne แต่ไม่ใช่ ออสซี่ ออสบอร์น แห่ง Black Sabbath และในอัลบั้ม Witchcraft Destroys Minds and Reaps Souls มีเพลง “Black Sabbath” อยู่ด้วย

ในการแสดงบนเวทีจะมีการจำลองเหตุการณ์์ทำ Black Mass บ่อยๆ โดยที่ Dawson จะแสดงสัญลักษณ์นี้พร้อมตะโกน Hail Satan… แต่ก่อนหน้านั้น สัญลักษณ์นี้ก็ไปปรากฏอยู่ที่หน้าปกอัลบั้ม Yellow Submarine ของ The Beatles ขอให้สังเกตมือของจอห์น เลนน่อน ที่อยู่เหนือศีรษะ พอล แม็คคาร์ทนี่ย

คนไทยอาจจะเคยเห็นการทำมือเป็นสัญลักษณ์แบบนี้เวลามีการแสดงคอนเสิร์ตเพลงร็อค โดยนำมาจากวัฒนธรรมเพลงแนวเฮวี่เมทัลของอเมริกันนั้นเอง แต่ในประเทศบราซิล โคลัมเบีย อิตาลี โปรตุเกส และสเปนถือว่าเป็นสัญลักษณ์บอกให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่ากำลังถูกคนรักนอกใจหรือ สวมเขานั่นเอง

2. Thumbs up ยอดเยี่ยม

Thumbs up ยอดเยี่ยม
Thumbs up ยอดเยี่ยม

ความหมายของมันคือดีเยี่ยม ซึ่งเหมือนกับประเทศอังกฤษ เกาหลีใต้ และแอฟริกาใต้ แต่อีกหลายประเทศในโลก ไม่ได้ใช้ในความหมายนี้ สำหรับประเทศฝรั่งเศส โปแลนด์และสวิตเซอร์แลนด์ การชูนิ้วโป้งนิ้วเดียวหมายถึงเลข 1 แต่สำหรับประเทศกรีซ รัสเซีย ประเทศแถบละตินอเมริกาและแอฟริกาตะวันตก การทำสัญลักษณ์นี้เป็นการสบประมาทที่ร้ายแรงเหมือนกับการชูนิ้วกลางเลยค่ะ โดยมีความหมายว่าจะยัด…เข้าประตูหลังของอีกฝ่าย ถ้าเผลอทำมีสิทธิ์โดนรุมตื๊บได้เลย

3. shake hand การใช้มือซ้ายจับมือ

shake hand การใช้มือซ้ายจับมือ
shake hand การใช้มือซ้ายจับมือ

หมายถึงการหยิบจับสิ่งของ ส่ง-รับของกับผู้อื่นโดยใช้มือซ้ายของเราจะใช้มือไหนทำอะไรก็ขึ้นกับความถนัดและความสะดวก แต่ถ้าไปกลุ่มประเทศมุสลิมหลายๆ ประเทศ การใช้มือซ้ายยื่นรับสิ่งของโดยเฉพาะอาหาร หรือการจับมือเชคแฮนด์ด้วยมือซ้ายเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่สุด เพราะเขามองว่ามือขวาใช้ทำกิจกรรมทั่วไป แต่มือซ้ายใช้ทำความสะอาดร่างกายเท่านั้น โดยเฉพาะหลังทำภารกิจเสร็จในห้องน้ำ ฉะนั้นเมื่อใช้มือซ้ายสัมผัสผู้อื่น หรือสิ่งของระหว่างกันและกันจึงถือว่าสกปรกมาก ฉะนั้นต้องเก็บมือซ้ายไว้ให้ดี แต่ก็น่าสงสารคนถนัดซ้ายเนอะ

4. OK สัญลักษณ์โอเค

OK สัญลักษณ์โอเค
OK สัญลักษณ์โอเค

คำว่า โอเค ได้รับความนิยมอย่าง แพร่หลายในสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เริ่มจากวงการสื่อมวลชน โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ใช้คำย่อว่า OK แทนคำว่า “all correct แปลว่าถูกต้องทั้งหมดเพื่อย่อให้ใช้คำหรือวลีสั้นลงและเพื่อหลีกเลี่ยงการสะกดผิดๆ ซึ่งสมัยก่อน คนมักเขียนคำว่า “all correct” ผิดไปหลายอย่าง เช่น “Oil korrect” “oll korrect” หรือ “ole kurreck

อีกที่มาหนึ่งบอกว่า ในสมัยการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อเมริกาในปี 2383 ผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตพากันชูนิ้วทำมือเป็นรูปโอเค เพราะต้องการสื่อถึงผู้สมัครที่มีชื่อว่ามาร์ติน แวน บูเรน ซึ่งมีชื่อเล่นว่า โอลด์ คินเดอร์ฮุก (Old Kinderhook) เพราะมีพื้นเพเป็นคนคินเดอร์ฮุก นิวยอร์กจึงทำมือเป็นท่าโอเคเพื่อเป็นสโลแกนในการหาเสียงเลือกตั้ง นอกจากนี้ ในสมัยสงครามกลางเมืองอเมริกัน การใช้คำว่า โอเค หมายถึง “ไม่มีทหารเสียชีวิตในสนามรบ” หรือ Zero (O) Killed โดยทหารมักจะเขียนสั้นๆ บนกระดานว่า โอเค

แม้วัฒนธรรมอเมริกันที่แพร่หลายจะทำให้การเอาปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาชน กันจนเกิดวงกลม และปล่อยสามนิ้วที่เหลือให้กางออกจะแปลว่าโอเค ตกลง หรือดี แต่สำหรับบางประเทศการทำมือแบบนี้มีความหมายอื่น เช่น บางประเทศในทวีปยุโรปแปลว่าเลข 3 ส่วนในจีนแปลว่าเลข 7 ส่วนที่ประเทศบราซิลและประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนจะเป็นคำด่าเทียบ เท่ากับ Asshole (เพราะมองว่าวงกลมเป็นสัญลักษณ์ของทวารหนัก) ในเยอรมนีหลายคนใช้แปลว่าเกย์ และยังมีอีกหลายประเทศในแถบยุโรปตะวันออกที่ใช้ด่าว่าคนนั้นไม่มีค่า (เป็นศูนย์) หรือด่าตรงๆ เลยว่าอ้วน ตัวกลมไปหมด

5. Loser ไอ้ขี้แพ้

5. Loser ไอ้ขี้แพ้
Loser ไอ้ขี้แพ้

การทำมือลักษณะนี้ถือเป็นการด่าอีกฝ่ายว่า LOSER หรือพวกขี้แพ้ ซึ่งเป็นความหมายเชิงลบ โดยในเว็บไซต์ urbandictionary.com ได้ให้นิยามของศัพท์นี้ว่า LOSER หมายถึง บุคคลที่ไร้เพื่อน และอายุเกิน 25 แล้วแต่กลับอาศัยอยู่กับพ่อแม่ นอกจากนี้ยังหมายถึงบุคคลที่ยังเอาดีอะไรไม่ได้กับชีวิตอีกต่างหาก อาจเพราะผู้คนที่อยู่ในวัฒนธรรมตะวันตก พออายุ 17-18 ก็เริ่มจะหาทางขยับขยายไปหาที่อยู่ของตนเองแล้ว หากใครยังอยู่กับครอบครัวก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกไม่เอาถ่าน ซึ่งต่างจากวัฒนธรรมแถบบ้านเราที่นิยมอยู่กับพ่อแม่ไปตลอด และนอกจากคำว่า LOSER แล้ว ยังนิยมใช้คำว่า QUITTER ในความหมายเดียวกันอีกด้วย

ส่วนบ้านเราใช้เวลาชี้บางอย่าง หรือบางทีอาจจะทำมือแบบนี้แล้วคว่ำมือลงเพื่อถ่ายรูปให้ดูฮิพฮอพก็ได้ แต่ในสหรัฐอเมริกาและประเทศที่ได้รับอิทธิพลอเมริกันจะมองว่า L มาจาก Loser (คนแพ้) และใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าขี้แพ้ ส่วนในจีนหมายถึงเลข 8 และในประเทศเบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์จะแปลว่าเลข 2

6. V sign สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ

V sign สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ
V sign สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ

V sign สัญลักษณ์แสดงชัยชนะ (V = Victory-ชัยชนะ)
ที่มาของการแสดงท่านี้ ว่ากันว่าเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อครั้งสงครามอังกฤษ-ฝรั่งเศส ในยุคโบราณ ทหารฝรั่งเศส จับพลแม่นธนูอังกฤษได้ ก็เลยสำเร็จโทษด้วยการตัดนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ที่ใช้ยิงธนูทิ้ง ทหารอังกฤษจึงแสดงสัญลักษณ์ ชู 2 นิ้ว เป็นการยกย่องเชิดชูวีรบุรุษพลธนูที่ถูกตัดนิ้วทิ้งและอีกนัยหนึ่ง ก็แสดงความหมายว่า “กูไม่กลัวมึงโว้ย” ต่อต้านการรุกรานของฝรั่งเศส

คนที่นำการชู 2 นิ้ว มาใช้แทนความหมายแสดงชัยชนะจริงๆ คือ วินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มัก กล่าวคำปราศรัย พร้อมชู 2 นิ้ว V sign ประกาศชัยชนะในสงครามโลกอยู่บ่อยครั้ง แต่ในญี่ปุ่น ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากแพ้สงคราม โดนระเบิดปรมาณูถล่ม การชู 2 นิ้ว ไม่ได้หมายถึง การประกาศชัยชนะ หรือ “สู้ตายโว้ย” แต่หมายถึง “เราต้องการสันติภาพ”

ท่านี้ยังเป็นท่าประกอบการถ่ายรูปยอดฮิตของเด็กไทย จะไปไหนก็ขอชูสองนิ้วไว้ก่อน ไม่ได้มีความหมายพิเศษแค่ “น่ารัก” ถ้ากางเฉพาะนิ้วชี้และนิ้วกลางและหันฝ่ามืออเข้าหาตัว แม้ฝั่งอเมริกาจะไม่มีความแตกต่าง แต่สำหรับสหราชอาณาจักร ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แล้ว ถือว่าเป็นคำด่าระดับชูนิ้วกลางเลยก็ว่าได้ ช่วงแรกๆ ที่ท่านี้ยังไม่ดัง คนอเมริกันที่ไปอังกฤษมักจะสั่งเบียร์สองแก้วโดยชูนิ้วในลักษณะนี้ให้ ทำให้โดนคนอังกฤษซ้อมและโยนออกมาจากบาร์หลายคดีเลยทีเดียว ปัจจุบันท่านี้ถือว่าดังสุดๆ ทำให้วัยรุ่นอังกฤษเริ่มใช้ในฐานะสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ แต่เพื่อความสบายใจแก่ผู้พบเห็นในประเทศจึงมักกางนิ้วโป้งออกมาด้วยให้เป็น 3 นิ้วแทน ส่วนที่อิตาลีนั้นชูเฉยๆ ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ากางนิ้วโดยให้จมูกอยู่ตรงกลางด้วยแล้วจะหมายถึงช่องคลอดและเป็นคำด่าที่ร้ายแรงเลยทีเดียว

7. beckon กระดิกนิ้วเรียก

beckon กระดิกนิ้วเรียก
beckon กระดิกนิ้วเรียก

เรามักเห็นในภาพยนตร์ฝรั่งว่า ถ้าสาวสวยกระดิกนิ้วเรียกในลักษณะนี้แล้ว มักเป็นการเชิญชวนและยั่วยวนอีกฝ่ายให้ตามไป หรือเป็นการส่งสัญญาณให้เข้ามาใกล้ๆ เพื่อกระซิบบอกความลับบางอย่าง แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์นั้น ท่าทางนี้ใช้เรียกน้องหมาเท่านั้น ฉะนั้นถ้าเผลอไปทำใส่ใครจะเหมือนไปว่าเขาเป็นสุนัข และอีกฝ่ายอาจจะโกรธถึงขั้นหักนิ้วชี้เราได้เลย

8. Thumbs pointing นึกถึงเทวดาบนสวรรค์

Thumbs pointing นึกถึงเทวดาบนสวรรค์
Thumbs pointing นึกถึงเทวดาบนสวรรค์

นี่ไม่ใช่ท่าชี้นิ้วขึ้นฟ้าธรรมดา เพราะมันคือการแสดงความศรัทธาอย่างหนึ่งต่อพระเจ้า Ricardo Kaka นอกจากจะเป็นยอดนักเตะแล้ว ยังเป็นยอดคริสตชนอีกด้วย เขามอบศรัทธาของตัวเองทั้งหมดให้แก่พระผู้เป็นเจ้า เคร่งครัดในวิถีปฏิบัติของศาสนา ทั้งการอธิษฐาน อ่านคัมภีร์ ดังนั้นทุกการเล่นอันยอดเยี่ยมและประตูที่ทำได้ เขาจึงยกให้เป็นสิ่งที่ประทานมาจากพระเจ้า ด้วยการแสดงท่าดีใจโดยชี้นิ้วขึ้นฟ้าทั้งสองมือ เพื่อบ่งบอกความศรัทธาต่อผู้ที่อยู่เบื้องบนนั่นเอง หากเอาไปลองทำเล่นๆ ก็ถือเป็นท่าดีใจที่เท่อยู่เหมือนกัน แต่หากใส่ศรัทธาเข้าไปด้วยก็คงจะดูศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเยอะ

9. Snap การดีดนิ้ว

Snap การดีดนิ้ว
Snap การดีดนิ้ว

การดีดนิ้วดังเป๊าะนั้น ถ้าดีด 1 ครั้ง คนอเมริกาและอังกฤษจะสื่อว่านึกอะไรออกแล้ว หรือมีไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาในหัว ส่วนการดีดเรื่อยๆ ไปมาหมายถึงกำลังพยายามนึกถึงบางอย่างให้ออกอยู่ แต่สำหรับประเทศแถบละตินอเมริกานั้นหมายความว่า ให้คนข้างหน้าช่วยรีบเดิน เร็วๆ หน่อย แต่ 10 ภาษากายที่มีความหมายต่างกันทั่วโลกสำหรับประเทศส่วนใหญ่ในโลก การดีดนิ้วใส่หน้าคนอื่นเป็นกิริยาที่หยาบคายมาก(แต่บางประเทศก็หมายถึงดึงความสนใจอีกฝ่ายให้กลับมา)

10. Talk to the hand ไปตายซะ

Talk to the hand ไปตายซะ
Talk to the hand ไปตายซะ

โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีก ฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูด และ ให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาทแล้ว แต่ที่ประเทศกรีซมันหมายถึงให้ไปตายซะ

11. Digitus infamis (F*ck You) การร่วมเพศ แทนอวัยวะเพศชาย

Digitus infamis (F*ck You) การร่วมเพศ แทนอวัยวะเพศชาย
Digitus infamis (F*ck You) การร่วมเพศ แทนอวัยวะเพศชาย

อันนี้ค่อนข้างสากลว่า หมายถึง อวัยวะเพศชาย ใช้แทนคำด่า หลายประเทศถือว่าการแสดงท่านี้ มีความผิดทางกฎหมายด้วย ตามข้อมูลของนักประวัติศาสตร์กรีกระบุว่าต้นเหตุของมันย้อนกลับไปในยุค กว่า400 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อดิโอจิเนสแห่งซิโนพ นักปรัชญากรีกโบราณ กล่าวแสดงความรู้สึกของเขาที่มีต่อ”เดมอสเธนีส” นักปราศรัยชื่อดัง ให้แก่ผู้มาเยี่ยมได้ฟัง พร้อมกับการชูนิ้วกลาง

การชูนิ้วกลาง โดยที่นิ้วที่เหลือถูกกดไว้โดยนิ้วหัวแม่โป้ง ถูกระบุไว้ชัดว่าคือการแสดงการดูหมิ่นเหยียดหยามและการดูถูกดูแคลนมานาน เกือบ 2,000 ปี ไม่ว่าจะเป็นนักปรัชญากรีกโบราณ กวีชาวลาตินที่หวังจะขายผลงานของตน หรือกระทั่งทหาร นักกีฬา นักร้องเพลงป็อป เด็กนักเรียน หรือตำรวจ กระทั่งผู้บริหารประเทศต่างทราบดีว่าสัญลักษณ์นิ้วกลางมีพลังต่อพวกเขามาก เพียงใด

นายเดสมอนด์ มอร์ริส นักมานุษยวิทยากล่าวว่า การชูนิ้วกลางเป็นกิริยาการแสดงการดูหมิ่นที่เก่าแก่ที่สุดอันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ โดยนิ้วกลาง แสดงสัญลักษณ์ของอวัยวะเพศชาย ขณะที่นิ้วทั้งสี่ที่ห่ออยู่ด้วยกันด้านล่าง เป็นสัญลักษณ์ของอัณฑะ เมื่อใครก็ตามที่แสดงกิริยาดังกล่าว เท่ากับว่าคนคนนั้น กำลังยื่นข้อเสนอที่ชวนให้ขัดเคืองใจ โดยการแจกของสงวนให้แก่บุคคลที่เขาเกลียดชัง 
นิ้วกลางยังเป็นสัญลักษณ์ขององคชาตมานานแล้วในวัฒนธรรมของยุโรป เนื่องจากเป็นนิ้วที่มีขนาดยาวที่สุดอย่างไรก็ตามแม้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศ แต่คำด่านี้บ่งบอกถึงการก้าวร้าวมากกว่าจะหมายถึงเรื่องเพศโดยตรง

นอกจากนั้นยังมีการอ้างถึง “การชูนิ้วกลาง” ไว้ที่บริเวณหว่างขาเป็นครั้ง แรกในบทละครชวนขันของกรีกโบราณ เรื่อง “The Clouds” ของอริสโตฟาเนสเมื่อ 419 ปีก่อนคริสตศักราช ขณะที่ชาวโรมันยังตั้งชื่อพิเศษสำหรับนิ้วกลางไว้ด้วยโดยพวกเขาเรียกมันว่า “ดิจิตุส อินฟามิส” (digitus infamis) ที่แปลว่านิ้วทุเรศ หรือไร้ยางอาย หรือ“ดิจิตุส อิมพูดิคุส” (digitus impudicus) ซึ่งมีความหมายในทำนองว่า นิ้วสัปดน

นอกจากนี้ ชาวโรมันยังคงเห็นภาพองคชาติเป็นเสมือนเครื่องรางต่อสู้กับคำสาปชั่วร้าย ดังนั้น การชูนิ้วกลางให้คนอื่นจึงอาจจะไม่ใช่คำด่าในเชิงหยาบโลน แต่น่าจะเป็นการกล่าวข่มขวัญมากกว่าว่า “ฉันจะป้องกันตัวเองจากมนต์ดำของแก ก่อนที่แกจะได้เริ่มใช้มันซะอีก” กระนั้นก็ตาม ยังมีที่มาของการด่าด้วยการชูนิ้วกลางอีกด้วยว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ ชาวนาโบราณจะใช้นิ้วกลางทดสอบว่าแม่ไก่กำลังออกไข่หรือไม่
 
การแสดงอาการดังกล่าวยังคงแตกต่างกันในแต่ละประเทศเช่น ในอังกฤษ อาจจะชูนิ้วกลางขึ้นโดดๆ หรือชูพร้อมกับนิ้วชี้และหันอุ้งมือเข้าข้างใน และในการพิจารณาคดีหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ศาลของญี่ปุ่นยังได้ตัดสินว่าการแสดงสัญลักษณ์โดยการชูด้านหลังของนิ้วกลาง ของมือข้างขวาแล้วหันลงถือว่าเป็นการกระทำหมิ่นประมาทหรือการยั่วยุแม้ว่า มันจะเป็นสัญลักษณ์ไม่สามัญเท่ากับในสหรัฐฯก็ตาม

ที่มาของกิริยาดังกล่าว ยังถูกเชื่อมโยงไปถึงกิริยาของลิงเพศผู้สายพันธุ์หนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ ที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่ามักแสดงกิริยาพร้อมกับอวัยวะเพศที่กำลังแข็งตัว นอกจากนั้น การชูนิ้วกลางยังอาจมาถึงสหรัฐฯพร้อมกับผู้อพยพชาวอิตาเลียน มีการบันทึกไว้ในเอกสารที่สืบไปได้ไกลถึงช่วงปี 1886 เป็นครั้งแรก เมื่อผู้เล่นตำแหน่งพิชเชอร์ของทีมเบสบอลบอสตัน บีนอีทเตอร์ส ชูนิ้วกลางระหว่างการถ่ายรูปร่วมกับทีมคู่แข่งอย่างนิว ยอร์ก ไจแอนท์ส

12. Sign of the Cross เครื่องหมายกางเขน

Sign of the Cross เครื่องหมายกางเขน
Sign of the Cross เครื่องหมายกางเขน

เป็นสัญลักษณ์ของการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนาคริสต์ เป็นการให้ศีลให้พร จะทำโดยการเคลื่อนมือเป็นรูปกากบาทในอากาศ ตามร่างกายของตัวเอง

ด้วยมือข้างขวามักจะมาพร้อมด้วยการบรรยาย พูดหรือสวดมนต์ เป็นการสะท้อนรูปแบบของการเล่าเรื่องของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ให้นึกถึงพระเยซูที่ถูกตรึงไม้กางเขน มีสองรูปแบบและถูกใช้เฉพาะในคริสตจักรภาคตะวันออกดั้งเดิมและพิธีกรรมทางทิศตะวันออกของโบสถ์คาทอลิกเท่านั้น

13. Throat slash เฉือดคอ

Throat slash เฉือดคอ
Throat slash เฉือดคอ

ทำโดยการย้ายนิ้วชี้หนึ่งของ นิ้วหัวแม่มือหรือมือทั้ง จัดขึ้นตรงและด้วยฝ่ามือลงแนวนอนในลำคอของคน เป็นการเลียนแบบท่าทางการตัดลำคอของคนที่มีมีด ซึ่งแสดงถึงความไม่พอใจและความโกรธอยางรุนแรงหรือความไม่พอใจกับผู้อื่นหรือกับตัวเองเป็นสัญลักษณ์อีกทางเลือกหนึ่ง ที่สามารถบอกให้หยุดการออกอากาศเช่น การสั่งคัทของผู้กำกับหนัง

14. Crossed fingers เกี่ยวกับพระเจ้า

Crossed fingers เกี่ยวกับพระเจ้า
Crossed fingers เกี่ยวกับพระเจ้า

ลักษณะคือ เป็นท่าที่นิ้วกลางไขว้ทับด้านบนของนิ้วชี้ของมือข้างเดียวกัน มีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าต้นกำเนิดของสัญลักษณ์นี้ก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศาสนา เป็นสัญลักษณ์ป้องกันศักดิ์สิทธิ์และมีความหมายของเทพเทวดาแอบแฝง เป็นความของความเชื่อของคริสเตียนบางนิกาย ในปัจจุบันสัญลักษณ์นี้มีความหมายที่แตกต่างกันไปตามแต่ล่ะท้องที่

อีกนัยหนึ่งคือ สัญลักษณ์นี้แสดงถึงการภาวนาอย่างใดอย่างหนึ่งในการเรียกร้องให้พระเจ้าคุ้มครองเช่นเดียวกับการขอให้ตัวเองโชคดี

15. Fig sign / Dulya การมีเพศสัมพันธ์

Fig sign / Dulya การมีเพศสัมพันธ์
Fig sign / Dulya การมีเพศสัมพันธ์

เป็นท่าทางแสดงความลามกอนาจารอย่างอ่อนโยน ที่ใช้ในวัฒนธรรมตุรกีและสลาฟ และในบางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ใช้นิ้วหัวแม่มือสอดเข้าไประหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ตำแหน่งนิ้วเป็นตัวแทนของอวัยวะเพศชาย(นิ้วโป้ง)ที่กำลังสอดเข้าๆ ไปในช่องคลอด (ช่องระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง) ท่าทางนี้เป็นที่นิยมใช้มากที่สุดเพื่อปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน

16. Shaka sign สัญลักษณ์ชากา

Shaka sign สัญลักษณ์ชากา
Shaka sign สัญลักษณ์ชากา

บางครั้งจะเรียกว่า “hang loose” เป็นท่าทางมักจะเกี่ยวข้องกับฮาวายและวัฒนธรรมท้องถิ่น ประกอบไปด้วยการชู้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อย ในขณะสามนิ้วที่เหลือนั้นหุบไว้กับฝ่ามือ อาจจะหมุนไปมาเพื่อเน้น ชากาเครื่องหมายถูกนำมาจากวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ฮาวายในปี 1960 และการใช้งานได้แพร่กระจายไปทั่วโลก

ชาวฮาวายใช้สัญลักษณ์ชากาที่จะถ่ายทอด “วิญญาณ Aloha” แนวคิดของมิตรภาพความเข้าใจเห็นอกเห็นใจและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่วัฒนธรรมชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อยู่ภายในฮาวายขาดตรงความหมายที่จะแปลตามตัวอักษร ชากานอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการแสดง การขอบคุณและการทักทาย

ในภาษามืออเมริกันชากาเป็นหนึ่งในสองสัญลักษณ์ที่ใช้ในการพูดถึงการท่องเที่ยวในแคลิฟอร์เนียสัญลักษร์ชากาอาจจะเรียกว่า “hang loose” หรือ “hang ten”

ทฤษฎีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับที่มาของสัญลักษณ์ชากา นั้นมาจากผู้อพยพชาวสเปนที่พับนิ้วกลางของพวกเขาและเอานิ้วหัวแม่มือขึ้นไปที่ริมฝีปากเป็นท่าทางที่แสดงความเป็นมิตร เพื่อเป็นตัวแทนของเครื่องดื่มที่ใช้ร่วมกันกับชาวพื้นเมืองที่คนสเปนเหล่านั้นได้พบในฮาวาย

17. Shocker สิ่งที่เลวทราม

Shocker สิ่งที่เลวทราม
Shocker สิ่งที่เลวทราม

สัญลักษณ์นี้เป็นที่รู้จักในนามว่า “two in the pink, one in the stink” เกี่ยวกับสองสิ่งที่ห่วยแตกหรือมีกลิ่นเหม็น เป็นท่าทางมือที่มีความหมายทางเพศ นิ้วนางและนิ้วหัวแม่มือจะขดหรืองอลงในขณะที่นิ้วอื่นๆ จะขยาย นิ้วโป่งกับนิ้วนางจะถูกเก็บอยู่ด้วยกัน และด้านหลังของมือที่ใบหน้าออกไปด้านนอก ท่าทางนี้หมายถึงการกระทำของการสอดใส่นิ้วกลางเข้าไปในช่องคลอดและนิ้วก้อยเข้าไปในทวารหนักของผู้หญิงจึง มีการห้ามประชาชนใช้สัญลักษณ์นี้ เพราะเป็นท่าทางที่เสื่อมและเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ซึ่งบางประเทศนั้นสัญลักษณ์นี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

18. Three-finger salute (Serbian) แสดงความยินดี

Three-finger salute (Serbian) แสดงความยินดี
Three-finger salute (Serbian) แสดงความยินดี

เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดี ซึ่งคาดว่าเริ่มมาจากชาวเซอร์เบีย เป็นการการชูนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ด้วยมือข้างใดข้างนึง ซึ่งสัญลักษณ์นี้ยังมีความหมายอื่นๆ ของการแสดงความยินดี และยังถูกใช้โดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลเซอร์เบีย โดยนาย Srdjan Srećković รองนายกรัฐมนตรีของเซอร์เบียในช่วงเวลานั้นกล่าวในการสัมภาษณ์กับ Kurir สำนักข่าวของประเทศเซอร์เบีย ว่าสัญลักษณ์นี้ยังสามารถเป็นสัญลักษณ์แทนบุคคลสำคัญทั้งสามของเซอร์เบีย นั่นก็คือ Sveti Sava , Njegoš, และ Karađorđe ซึ่งในช่วงเวลาของสงครามยูโกสลาเวียสัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดีเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

เนื้อหาจากนิตยสาร
RUSH Issue 54 february 2014

kiux6vy8