ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง

Home / men around, RUSH MAG / ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง

ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง
The Best of “Real” Scary Movies

ใครมันจะไปคิดล่ะว่า ภาพยนตร์สยองขวัญ มากมายหลากหลายเรื่องมันจะไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการอย่างเดียว เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงเหลือเชื่อที่บังเอิญเกิดขึ้นตรงกับภาพยนตร์หลายๆ เรื่องในอดีต ซึ่งคุณอาจจะยังไม่เคยรู้

ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง
ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง

ชาวอเมริกันบางคนกลัวตัวตลก(จากการวิเคราะห์ของนักจิตวิทยาพบว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบตัวตลก) ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่ภาพยนตร์หลายเรื่องมักใช้ตัวตลกมาทำเป็นสัตว์ประหลาดทำร้ายคน นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าที่น่าขนหัวลุกเกี่ยวกับตัวมันอีก โดยเรื่องเริ่มขึ้นว่าในระหว่างที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ในกลางคืนดึกวันหนึ่ง ระหว่างที่พ่อแม่ดูทีวีในห้อง อยู่นั้นก็มีเด็กซึ่งเป็นลูกของพวกเขามายังในห้อง พ่อแม่เด็กถามเด็กว่าทำไมไม่ไปนอน ตื่นขึ้นมาหาพวกเขาทำไม เด็กคนนั้นตอบว่าช่วยจัดการกับรูปปั้นตัวตลก(ตุ๊กตาตัวตลก)ในห้องของผมทีครับ มันจ้องหน้าผมเวลานอนจนผมเป็นประสาทและนอนไม่หลับ

เมื่อพ่อแม่ได้ยินเด็กพูดดังกล่าวก็อึ้ง เพราะว่าบ้านพวกเขาไม่ได้มีรูปปั้นตัวตลกในห้องนอนสักหน่อย และเขาก็ไม่เคยซื้อรูปปั้นดังกล่าวมาด้วย และรูปปั้นตัวตลกในห้องนั้นนั่นคืออะไรล่ะ ด้วยความกลัว พวกเขาก็โทรเรียกตำรวจทันทีและผลปรากฏว่าไม่พบรูปปั้นตัวตลกในห้องนอนของพวกเขา แต่พบว่ามีร่องรอยบุกรุกจากภายนอก สันนิษฐานว่าคนจรจัดไม่ก็คนบ้าได้ปลอมเป็นตัวตลกแอบบุกรุกในบ้าน หรือไม่ก็คนบ้าหลบหนีจากคุกเพื่อฆ่าเด็ก

และเรื่องเล่าดังกล่าวก็เคยถูกนำมาแต่งเป็นนิยายของสตีเฟ่น คิง และถูกนำมาเป็นภาพยนตร์ในชื่อ Stephen King’s It (1990) หรือเรื่อง Killer Clowns(1988), Clown House(1990) ที่นำเสนอเป็นสัตว์ประหลาดที่มันจะออกมากินเด็กในเมืองนั้น และมันก็เกิดขึ้นจริงซะงั้น ในปี 1990 ที่ West Palm Beach ฟลอริด้า หญิงสาวคนหนึ่งชื่อ เชียลา (Shelia Keen) อายุ 27 ปีถูกยิงตายโดยผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่าคนฆ่าอยู่ใกล้ศพของเธอนั้นแต่งตัวเป็นตัวตลกใส่วิกผมสีส้มทอง (และคดีนี้ไม่สามารถไขได้ จนกลายเป็นคดีปริศนาในเวลาต่อมา) แต่ฆาตกรตัวตลกนี้เทียบไม่ได้กับฆาตกรต่อเนื่องนาม จอห์น เวยน์ เกซี(John Wayne Gacy 1942 ~ 1994) ที่ทำการฆาตกรรมฆ่าข่มขืนเด็กหนุ่ม 33 ชีวิตในระหว่างปี 1970-1978 ในเมืองชิคาโก้ รัฐอิลินอยส์ เขาถูกตั้งฉายาว่า “ฆาตกรตัวตลก” เนื่องจากเขาชอบ แต่งตัวเป็นตัวตลกไปเยี่ยมเด็กๆ ในโรงพยาบาลหรืองานกุศล สุดท้ายเขาก็ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือด

Night of the Living Dead

ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง
ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง

ซอมบี้ เป็นคำเรียกของคนที่ตายไปแล้วแต่กลับมาเดินเหินได้ราวกับมีชีวิตอีกครั้งตาม ความเชื่อของลัทธิวูดู เรื่องราวในลัทธิวูดูนั้นกล่าวถึงซอมบี้ว่าถูกควบคุมด้วยเวทมนตร์ให้ทำงาน ใช้แรงงานให้พ่อมด แต่ภาพลักษณ์ของซอมบี้ในวัฒนธรรมสมัยใหม่ซึ่งปรากฏผ่านสื่อต่างๆ นั้นต่างจากในลัทธิวูดูมาก โดยสาเหตุสำคัญนั้นมาจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Night of the Living Dead

การทดลองที่สามารถคืนชีพได้นั้นปัจจุบันสามารถทำได้จนสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือการทดลองของนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์การวิจัยกู้ชีพซาฟาร์ แห่งมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก (Pittsburgh’s Safar Centre for Resuscitation Research) สหรัฐฯ ได้พัฒนาเทคนิคการถ่ายเลือด และเติมสารละลายน้ำเกลือที่เป็นน้ำแข็ง และเย็นยะเยือกลงไปในเส้นเลือดดำ เพื่อรักษาสภาพและฟื้นชีวิตที่ตายไปแล้วให้กลับฟื้นคืนมาใหม่ได้เป็นผลสำเร็จ โดยการชุบชีวิตครั้งแรกได้ทดสอบกับ “สุนัข” จำนวนหนึ่งซึ่งตายแล้วตามนิยามทางการแพทย์ คือ หยุดหายใจ และหัวใจไม่เต้นหรือไม่มีกิจกรรมใดๆ เกิดขึ้นในสมอง และสภาพศพอยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าศูนย์องศา อุณหภูมิร่างกายเหลือเพียง 7 องศาเซลเซียส

แม้ว่าสุนัขน้อยเหล่านี้จะตายแล้วในทางการแพทย์แต่เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ยังอยู่ในสภาพดี เส้นเลือดต่างๆ และเนื้อเยื่อที่เสียหายสามารถซ่อมแซมได้ด้วยการศัลยกรรม โดยกระบวนการคืนชีพทางวิทยาศาสตร์นี้สามารถทำได้โดยการช็อตด้วยไฟฟ้าระหว่างกระบวนการแทนที่เลือดด้วยน้ำเกลือ แต่ว่าอีก 3 ชั่วโมงต่อมาเลือดของสุนัขที่สิ้นใจก็ถูกแทนที่ด้วยน้ำเกลือ และได้ออกซิเจนเต็มที่ 100% บรรดาสุนัขๆ ก็ฟื้นคืนชีพมาเป็น “สุนัขซอมบี้” การ ทดลองนี้นับว่าเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง โดยนักวิทยาศาสตร์พยายามทำให้ผู้ป่วยกลับฟื้นชีวิตได้ อย่างน้อยเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม แต่ก็มากพอสำหรับการรักษาชีวิตผู้บาดเจ็บจากสงครามหรือเหยื่อที่ถูกแทง ถูกยิง เพราะพวกเขาจะเจ็บปวด และขาดใจจากการเสียเลือดมากผลที่ได้ทำให้ทางศูนย์มีแผนจะนำเทคนิคนี้ไปทดสอบใช้ในมนุษย์ภายในปีหน้า อีกทั้งเชื่อว่าภายใน 10 ปีจะสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ขัดขวาง “การตาย” ของมนุษย์ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมรภูมิรบ

Frankenstein

ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง
ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง

แฟรงเกนสไตน์ เป็นนวนิยายยอดนิยมเรื่องหนึ่ง เขียนโดย แมรี เชลลีย์ จัดพิมพ์ครั้งแรก ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1818 โดยเนื้อเรื่องของแฟรงเกนสไตน์มีอยู่ว่า มีชายคนหนึ่งชื่อ วิคเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ ได้ไปศึกษาที่เยอรมนี เขาสนใจในเรื่องการใช้ไฟฟ้ากับร่างกายของมนุษย์ จึงนำชิ้นส่วนจากศพหลายๆ ศพ มาเย็บเข้าด้วยกัน และช็อตด้วยไฟฟ้า ทำให้ซากศพนั้นมีชีวิตขึ้นมา เป็นอสูรกายที่มีร่างกายใหญ่โต แต่เมื่ออสูรกายนั้นมีชีวิต วิคเตอร์ก็เกิดกลัวอสูรกายนั้นขึ้นมาจึงได้หนีไป และทิ้งให้อสูรกายตนนั้นมีชีวิตอย่างเดียวดาย โดยไม่ยอมรับมัน อสูรกายจึงขอร้องให้วิคเตอร์สร้างอสูรกายแบบมันขึ้นมาอีก 1 ตน แต่วิคเตอร์ก็ไม่ยอม มันจึงเริ่มฆ่าคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวิคเตอร์เพื่อให้วิคเตอร์รับรู้ความรู้สึกของความโดดเดี่ยวบ้าง

จนวิคเตอร์เสียชีวิต อสูรกายก็เสียใจมาก เพราะมันได้สูญเสียเพื่อนคนแรก และคนสุดท้ายในชีวิตของมันไป ความจริงแล้วเรื่องราวการทำศพมาต่อกันเป็นรูปร่างคนนั้นมีมากมาย ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกนาซีก็เคยมีการทดลองที่ว่านี้เหมือนกัน แต่กรณีที่โด่งดังที่สุดคือกรณีของ Vladimir Demikhov (1916 – 1998) เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยกายภาพมีชื่อเสียของโซเวียต เคย เป็นหมอทหารรัสเซียในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ มีความเชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดสมอง และการปลูกถ่ายอวัยวะ .

เขาเป็นที่รู้จักกันดีในโครงการปลูกถ่ายหัวสุนัขเมื่อ 1950 เขาได้แสดงผลงานวิจัยของเขา มันคือสุนัขสองหัว โดยหัวของลูกสุนัขได้ถูกใส่เข้าไปในส่วนคอของสุนัขเชพเพิร์ดขนาดใหญ่ โดยหัวที่สองจำเป็นต้องดื่มนม(แม้ว่าทุกๆ หยดจะเข้าปากและรั่วตรงรอยต่อก็ตาม) แต่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องในเดียวกับ สุนัขตัวใหญ่ อย่างไรก็ตามสุนัขสองหัวนี้ก็ตายเพราะร่างกายรับไม่ไหว และเนื้อเยื่อเข้ากันไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามผลงานของเขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการปลูกถ่ายอวัยวะในเวลาต่อมา

The Hills Have Eyes

ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง
ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง

The Hills Have Eyes (1977) เป็นภาพยนตร์คลาสสิกของผู้กำกับเวส คราเว่น ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับมนุษย์กลายพันธุ์กินคนในถ้ำกลางทะเลทรายที่ดักล่าคนที่ขับรถไปตามท้องถนน ด้วยเนื้อหาดิบ เหี้ยมโหดระทึกขวัญ และการเอาตัวรอด ส่งผลทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้โด่งดังในเวลาต่อมา จนถูกนำมาสร้างใหม่ในปี 2006 เพียงแต่เป็นเนื้อหาแตกต่างจากต้นฉบับเล็กน้อย โดยแรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากเรื่องราวของซอว์นี่ บีน(Sawney Bean) ฆาตกร กินคนในสก็อตแลนด์ ที่เขา และสมาชิกในครอบครัวร่วมมือก่ออาชญากรรมฆ่าคณะคนเดินทาง และกินเนื้อคน โดยเหยื่อที่ถูกครอบครัวนี้ฆ่าว่ากันว่ามีถึง 1000 คน

เรื่องราวของ ซอว์นี่ บีน ปรากฏอยู่ในบันทึกนิวเกตส์ เขียนไว้ว่า ซอว์นี่ บีน มีชื่อเต็มว่า อเล็กซานเดอร์ ซอวี่นี เกิดในช่วงต้นศตวรรษที่ 15-16 ที่เมืองอีสต์ โลเธี่ยน ประเทศสก็อตแลนด์ บิดาเป็นช่างสารพัด และคนขุดคลอง โดยซอว์นี่ บีน เป็นคนขี้เกียจบรม สมองทึบ นิสัยป่าเถื่อนโมโหร้าย เขาออกจากบ้าน และแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีนิสัยชั่วร้ายเหมือนกับเขา ทั้งคู่ออกเดินทางเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ จนกระทั้งมาหยุดลงที่ถ้ำลึกที่ชื่อบันนาน่า ถ้ำชายฝั่งในกัลป์โล เวอร์(ปัจจุบันคือไอร์ไชร์ใต้) และอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นที่พักถวาร พวกเขาหาเลี้ยงชีพด้วนยการปล้นฆ่านักเดินทางที่ผ่านไปผ่านมาในบริเวณแถวนั้น ตอนกลางคืนพวกเขาสืบลูกสืบหลานแบบร่วมประเพณีระหว่างพี่น้อง (ซอว์นี่ บีนมีลูกชาย 8 คน ลูกสาว 6 คน)

ทำให้เกิดเด็กลูกหลานที่มีสติไม่สมประกอบพิกลพิการถือกำเนิดขึ้นเป็นจำนวนมาก สภาพบ้านเริ่มแออัด พร้อมกับความต้องการอาหารที่มีมากขึ้น แต่อาหารที่ได้จากการฆ่านักเดินทางนั้นมีน้อยไม่พอในการเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของครอบครัว ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้ โดยการกินเนื้อคนที่ได้จากการฆ่าเพื่อเป็นอาหาร พวกเขาทำแบบ ต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานถึง 25 ปี เขามีลูกชาย 8 คน ลูกสาว 6 คน หลานชาย 18 คน และหลานสาว 14 คน ผลสุดท้าย ซอว์นี่ บีน และครอบครัวถูกพิพากษาประหารชีวิต โดยให้พวกผู้ชายต้องถูกหั่นร่าง ส่วนพวกผู้หญิง และเด็กให้ถูกเผาทั้งเป็น

เรื่องราวของซอว์นี่ บีน นั้นปรากฏอยู่ในตำนานของสก็อตแลนด์ และยังเป็นที่สนใจของนักประวัติศาสตร์ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ในปี 2005 มีบทความของนักประวัติศาสตร์ท่านหนึ่งเขียนว่าเรื่องราวของตระกูลบีนอาจไม่ใช่เรื่องจริง อาจเป็นเรื่องสมมุติแต่งขึ้นให้คนสมัยนั้นหวาดกลัว ที่สมัยนั้นประชาชนไม่ค่อยเคารพกฎหมาย

The Exorcism

ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง
ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง

พิธีไล่ผี เด็กสาวที่ถูกปีศาจสิงแล้วทำตาและพฤติกรรมน่ากลัว ใช้ภาษาหยาบคาย การอาเจียนรดพวกพระ และอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ในการไล่ผีแนวความคิดถูกนำไปสร้างภาพยนตร์ และนิยายมากมาย ที่ดังที่สุดคือ The Exorcism of Emily Rose และ Requiem ซึ่งหนังเรื่องนี้มาจากเรื่องจริงเสียด้วยสิ!!

เหตุการณ์ประหลาดนี้เกิดขึ้นที่ในปี 1968 หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในแคว้นบาวาเรีย ทางตอนใต้ของเยอรมนี นางสาวอันเนลีส มิเชล(Anneliese Michel) อายุ 16 ปี จู่ๆ ก็เกิดอาการประหลาดน่ากลัวเกิดขึ้น เธอเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ทำร้ายตัวเอง (เธอวิ่งชนกำแพงฟาดหน้าจน ฟัน คาง กราม และจมูกหัก เบ้าตาอักเสบ) เอาแต่นับเลขพึมพำไม่เป็นภาษา พูดจารุนแรง และหยาบคาย แสดงอาการลุกลี้ลุกลนทำร้ายกัดคนในครอบครัว ทำลายข้าวของ ฉีกเสื้อผ้า ฉี่ลงบนที่นอน แล้วลงไปนอนทับ ไม่กินอาหารแต่หันไปกินแมลงวัน แมงมุม ถ่านไม้ ดื่มปัสสาวะตัวเองแทนน้ำสะอาด (เธอปัสสาวะลงบนพื้น) แทะทึ้งซากนกจนหัวมันหลุดจากร่าง ฉีกทึ้งเสื้อผ้าตัวเองเป็นว่าเล่น เธอเคยคลานอยู่ใต้โต๊ะแล้วเห่าหอนอยู่สองวันเต็ม กรีดร้องไม่รู้จักเหนื่อยนานนับชั่วโมง ร้องไห้ ร่างกายเธอทรุดโทรมลงมาก หัวเข่าเธอแตกอันเนื่องมาจากการคุกเข่าถึง 600 ครั้ง เธอได้เห็นภาพหลอนเกี่ยวกับภูตผีปิศาจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พ่อแม่พาตัวเธอไปรักษา แต่ก็รักษาไม่หาย จนทั้งสองคิดว่าเธอถูกปีศาจสิง เลยไปขอร้องบาทหลวงเอิร์นส์ต อัลต์ (Ernst Alt) กับหลวงพ่อโจเซฟ เรนซ์ (Arnold Renz) มาทำพิธีไล่ผี ว่ากันว่าขณะที่ทำพิธีไล่ผี อันเนลีสดิ้นรนขัดขืนสุดแรงเกิด เรี่ยวแรงของเธอจู่ๆ ก็มหาศาลถึงขนาดต้องใช้ผู้ชายแข็งแรงกำยำ 3 คน ช่วยกันจับจึงจะเอาอยู่ และบางครั้งถึงกับต้องเอาโซ่ล่ามเธอไว้ เพราะเธอกระโดดสูงจากพื้นได้เป็นเมตร พิธีไล่ผีเริ่มเข้มข้น แต่ร่างกายของอันเนลีสก็อ่อนแอลงเพราะขาดน้ำ และอาหาร พ่อแม่ของเธอถึงกับต้องเข้ามาช่วยพยุง เพราะเธอไม่ไม่มีแรงจะเดิน ในที่สุดเธอก็เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 1976 เล่ากันว่า ประโยคสุดท้ายที่อันเนลีสพูดกับแม่ของเธอในคืนก่อนหน้านั้น ก็คือ “แม่…หนูกลัว (Mother I’m very scared) เรื่องประหลาดหลังจากเธอตาย ก็ตามมาอีกเป็นระยะ ไล่มาตั้งแต่โลงศพอันเนลีสมีรูปมือปิศาจเกาะอยู่ และท้องฟ้าในขณะทำพิธีฝังศพก็ปรากฏหน้าของปีศาจที่แสนน่ากลัว

Werewolf

ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง
ภาพยนตร์สยองขวัญ ในตำนาน ที่สร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง

ผู้คนส่วนมากมักกลัวมนุษย์หมาป่า พอๆ กับแวมไพร์ เพราะพวกมันมีพฤติกรรมคล้ายกัน คือ ดื่มกินเลือด และเนื้อของมนุษย์เป็นอาหาร โดยที่เชื่อว่า บุคคลที่เป็นมนุษย์หมาป่าจะกลายร่างเป็นหมาป่าในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง พร้อมเขี้ยวยาวน่ากลัว และสามารถกลับเป็นมนุษย์อีกครั้งเมื่อพระจันทร์ลาลับ เรื่องราวของมนุษย์หมาป่าถูกเล่ามาช้านานแล้ว ในสมัยโบราณมีหลายรายถูกประหารชีวิตเพราะเชื่อว่าเขาเป็นมนุษย์หมาป่า หนึ่งในนั้นคือกรณีของปีเตอร์ สตัมป์ (Peter Stumpp) ฆาตกรต่อเนื่อง 18 ศพจากโคโลญ ประเทศเยอรมัน เมื่อปี 1589

เขาเล่าให้ศาลฟังว่าเขามีเข็มขัดวิเศษทำให้เขาสามารถกลายเป็นมนุษย์หมาป่าได้ อย่างไรก็ตามไม่มีใครเคยเห็นเข็มขัดของเขา ส่วนปีเตอร์ถูกทรมาน และถูกประหาร โดยการใช้ล้อทับให้ตายในที่สุด แต่กรณีที่โด่งดัง และโหดที่สุดเป็นของการ์นิเย่(Garnier Gilles) เด็กหนุ่มแห่งหมู่บ้าน St. Bonnot ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นฆาตกรต่อเนื่องกินเนื้อคน ที่เขามีปัญหาเรื่องอาหารการกิน และในเวลานั้น จู่ๆ ก็มีเด็กหลายรายหายไป หรือบางรายก็รอดมาได้ และให้การว่า ถูกโจมตีโดยมนุษย์หมาป่า จนกระทั้งเย็นวันหนึ่งกลุ่มคนงานที่กลับจากเดินทางจากเมืองใกล้เคียงได้พบกับการ์นิเย่กำลังสวาปามร่างเด็กที่ตายแล้ว

ส่งผลทำให้เขาถูกจับกุมตัวในที่สุด เขาได้สารภาพในชั้นศาลว่าเขานี่แหละที่เป็นมนุษย์หมาป่า ตัวจริง เสียงจริง เขาสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าได้เพื่อง่ายต่อการล่า สาเหตุที่ฆ่าเด็กนั้นก็เพื่อนำมาเป็นอาหารแก่เขา และภรรยา เพราะเด็กมนุษย์ล่าง่ายกว่าสัตว์ทั่วๆ ไป โดยเหยื่อที่เขาฆ่าอย่างน้อยสี่ราย อายุระหว่าง 9-12 ปี ในเดือนตุลาคม 1572 โดยเหยื่อรายแรกคือเด็กสาวอายุ 10 ปี ที่เขาลากเธอในขณะอยู่ไร่องุ่น เขาฉีกเสื้อผ้าของเธอออกแล้วกินเนื้อจากต้นขา และแขนของเธอ ส่วนเนื้อบางส่วนเอามันกลับบ้านไปให้ภรรยา สุดท้ายการ์นิเย่ก็ถูกประหารด้วยการเผาทั้งเป็นเมื่อ 18 มกราคม 1573

ว่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมันก็โหดแล้ว ภาพยนตร์สยองขวัญ บางเรื่องมันก็โหดเกินความเป็นจริงเสียเหลือเกิน

Flower of Flesh and Blood(1985)

ภาพยนตร์สยองขวัญ Flower of Flesh and Blood(1985)
ภาพยนตร์สยองขวัญ Flower of Flesh and Blood(1985)

หนังที่ฉายเรื่องราวในลักษณะของหนังสั้นกึ่งสารคดี “วิธีการฆ่าหั่นศพ” ของฆาตรกรเลือดเย็น ที่สวมใส่ชุดซามูไร หนังสั้นกึ่งสารดคีที่มีฆาตรกรในชุดซามูไรบอกเล่าและกระทำการฆ่าเหยื่อตั้งแต่การให้ยาที่มีความรุนแรงถึงขนาดที่ทำให้เหยื่อไร้ความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกันเหยื่อยังคงเมา งง และมีลมหายใจอยู่ เจ้าฆาตรกรโหดเริ่มหั่นชิ้นส่วนของเหยื่อออกทีละชิ้น

 Haute Tension (2003)

ภาพยนตร์สยองขวัญ Haute Tension (2003)
ภาพยนตร์สยองขวัญ Haute Tension (2003)

ฆ่ากันทั้งเรื่อง แถมได้รับรางวัลอีก เป็นหนังฝรั่งเศสที่ชนะเลิศ Catalonian International Film Festival จากประเทศสเปนในสาขา Best Actress (Cecile De France), Best Director (Alexandre Aja), Best Make – Up (Giannetto De Rossi), Grand Prize of European Fantasy Film in Silver (Alexandre Aja) และเข้าชิงรางวัลอีกหลายรางวัลเชือดกันทั้งเรื่อง การันตีความโหด

Cannibal Holocaust (1980)

ภาพยนตร์สยองขวัญ Cannibal Holocaust (1980)
ภาพยนตร์สยองขวัญ Cannibal Holocaust (1980)

สุดยอดของความหฤโหดครับ หนังถ่ายทอดความรุนแรงทั้งจากคนป่าและจากคนเมือง โดยเราจะเห็นฉากสยองที่ประเคนเข้ามาแบบไม่ยั้ง มีทั้งการทำแท้งของคนป่าโดยใช้สากจนหญิงที่ตั้งท้องตายไปทั้งแม่และลูก การใช้หินคมปาดคอ ผ่า ท้องควักเครื่องใน และการจับหญิงสาวมาเสียบด้วยไม้แหลมทางก้นทะลุออกปากแบบจะๆ ตลอดจน การทรมานสัตว์ เช่น การจับลิงมาสับหัวเป็นๆ การชำแหละตะพาบน้ำ และฉากจบชวนช็อค ด้วยฉากการฆ่าผ่านจอของจริง

The Untold Story (1993)

ภาพยนตร์สยองขวัญ The Untold Story (1993)
ภาพยนตร์สยองขวัญ The Untold Story (1993)

ว่ากันว่าเป็นหนังที่โหดมาก มีคนดูเป็นลมช๊อกคาโรงมาแล้ว โดยนำคดีที่เคยเกิดขึ้นจริง มาใช้ในการผูกเรื่อง และเพิ่มความโหดเข้าไปอีก เรื่องนี้คงต้องยกให้หวงซิวเซิง ฆาตกรเอกของเรื่องที่แสดงหน้าตาได้อารมณ์มาก ยิ่งตอนแล่เนื้อ เลาะกระดูก หน้าตาดูจิตซะไม่มี

 

เนื้อหาจากนิตยสาร
RUSH Issue 53 January 2014
pang-2