BMW Series7 หรูหรากว่าที่คิดประหยัดพลังงานกว่าที่เคย

Home / men around / BMW Series7 หรูหรากว่าที่คิดประหยัดพลังงานกว่าที่เคย

 

BMW Series7 หรูหรากว่าที่คิดประหยัดพลังงานกว่าที่เคย รูปที่ 1

โจทย์ที่คนทั่วไปตั้งให้กับรถยนต์รุ่นใหม่ๆไม่ใช่แค่ความหรูหราและความปราดเปรียวแบบรถสปอร์ตเท่านั้น ทว่ารวมไปถึงการประหยัดเชื้อเพลิงได้มากน้อยเท่าไหร่ ก็กำลังกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญในยุคที่น้ำมันแพง แต่ใครเล่าจะเชื่อว่า ตอนนี้บีเอ็มดับเบิลยูได้รวบรวมความต้องการทุกอย่างลงในซีรีส์ 7 โฉมใหม่แล้ว

คำว่าโฉมใหม่ของซีรีส์ 7 จึงไม่ใช่แค่การปรับโฉมรายละเอียดเล็กๆ แต่ยังเพิ่มเติมเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อความสะดวกสบายตลอดจนสมรรถนะของรถยนต์ก็เปลี่ยนไป ซึ่งว่ากันตามจริงแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ที่เรากำลังพูดอยู่นี้ เปิดตัวกันไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วกับรุ่น 740Li แต่ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งล่าสุด ยังได้เปิดตัวอีก 2 รุ่น ได้แก่ BMW 730Li และ BMW 730Ld

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ GM ได้เดินทางไปทดสอบบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บนเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน และมีโอกาสเข้าไปทดสอบถึงในสนามแข่งรถแก่งกระจานเซอร์กิต เรียกว่าเป็นการวางโจทย์ที่ทำให้เราได้รู้ถึงขีดความสามารถสูงสุดของรถยนต์คันนี้กันเลยก็ว่าได้

ก่อนจะลงลึกเรื่องเครื่องยนต์ ขอวกออกมาด้านนอกรถกันก่อนว่า โฉมใหม่ของซีรีส์ 7 รุ่มรวยไปด้วยความสง่าเสียจริง โดยเฉพาะกระจังหน้า 9 ซี่ จาก 12 ซี่ และไฟหน้า LED คู่กับโคมไฟหน้าแบบ Corona Ring อันเฉียบคม ส่วนหน้าด้านล่างของรถเปลี่ยนช่องปรับอากาศเสียใหม่ เพื่อช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในความเร็วสูง โดยบังคับทิศทางลมให้หมุนเวียนตามหลักอากาศพลศาสตร์ในซุ้มล้อด้านหน้า

ส่วนห้องผู้โดยสารเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของซีรีส์ 7 ไม่ใช่แค่เรื่องความกว้างขวางและความสะดวกสบายเท่านั้น สิ่งสำคัญคือความเงียบ ซึ่งสะท้อนไปถึงการออกแบบเพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งขับดันให้อุปกรณ์ความบันเทิงตอบสนองผู้โดยสารได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้โดยสารด้านหลังทั้งด้านซ้ายและด้านขวามีหน้าจอ 9.2 นิ้ว และเบาะนั่งยังมีระบบนวดไฟฟ้าช่วยผ่อนคลายตลอดการเดินทาง เต็มอิ่มกับสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศ ม่านกันแสงแดดทั้งกระจกด้านหลังและกระจกด้านข้าง

ขณะที่ผู้ขับขี่จะตื่นเต้นไปกับหน้าจออัจฉริยะขนาด 10.25 นิ้ว ขณะขับขี่ หน้าจอดังกล่าวจะแสดงผลพร้อมปรับความเข้มของสีหน้าจอตามโหมดการขับขี่ที่แตกต่างออกไป ว่าจะเป็นโหมด Comfort, Sport หรือ Eco Pro แต่หน้าจอแสดงผลได้สวยสุดยกให้โหมด Sport สีสันเร้าใจให้เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานไปข้างหน้าเสียเหลือเกิน จุดที่น่าสังเกตคือ หน้าจอนี้ยังเชื่อมต่อข้อมูลบอกเส้นทางจากหน้าจอบริเวณตรงกลางของแผงคอนโซลเอาไว้ด้วย ผู้ขับขี่จึงไม่วอกแวกไปกับการดูข้อมูลและมีสมาธิกับการขับขี่มากขึ้น

เทคโนโลยีอันล้ำสมัยอย่างหนึ่งของซีรีส์ 7 อยู่ที่ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ทำงานคู่กับเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo ทั้งแบบเบนซินและดีเซล การมีความถี่ของเกียร์มากขนาดนี้เป็นผลดีต่อการขับขี่ เพราะสัดส่วนของช่องว่างระหว่างเกียร์น้อยลง ความนุ่มนวลเวลาเปลี่ยนเกียร์เพื่อผลักดันกำลังขับเคลื่อนของรถยนต์ดีขึ้นจนไม่มีอาการสะดุด นอกจากนี้ สิ่งที่น่าชื่นชมเป็นที่สุดของระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดนี้คือช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 25% เราจึงประหยัดเงินในกระเป๋าได้อักโข แถมช่วยลดมลพิษได้อย่างน่าชื่นชม

ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อระบบเกียร์ประสานเข้ากับเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่มาพร้อม Twin-scroll Turbo, หัวฉีด High Precision Direct Injection, Double VANOS และ Valvetronic จึงสร้างความแตกต่างให้กับการขับขี่รถยนต์คันนี้ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะขับรวดเร็วราวกับรถสปอร์ต หรือถ่อมตัวอย่างสง่างามแบบรถประหยัดน้ำมัน ร้ายกว่านั้นคือ เครื่องยนต์นี้ทำจากอะลูมิเนียมส่งผลให้น้ำหนักของเครื่องยนต์ลดลง ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและเพิ่มความสมดุลในการกระจายน้ำหนัก

จุดเด่นทั้งหมดนี้เห็นได้ชัดเมื่อเราขับซีรีส์ 7 โฉมใหม่ผ่านโค้งรูปตัวเอสและโค้งรูปตัวยู รถยึดเกาะถนนได้ดี แม้จะเร่งเครื่องขึ้นไปถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ไม่พบอาการโคลงเคลง แถมช่องปรับอากาศที่ปรับเพิ่มเข้ามายังส่งให้รถพุ่งทะยาน โดยอากาศที่ผ่านมาปะทะไม่อาจฉุดรั้งให้รถชะลอความเร็วลงแม้แต่น้อย โหมดการขับขี่ทั้ง 3 โหมดแสดงความแตกต่างออกมาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะโหมด Sport ทำให้สนุกกับการขับขี่มากขึ้น ขณะที่ Eco Pro ก็ฉลาดล้ำพอจะควบคุมเราไม่ให้เหยียบคันเร่งหนักเกินไปนัก

สำหรับคนที่สนใจบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ทั้งรุ่น 740Li BMW 730Li และ BMW 730Ld ขอสรุปข้อแตกต่างสั้นๆ ไว้ว่า BMW 740Li เน้นไปที่เครื่องยนต์ขนาด 3 ลิตร 6 สูบแถวเรียงใหม่ สร้างกำลังสูงสุด 235 กิโลวัตต์/320 แรงม้า ทว่าลดอัตราการคาย CO2 เหลือเพียง 184 กรัม/กิโลเมตร และลดอัตราการสิ้นเปลืองได้ถึง 12.7 กิโลเมตร/ลิตร ส่วน BMW 730Li ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียงที่ผลิตได้ 218 แรงม้า ลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ถึง 11.5 กิโลเมตร/ลิตร และ BMW 730Ld เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร ด้วยพละกำลังที่ 218 แรงม้า ลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ถึง 17.9 กิโลเมตร/ลิตร หรือลดลงถึง 23% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนปรับโฉม

นี่ละครับ, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 โฉมใหม่ ที่คุณต้องลอง !