THE ALL ? NEW RANGE ROVER ความสุนทรีย์ระดับพรีเมียม

Home / men around / THE ALL ? NEW RANGE ROVER ความสุนทรีย์ระดับพรีเมียม

THE ALL ? NEW RANGE ROVER ความสุนทรีย์ระดับพรีเมียม รูปที่ 1

หลังจากที่ปล่อยให้อีโว้ค (Range Rover Evoque) สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้แลนด์โรเวอร์มาได้ระยะหนึ่ง และหลายคนก็คงได้สัมผัสกับอิมเมจใหม่ที่แลนด์โรเวอร์สร้างขึ้น คือความหรูหรา ประณีต แต่มาพร้อมกับความโฉบเฉี่ยวและความประหยัด ในที่สุดก็ถึงเวลาของพี่ใหญ่ ที่จะออกมาทวงบัลลังก์ความหรูคืนมาบ้าง นั่นก็คือการเปิดตัว The All-New Range Rover ยนตรกรรมสุดหรูที่เป็นเรือธงของแบรนด์รถจากอังกฤษมากว่า 40 ปีแล้ว

ดิ ออล-นิว เรนจ์โรเวอร์ ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงจากการทุ่มงบประมาณลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อให้ได้ยานยนต์อเนกประสงค์ SUV ระดับพรีเมียม ด้วยการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน อาทิ การออกแบบที่นั่งด้านหลังเอ็กเซ็กคิวทีฟ คลาส เพิ่มหลังคาแบบพานอรามิก รวมถึงตัวถังแบบโครงอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาให้ความคล่องตัวในการขับขี่ ประหยัดเชื้อเพลิง และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำ

THE ALL ? NEW RANGE ROVER ความสุนทรีย์ระดับพรีเมียม รูปที่ 2

ก่อนจะถึงการเปิดตัวต่อสาธารณชน เรนจ์โรเวอร์รุ่นใหม่ทุกคันต้องผ่านการทดสอบสมรรถนะอย่างเข้มข้น ทั้งบนถนน ทางเรียบ และแบบออฟโรด รวมเป็นระยะทางหลายพันไมล์ ในทุกสภาวะอากาศกว่า 20 ประเทศ นานถึง 18 เดือน โดยการประกอบโครงสร้างได้เริ่มต้นในศูนย์พัฒนายานยนต์ของแลนด์โรเวอร์ในประเทศอังกฤษ และผลิตในโรงงานซึ่งใช้เทคโนโลยีระดับสูงในเมืองโซลิฮัลล์ ซึ่งได้ลงทุนกว่า 370 ล้านยูโร ถือเป็นโรงงานผลิตตัวถังอะลูมิเนียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ด้วยรูปทรงแบบกล่องของเดิมได้ถูกนำมาตีโจทย์ใหม่ ดิ ออล-นิว เรนจ์โรเวอร์ ต้องการแสดงออกถึงวิวัฒนาการแห่งงานดีไซน์ที่ล้ำสมัย หากยังคงความสง่างาม ด้วยความยาวของตัวรถที่น้อยกว่า 5 เมตร แต่หากพิจารณาในรายละเอียดจะสังเกตเห็นถึงลักษณะความลู่ลมและรูปทรงที่เพรียวบางกว่า ทั้งยังมีแนวหลังคาต่ำกว่ารุ่นเดิมถึง 20 มิลลิเมตร ทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านต่ำสุดเพียง 0.34

การตกแต่งภายในเน้นความหรูหราทันสมัย ห้องโดยสารให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและสง่างามด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่หนักแน่นมั่นคง เพิ่มความเนี้ยบด้วยเครื่องหนังชั้นดี ห้องโดยสารด้านหลังยังเพิ่มพื้นที่ให้กว้างกว่าเดิมถึง 118 มิลลิเมตร ระบบปิดประตูแบบนุ่มนวลและล็อกไฟฟ้า เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จาก Meridian ระบบปรับอากาศแยกอุณหภูมิ 4 โซน ระบบแสงสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED เปลี่ยนสีของหลอดไฟให้เข้ากับอารมณ์ของผู้ขับขี่ได้ ระบบช่วยจอด Park Assist ระบบเบรกอัจฉริยะ Intelligent Emergency เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะเมื่อรถคันหน้าหยุดกะทันหันหรือมีรถคันอื่นพุ่งเข้ามาในเส้นทาง และอีกสารพัดระบบเพื่อความสบายและความปลอดภัยเท่าที่รถไฮเอนด์คันหนึ่งควรจะมี นอกจากนี้ ยังนำเสนอออพชั่น ทั้งในเรื่องสี พื้นผิว และรายละเอียดชิ้นส่วนทั้งหมด ไปจนถึงล้ออัลลอยสุดหรูที่จัดมาให้ขนาดใหญ่สุดถึง 22 นิ้ว

THE ALL ? NEW RANGE ROVER ความสุนทรีย์ระดับพรีเมียม รูปที่ 3

หนึ่งในฟังก์ชันการขับขี่ที่เป็นไฮไลท์คือระบบ Terrain Response® ซึ่งจะทำการวิเคราะห์สภาพถนนและเลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติที่สามารถปรับจากปุ่มในรถได้ด้วยปลายนิ้ว ระบบกันสะเทือนน้ำหนักเบารุ่นใหม่ ระบบกล่องเกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อ (Transfer Box) แบบ 2 สปีด ซึ่งทำงานพร้อมกับระบบควบคุมแรงฉุดด้วยไฟฟ้า และแม้ว่าจะดูหรูขึ้น แต่ ดิ ออล-นิว เรนจ์โรเวอร์ ก็เพิ่มระดับลุยน้ำลึก จาก 200 มิลลิเมตร ขึ้นถึง 900 มิลลิเมตร ทั้งยังมีความสามารถในการลากจูงถึง 3,500 กิโลเมตร ถือเป็นยานยนต์ที่มีแรงลากจูงสูงสุดในคลาสเดียวกัน

ในส่วนของพละกำลังอันเป็นหัวใจหลัก เครื่องยนต์เบนซินรุ่น 510PS LR-V8 Supercharged สามารถเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายในเวลา 5.1 วินาที ซึ่งเร็วกว่ารุ่นในปัจจุบัน 0.8 วินาที ทั้งยังมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงถึง 9% หรือถ้าคนที่ชอบความประหยัด ดิ ออล-นิว เรนจ์โรเวอร์ ก็ยังมีเครื่องยนต์รุ่น 3.0-litre TDV6 ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและน้ำหนักเบากว่าถึง 420 กิโลกรัม แต่มีกำลังแรงเทียบเท่าเครื่องยนต์เบนซิน 4 ลิตร ลดการใช้เชื้อเพลิงได้ถึง 22% ที่อัตรา 37.7 กิโลเมตร/แกลลอน และยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 196 กรัม/กิโลเมตร ทุกรุ่นมาพร้อมระบบส่งกำลังอัตโนมัติแบบ 8 สปีด

THE ALL ? NEW RANGE ROVER ความสุนทรีย์ระดับพรีเมียม รูปที่ 4

วันนี้ ดิ ออล-นิว เรนจ์โรเวอร์ เปิดตัวไปแล้วในตลาดกว่า 170 แห่งทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย ดิ ออล-นิว เรนจ์โรเวอร์ มีจัดจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่ HSE, Vogue และ Autobiography ที่ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 10,499,000 บาท