Time ตอกหน้าคนรุ่นใหม่’หลงตัวเองจนน่ากลัว’

Home / men around / Time ตอกหน้าคนรุ่นใหม่’หลงตัวเองจนน่ากลัว’

Time ตอกหน้าคนรุ่นใหม่”หลงตัวเองจนน่ากลัว”

เพราะโลกาภิวัตน์ที่เคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี่ ทำให้สังคมและพฤติกรรมมนุษย์นั้นเปลี่ยนไปมาก และในบางเรื่องนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะพฤติกรรมมนุษย์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโซเชียลเนตเวิร์คและสื่อที่โหมกระหน่ำเข้าครอบงำจนมีผลต่อความคิด และกลายเป็นค่านิยมของพวกเค้าเหล่านั้นในที่สุด นิตยสาร Time จึงได้จับความเปลี่ยนแปลงที่น่าใจหายนี้มาสู่บทความที่ทำให้ผู้อ่านฉุกคิดและย้อนถามตัวเองว่าตนเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ถูกเอ่ยถึงหรือเปล่า

Time ตอกหน้าคนรุ่นใหม่  รูปที่ 1

ภาพปกนิตยสาร “TIME” ฉบับวันที่ 9 พฤษภาคม 2013 เป็นปกที่เรียกความสนใจได้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อนำเสนอบทความพิเศษที่ว่าด้วย “ME GENERATION” พร้อมภาพเด็กหญิงวัยสาวกำลังนอนราบกับพื้นและยกกล้องจากโทรศัพท์มือถือขึ้นโน้มลงมาถ่ายรูปหน้าตัวเอง ปนปกสีฟ้าโทนอ่อน

ข้อความปนปก เขียนว่า “Millennials are lazy, entitled narcissists. Who still live with their parents.– Why they’ll save us all” by Joel Stein แปลความได้ว่า “คนรุ่นใหม่(สหัสวรรษ)นั้นขี้เกียจ ขึ้นชื่อว่าหลงตัวเอง พวกเขายังอยู่กับพ่อแม่ของตนเอง – (แต่)ทำไมพวกเขาจะช่วยเหลือเราทุกคนไว้ทั้งหมด?” บทความนี้เขียนโดย โจเอล สไตน์.

โจเอล อ้างข้อมูลที่น่าตกใจจาก “The National Institutes of Health” (สถาบันสุขภาพ แห่งชาติ – อเมริกา) ว่า ผู้คนอเมริกัน ที่อายุเฉลี่ย 20ปี (20-29) มีระดับการ “หลงตัวเอง” มากกว่าคนรุ่นลุงป้า หรือ ยุคเบบี้บูม (ซึ่งน่าจะอายุขณะนี้ประมาณ65 ปี) เป็นอัตราที่มากถึง 3 เท่า!

สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (อเมริกา) เปิดเผยข้อมูลว่า คนรุ่นใหม่กำลังเป็นโรค “Narcissistic Personality Disorder” ซึ่งหมายถึง บุคคลที่มีอาการหลงใหลในบุคลิกภาพของตนเอง และมีความเชื่อว่าโลกหมุนเวียนโคจรรอบตนเอง อาการนี้บ่งชี้ได้จากการที่เขาขาดความสามารถที่จะรู้สึก แสดงความสนใจ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่เขากลับมีแรงปารถนาที่จะมุ่งสนใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา

คนที่มี “บุคลิกภาพหลงตัวเอง” อาจจะมีอาการ/พฤติกรรมดังนี้

(1) ปฏิกิริยาต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ด้วยความโกรธแค้น สร้างความน่าละอาย/ขายหน้า และความอัปยศน่าอดสู

(2) เอาเปรียบผู้อื่น เพื่อตอบสนองความต้องการชนะ หรือวัตถุประสงค์ของตนเอง

(3) มีความรู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญมากเกินพอดี

(4) พูดขยายเกินกว่าความเป็นจริงเกี่ยวกับความสำเร็จหรือความสามารถของตนเอง

(5) มีใจหมกมุ่นกับจินตนาการความสำเร็จ พลัง อำนาจ ความงาม สติปัญญา หรือ รักในอุดมคติ

(6) ใช้เหตุผล ที่ไม่สมเหตุสมผล กับสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ หลงใหล คาดหวัง

(7) ต้องการเป็นที่ชื่นชม ยอมรับและหลงใหลอยู่ตลอดเวลา

(8) เพิกเฉย ไม่เอาใจใส่ต่อความรู้สึกของผู้อื่น และมีความพยายามเพียงน้อยนิดที่จะแสดงความเห็นใจผู้อื่น

(9) คิดหมกมุ่นอยู่กับผลประโยชน์และความต้องการของตนเอง

(10) ไล่ตามเป้าหมายที่เห็นประโยชน์แก่ตนเอง

เมื่อวิเคราะห์ถึง “สาเหตุ อัตราการเกิดโรค และ ปัจจัยความเสี่ยง” ของโรค ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามาจากสิ่งใด อาจเป็นได้ทั้งจาก ประสบการณ์ช่วงวัยเด็ก การเลี้ยงดูของพ่อแม่ที่ละเลย ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักในการพัฒนาสภาวะของโรคนี้

วิธีการรักษาโรคนี้ คือ เข้ารับการบำบัด หรือได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น ด้วยความเอาใจใส่ และการดูแลอย่างเห็นอกเห็นใจ

 

 

 

ขอบคุณบทความจากFB ธาม เชื้อสถาปนศิริ ,นักวิชาการสถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ (สวส.)

 

Time ตอกหน้าคนรุ่นใหม่

American’t Dream กระตุกต่อมคิดมนุษย์เงินเดือน

กระตุกต่อมคิดมนุษย์เงินเดือน ใน American’t Dream   เคยตั้งคำถามกับตัวเองตอนงัวเงียตื่นไปทำงานไหมครับ ว่าเราทำงานไปเพื่ออะไร? ถ้าไม่ใช่เพราะ”เง …
Time ตอกหน้าคนรุ่นใหม่

ช๊อค! ความสวยหล่อของเรา แท้จริงเป็นอย่างไร

ความจริงเรื่องความสวยหล่อที่ต้องฉุกคิด คุณเคยถามตัวเองหรือสงสัยบ้างไหมครับ ว่าจริงๆแล้วหน้าตาตัวเองเป็นอย่างไร สวย หล่อ ขี้เหร่ น่ารั …

Time ตอกหน้าคนรุ่นใหม่
มาดู’ฮ่องกง-ญี่ปุ่น’ในมุมที่คุณคาดไม่ถึง

ฮ่องกง-ญี่ปุ่น ณ มุมแออัดท่ามกลางความเจริญ   ท่ามกลางความเจริญติดอันดับโลกของประเทศฮ่องกงและญี่ปุ่น ซึ่งต่างขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ท่ …