อยู่ยาก! 2วิธีโจร ที่คุณต้องระวัง

Home / men around / อยู่ยาก! 2วิธีโจร ที่คุณต้องระวัง

อยู่ยาก! 2วิธีโจร ที่คุณต้องระวัง

เราอยู่ในยุคที่มิจฉาชีพกับอัจฉริยะมีแค่เส้นบางๆคั่นระหว่างกันเท่านั้น เพราะยิ่งเราและตำรวจรู้เท่าทันพวกมันมากเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะคิดค้นวิธีออกมาก่ออาชญากรรมได้ใหม่อยู่เรื่อยๆ ล่าสุดนั้น ในโซเชียลเนตเวิร์คได้แชร์เรื่องราวการโจรกรรมรถยนต์วิธีใหม่ และมิจฉาชีพในซูเปอร์มาร์เก็ต ผมเลยนำมาให้หนุ่มๆ Men Mthai ได้อัพเดทและรู้เท่าทันกัน เรื่องแรกเป็นเรื่องของการโจรกรรมรถด้วยวิธีสุดร้ายกาจ

ใครที่มีรถโปรดระวัง !!!

โจรลักรถ
มิจฉาชีพใช้วิธีนำกระดาษมาติดไว้กระจกหลังเพื่อล่อให้เจ้าของรถลงมา

“โจรเลิกใช้วิธีงัดรถแล้ว แต่ใช้วิธีต่อไปนี้ ตำรวจฝากเตือนมา มีผู้เคราะห์ร้ายแล้วครับ
ลองนึกภาพดู ท่านกำลังเดินมาในลานจอดรถ เปิดประตุรถและเข้าไปในรถ ท่านล็อคประตู แล้วสตาร์ท รถยนต์ และเข้าเกียร์…เพื่อถอยรถ ขณะนั้นท่านมองที่กระจกส่องหลัง ที่อยู่หน้าคนขับเพื่อมองทางที่จะถอย ทันใดก็เห็นว่ามีกระดาษแผ่นหนึ่งติดอยู่กลางกระจกรถด้านหลัง ท่านก็ต้องเปลี่ยนเกียร์มาที่ตำแหน่งเพื่อจอดรถ เปิดประตู ออกจากรถเพื่อจะลงไปเอากระดาษที่ติดอยู่ออก เพราะทำให้การมองเห็นไม่ดี ขณะที่เดินถึงด้านหลังของรถ
จู่ๆก็มีชายคนหนึ่งโผล่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้กระโดดเข้าไปในรถ และขับรถออกไปขณะเครื่องยนต์กำลังติดอยู่ (เจ้าของรถที่เป็นผู้หญิงจะมีกระเป๋าถือวางอยู่ในรถด้วย) รถที่ออกก็จะพุ่งออกไปท่านต้องหลีก เพราะกลัวถูกชน

โปรดระวัง โจรรถยนต์ บางรายเริ่มใช้วิธีนี้แล้ว วิธีที่ดีและปลอดภัย คือ ขอให้ท่านขับรถออกเลยไป ปล่อยให้กระดาษติดอยู่ที่กระจก แบบนั้นแหละ นึกไว้เลยว่า เราโดนโจรเล่นงานแล้ว
และค่อยไปเอากระดาษออกทีหลัง หลังจากที่ออกรถไปจากลานจอดรถที่น่าสงสัยนั้นแล้ว
โดยเฉพาะคนขับที่เป็นผู้หญิงนั้นต้องระวังให้มากๆ”

เรื่องที่2 เป็นเรื่องของมิจฉาชีพที่แฝงตัวอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อปลดทรัพย์อย่างแยบยล

“ดิฉันได้ไปเดินซื้อของที่บิ๊กซี สาขาแฟชั่นไอร์แลนด์ ซึ่งได้ไปถึงห้างเวลา ประมาณ 18.30 น. ไปกับอีกครอบครัวหนึ่ง ดิฉันก็ไปกับแฟนและลูก ซึ่งก็เป็นเวลาเย็นแล้ว ทานสุกี้เสร็จประมาณทุ่มกว่าๆ ดิฉันก็จะเข้าไปซื้อของที่บิ๊กซีตรงชั้น 1 กับพี่ข้างบ้านและเด็กอีก 3 คน ส่วนแฟนดิฉันและแฟนพี่ข้างบ้านไปห้องน้ำ ดิฉันซื้อของเยอะเพราะ 1 เดือนจะซื้อของ 1 ครั้ง พี่ข้างบ้านก็เลยบอกว่างั้นแยกกันเดินเพราะเค้าซื้อของนิดเดียว ก็แยกกันพี่ข้างบ้านก็ไปกับลูกเค้าและลูกดิฉัน ส่วนดิฉันได้เดินซื้อของคนเดียว ก็ซื้อของเยอะมากทั้งนม น้ำปลา ฯลฯ คือเข้าล็อกนั้น ออกล็อกนี้ จนจะขึ้นไปชั้น 2 เห็นทางห้างวางไข่ไก่ ถาด 30 ฟองไว้ตรงทางขึ้นบันไดเลื่อน ดิฉันก็เลย จอดรถเข็นตรงที่ขายไข่ไก่แล้วหันข้างให้รถเข็น และเลือกไข่ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที เมื่อหันมาจะนำไข่มาใส่รถเข็น ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวไม่สะอาด ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงิน ใส่กางเกงสีส่วนสีดำ อายุไม่เกิน 30 ปี ผิวดำแดง ผมหยักโศก มาจับตรงรถเข็นดิฉัน (จับตรงราวจับรถเข็น) ซึ่งเมื่อเค้าเห็นดิฉันหันมามอง ก็ปล่อยมือจากรถเข็นของดิฉัน เค้ามากัน 4 คนมีชาย 2 คน หญิง 1 คน และเด็กตัวเล็กๆ อายุประมาณ 1 ขวบกว่าๆ 1 คน แต่ยังอยู่ข้างๆ ดิฉัน ซึ่งดิฉันก็คิดในใจว่ามาจับรถเข็นของฉันทำไมซึ่งกว่าที่ดิฉันจะไปจับราวรถเข็นเพื่อเข็นรถเข็นอีก ก็ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที เพราะต้องจัดใหม่เพื่อเอาไข่วาง

อยู่ยาก! 2วิธีโจร ที่คุณต้องระวัง รูปที่ 2
มิจฉาชีพใช้วิธีป้ายยากับที่จับรถเข็นตอนเราเผลอ

เมื่อจัดรถเข็นเสร็จก็เข็นรถเข็นขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 2 ดิฉันก็เหลือบมองด้านหลังว่ามีใครตามมาหรือเปล่า เพราะเริ่มรู้สึกผิดปกติแล้ว ก็เห็นผู้หญิงคนนี้เดินตามดิฉันขึ้นมาคนเดียว ดิฉันก็เลยจะโทรหาแฟนเพราะเริ่มรู้สึกไม่ดี ก็เปิดกระเป๋าเพื่อจะหยิบโทรศัพท์ เหลือบตามองข้างบน ปกติจะมีพนักงานของบิ๊กซีช่วยดึงรถเข็น แต่เวลานั้นประมาณเกือบ 2 ทุ่มไม่มีคนช่วยดึงรถเข็น ก็เลยคิดว่าเก็บโทรศัพท์ เพราะรถเข็นเราหนักเดี๋ยวจะฉุกละหุก และคิดว่าเดี๋ยวขึ้นชั้น 2 แล้วค่อยโทรก็ได้

เมื่อขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้น 2 ก็จอดรถเข็นตรงกระบะขายชุดชั้นใน ผู้หญิงคนนั้นก็เดินผ่านไปนิดนึง แต่ยังเดินป้วนเปี้ยนใกล้ๆ ดิฉัน ดิฉันก็โทรศัพท์หาแฟนและพี่ข้างบ้านโทรเท่าไหร่ก็ไม่ติดซักที ผ่านไปประมาณ 5 นาที ผู้ชายอีกคนกับเด็กก็เข็นรถเข็นขึ้นมาชั้น 2 ผู้ชายคนนี้มีผมสีดอกเลา ไว้หนวด ผอม ใส่เสื้อกีฬาคอปกสีเหลือง ใส่กางเกงขาสั้นสี น้ำตาลอ่อน ก็เข็นผ่านมาและผู้หญิงคนนี้ก็เดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้เดินดูของ จนไปสุดทางเดินและเลี้ยวไป ซึ่งขณะนั้นดิฉันก็ยังโทรหาแฟนและพีข้างบ้านอยู่ ตาก็เหลือบมองพวกเค้าไปเรื่อยๆ เมื่อพวกเค้าเลี้ยวไป ดิฉันเริ่มรู้สึกว่า ร่างกายเราผิดปกติจะอาเจียนเป็นลม หน้ามืดดิฉันจึงเทสต์ตัวเองด้วยการหยิกที่แขนทั้งสองข้าง ซึ่งไม่รู้สึกว่าเจ็บเลย ดิฉันจึงคิดว่าถ้าโทรหาแฟน กว่าจะมาดิฉันคงแย่แน่ จึงวิ่งไปคว้าแขนของพนักงานของบิ๊กซี แล้วบอกว่าพี่ช่วยหนูด้วย หนูไม่ไหวแล้ว จะเป็นลมจะอาเจียน พนักงานพาดิฉันไปทานน้ำดื่ม แล้วดิฉันก็เล่าเหตุการณ์ให้พนักงานท่านนี้ฟัง

พนักงานก็บอกดิฉันว่า สงสัยดิฉันคงไปโดนยาที่ผู้หญิงคนนั้นมาป้าย ตรงราวจับรถเข็นให้แล้ว จึงให้ดิฉันทานน้ำเยอะๆ แล้วนั่งพัก พนักงานท่านนั้นยังยืนอยู่ ดิฉันก็บอกรูปพรรณของผู้หญิงคนนั้น พนักงานก็ถามดิฉันว่าใช่ใส่รองเท้าฟองน้ำสีเขียวหรือเปล่า ดิฉันก็เลยเอียงคอมองแล้วตอบว่าใช่ ผู้หญิงคนนี้เดินไปอ้อมที่ขายเสื้อผ้าผู้หญิง และอ้อมมามาเดือนป้วนเปี้ยนแถวๆ รถเข็นที่ฉันจอดทิ้งไว้อยู่ ดิฉันก็บอกพนักงานว่าอย่าเพิ่งไปไหนนะให้อยู่เป็นเพื่อนก่อน ระหว่างนั้นฉันก็โทรหาแฟนจนติด และบอกแฟนว่าให้รีบมาไม่ไหวแล้วจะเป็นลม แฟนก็รีบมา ผู้หญิงคนนั้นยังเดินวนหาดิฉันอยู่ เมื่อแฟนมาดิฉันก็เล่าให้ฟังแฟนก็เลยเดินไปหาผู้หญิงคนนั้นกะจะเข้าไปถามว่า ตามมาทำไม ต้องการอะไร แต่เดินไปนิดนึง เหลือบตามองเห็นมีผู้ชายมองอยู่ 2 คน จึงเดินกลับและบอกว่าไปจ่ายตังและกลับกันเถอะ ก็ไปบอกพนักงานฝากดูต่อด้วย เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็บอกพี่ข้างบ้าน เล่าให้ฟังพี่ข้างบ้านจึงชวนกลับ เมือนั่งมาในรถยังรู้สึกอยากอาเจียนอยู่

อยากฝากไว้เป็นอุทธาหรณ์ให้คนอื่นได้ทราบว่า เดี๋ยวนี้ต้องระวังไปไหนมาไหน และได้ถามหมอว่ายาที่โดนเป็นยาอะไร หมอบอกว่า เป็นสารระเหยชนิดหนึ่ง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่จะทำให้เรารู้สึกชา มึนงง จะเป็นลม ช่วยส่งต่อให้เพื่อนที่คุณรัก เค้าจะได้ระวังตัว”

รู้อย่างนี้แล้ว ก็ยิ่งต้องระวังตัวกันมากขึ้นและหันไปเตือนคนข้างตัวให้ระวังเช่นกัน ของแบบนี้ กันไว้ดีกว่าแก้นะครับ