มรดกโลก 21 แห่งใหม่ ปี2010 World Heritage

Home / men around / มรดกโลก 21 แห่งใหม่ ปี2010 World Heritage

องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ชื่อยาวจริงๆ หรือที่เรารู้จักกันว่า ยูเนสโก (มิน่าละทำไมคนไม่เรียกชื่อเต็ม ก็เล่นยาวซะขนาดนั้น) กลับมาเข้าเรื่อง หลังจากที่ได้ประชุมครั้งล่าสุดเสร็จสิ้นกันไปที่ประเทศบราซิล ก็ได้ประกาศมรดกโลก เพิ่มขึ้นอีก 21 แห่งใหม่ โดยแบ่งเป็น ทางวัฒนธรรม 15 แห่ง ทางธรรมชาติ 5 แห่ง และแบบผสม คือ ควบทั้ง 2 อย่างเลย อีก 1 แห่ง รวมเป็น 21 แห่งใหม่ จะมีอะไรกันบ้างไปดูประดับความรู้กัน

มรดกโลกแบบผสม มีเพิ่มมาอีก 1 แห่ง คือ Papah?naumoku?kea (USA)

 

ชื่ออ่านยาก ไม่ชำนาญด้านภาษาแปลกถิ่น เอาเป็นว่าไม่ขอแปลเป็นไทยละกัน เดี๋ยวจะผิดเพื้ยน โดยเป็นเขตมหาสมุทร ขนาด 250 กิโลเมตร ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่เกาะฮาวาย ด้านโบราณคดีเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานก่อนยุโรป ส่วนด้านธรรมชาติเป็นแนวทะเลน้ำลึก มีธนาคารปะการัง อนุรักษ์พันธุ์ปลาต่างๆมากมาย

มรดกโลกทางธรรมชาติ

1. China Danxia (China)

 

เป็นลักษณ์ของผาสูงที่เกิดจะการยกตัวของเปลือกโลก และบริเวณนั้นยังเป็นหินทรายสีแดง ทำให้ยิ่งทวีความสวยงามเข้าไปอีก ส่วนอาณาเขตกว้างใหญ่มาก ครอบคลุม 6 บริเวณ Mountain Langshan และ Mountain Wanfoshan (Hunan), Mountain Danxiashan (Guangdong), Taining and Guanzhoushan (Fujian), Mountain Longhushan และ Guifeng (Jiangxi), Mountain Chishui (Guizhou), Fangyan และ Mountain Jianglangshan (Zhejiang)

2. Pitons, Cirques and Remparts of Reunion Island (France)

เป็นอุทยานแห่งชาติ ครอบคลุมมากกว่า 100,000 ไร่ ประกอบด้วยสอง ภูเขาไฟติดตั้งอยู่ในตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรอินเดีย โดยยอดภูเขาไฟสูงตระหง่านผนังใหญ่ เป็นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของความหลากหลายพันธุ์พืช มีป่าฝนเขตร้อนป่าเมฆ

3. Phoenix Islands Protected Area (Kiribati)

 

หมู่เกาะฟีนิกซ์ ในภาคกลางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกของเกาะ Gilbert โดยอาณาเขตอนุรักษ์นั้นครอบคลุอีก 8 เกาะเล็กๆ เป็นเขตแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ มีปะการังมากกว่า 120 ชนิด และสัตว์ทะเลกว่า 500 ชนิด จึงเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำ

4. Putorana Plateau (Russian Federation)

 

พื้นที่ของรัฐ Putoransky ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงในภาคเหนือ ภาคกลาง ของไซบีเรีย ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ป่าทุ่งทุนดราและระบบทะเลทรายอาร์กติกเป็นทะเลสาบน้ำเย็น และระบบแม่น้ำขนาดใหญ่ เส้นทางหลักของการคมนาคมและระบบนิเวศวิทยา และที่สำคัญระบบนิเวศแบบนี้กำลังหายากมากขึ้นเรื่อยๆ

5. Central Highlands of Sri Lanka (Sri Lanka)

 

ตั้งอยู่บริเวณทางตอนใต้ เป็นแนวอนุรักษ์ป่าไม้ ซึ่งสูงถึง 2,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นเหมือนบ้านพิเศษของพืช และสัตว์ รวมถึงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ต่างๆ โดยถือว่าเป็นจุดหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ

มรดกโลกทางวัฒนธรรม

1. Australian Convict Sites (Australia)

 

คุก และสถานกักกันในสมัยโบราณ ย้อนอดีตไปเมื่อตอนจักรวรรดิอังกฤษ ในดินแดนของออสเตรเลีย เมื่อราวๆ ศตวรรษที่ 18 และ 19 เป็นยุคการล่าอาณานิคม สถานที่แห่งนี้ที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะในแง่เป็นการลงโทษทั้งจำคุกและ การพัฒนาสมรรถภาพทางแรงงาน บังคับเพื่อช่วยสร้างอาณานิคม ประมาณว่าถ้านักโทษยังไม่อยากตาย ก็ต้องมาเป็นกรรมกร แรงงาน

2. São Francisco Square in the Town of São Cristovão (Brazil)

 

จตุรัส São Francisco ในเมือง São Cristovão เป็นลานสี่เหลี่ยมล้อมรอบด้วยอาคารมากมาย ทั้งคริสตจักร และ บ้านที่เกี่ยวข้องในยุคประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน รอบสี่เหลี่ยมนี้ ภูมิทัศน์เมือง สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของเมืองตั้งแต่กำเนิดของ ที่ซับซ้อน เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมทั่วไปของคำสั่งทางศาสนาที่พัฒนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล

3. Historic Monuments of Dengfeng, in the "Centre of Heaven and Earth" (China)

 

เทือกเขาซงซานเป็นเทือกเขาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศจีน ทั้งในด้านของประวัติศาสตร์ ประกอบไปด้วยยอดเขาน้อยใหญ่จำนวน 72 ยอด วัดต่างๆ มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ นาฬิกาแดด, เรื่องของการยั่งรู้ ดินฟ้า โดยในเทือกเขาแห่งนี้เองก็มีวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก วัดเส้าหลิน เป็นวัดทางพระพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีความเก่าแก่อายุมากกว่า 1,500 ปี เป็นแหล่งวิชาการต่อสู้และศิลปะการป้องกันตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน รวมทั้งได้รับการกล่าวขานในเรื่องของกระบวนท่าวิทยายุทธ เพลงหมัดมวย พลังลมปราณและกังฟูเส้าหลินเป็นอย่างมาก 

4. Episcopal City of Albi (France)

 

แม่น้ำธารในทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เมืองเก่า Albi แสดงถึงความรุ่งเรืองของยุคกลาง และสถาปัตยกรรมรอบเมือง โบสถ์ต่างๆ ที่มีพยานหลักฐานเบื้องต้นของการพัฒนาตั้งแต่ศตวรรษ 10 – 11 ยุคสงครามครูเสด มันกลายเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ภาพสถาปัตยกรรม การตกแต่ง หรือในสไตล์วิศกรรมที่ไม่ซ้ำใคร อาคารก่อสร้างจากอิฐท้องถิ่นที่มีลักษณะสีแดงและสีส้ม บ่งบอกย้อนไปถึงยุคในอดีต

5. Jantar Mantar (India)

 

สถานที่ของดาราศาสตร์สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 มีสิ่งปลูกสร้างมากมายหลายแบบ โดยใช้อิฐในท้องถิ่นสร้างอย่างถาวร แต่ละแบบก็มีเอกลักษณ์ ลักษณะเฉพาะของตนเอง ออกแบบสำหรับการสังเกตตำแหน่งทางดาราศาสตร์ด้วยตาเปล่า ซึ่งที่แห่งนี้ยังบอกถึงการรวมหลายๆ สถาปัตยกรรม และนวัตกรรมเครื่องมือ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด, มากที่สุดและเก็บรักษาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์การดูดาวของอินเดีย

6. Sheikh Safi al-Din Kh?neg?h and Shrine Ensemble in Ardabil (Islamic Republic of Iran)

 

สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 16 และศตวรรษที่ 18 เป็นสถานที่พักผ่อนจิตใจ รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบอิหร่าน ผู้ สร้างใช้ประโยชน์จากพื้นที่ ห้องสมุด มัสยิด, โรงเรียน, สถานที่เก็บศพ, แท้งค์น้ำ, ห้องพยาบาล, ห้องครัว, เบเกอรี่และสำนักงาน ภายในยังมีซุ้มประดับตกแต่งอย่างสวยงาม หรูหรา และการเก็บรักษาของเก่า ยังคงมีมูลค่า รูปแบบการเก็บของหายาก เกี่ยวกับองค์ประกอบสถาปัตยกรรมยุคกลางอิสลาม

7. Tabriz Historical Bazaar Complex (Islamic Republic of Iran)

 

สถานที่ในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยโบราณ ตลาดแห่งนี้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุด อิฐโครงสร้างอาคารบ่งบอกถึงสไตล์ ตลาดแห่งนี้ได้เจริญรุ่งเรืองและมีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 13 จนกระทั้งถึงช่วงศตวรรษที่ 16 แต่ยังคงความสำคัญเป็นศูนย์กลางการค้าจนถึงสิ้นศตวรรษที่ 18 โดยมีการขยายตัวของชาวเติร์ก เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สมบูรณ์ที่สุดของระบบการค้าและวัฒนธรรมดั้งเดิมของอิหร่าน

8. Bikini Atoll, Nuclear Test Site (Marshall Islands)

 

ยุคสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐอเมริกาตัดสินใจที่จะกลับมาทดสอบนิวเคลียร์ในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณ Bikini Atoll ในหมู่เกาะมาร์แชลล์ การทดสอบนิวเคลียร์ได้ดำเนินในปี 1946 – 1958 โดยการทดสอบครั้งแรกเมื่อปี 1946 พิษสงความร้ายของมันยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิด 7000 เท่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบธรณีวิทยาและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของเกาะ สุขภาพของบรรดาผู้ที่ได้สัมผัสกับรังสี เกาะแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งนิวเคลียร์ สภาพของการขัดแย้งและสันติภาพของโลก

9. Camino Real de Tierra Adentro (Mexico)

 

ถนนสายสำคัญ หรือที่เรียกว่าเส้นทางเงิน เส้นทางทอง อาณาเขตกว้างไกลตั้งแต่เม็กซิโกซิตี้ ที่ประเทศเม็กซิโก ยาวจนข้ามแดนอเมริกา สุดที่ ซานตา เฟ่ ระยะทางกว่า 2600 กิโลเมตร ถนนนี้ถูกใช้เป็นเส้นทางการค้ากว่า 300 ปีจากช่วงกลางศตวรรษที่ 16 ถึง 19 แม้ว่าจะเป็นเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ แต่ยังคงมีร่องรอยของสังคม วัฒนธรรม และศาสนา โดยเฉพาะระหว่างวัฒนธรรม สเปน และ Amerindian

10. Prehistoric Caves of Yagul and Mitla in the Central Valley of Oaxaca (Mexico)

 

สถานที่นี้ตั้งอยู่บนผาลาด เหนือหุบเขา Tlacolula ประกอบด้วย สองโบราณคดีก่อนฮิสแปและยุคถ้ำก่อนประวัติศาสตร์ มีหลักฐานทางโบราณคดีและหินศิลปะ ของการรวบรวม เร่ร่อน การล่า เกษตรกรเริ่มเกิดขึ้น ภูมิทัศน์วัฒนธรรมของถ้ำสมัยก่อนประวัติศาสตร์ แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ และธรรมชาติที่ให้กำเนิด

11. Seventeenth-century Canal Ring Area inside the Singelgracht, Amsterdam (Netherlands)

 

คลองในเมืองประวัติศาสตร์อัมสเตอร์ดัม เป็นโครงการสำหรับเมืองใหม่ๆ สร้างเมื่อช่วงสิ้นยุค 16 เริ่มต้นศตวรรษที่ 17  ประกอบด้วยเครือข่ายของคลองไปทางทิศตะวันตกและทางใต้ของเมืองเก่า ประวัติศาสตร์ยุคกลางและจุดเชื่อมต่อที่ล้อมรอบเมืองได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยยังมีการออกแบบถึงระบบระบายน้ำในเมือง เป็นรูปแบบของการวางผังเมืองขนาดใหญ่ และทำหน้าที่เป็นเมืองอ้างอิงไปทั่วโลกจนกระทั่งศตวรรษที่ 19

12. Historic Villages of Korea: Hahoe and Yangdong (Republic of Korea)

 

หมู่บ้านแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 – 15, Hahoe และ Yangdong เห็นเป็นสองตัวแทนหมู่บ้านตระกูลใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สาธารณรัฐเกาหลี รูปแบบและสถานที่ของพวกเขา ภูมิทัศน์โอบล้อมด้วยภูเขา ป่า หันออกสู่แม่น้ำและเขตเกษตร สะท้อนถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมขงจื๊อชนชั้นสูง ของราชวงศ์โชซอน (1392-1910) คนในหมู่บ้านนี้มีอยู่เพื่อ อุทิศทั้งร่างกายและจิตใจช่วยบำรุง อนรักษ์สภาพแวดล้อมของพวกเขา

13. At Turaif District in ad-Dir’iyah (Saudi Arabia)

 

ก่อสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ช่วงแรกของราชวงศ์ซาอุดิ สถาปัตยกรรมที่มีเฉพาะแถบคาบสมุทรอาหรับที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19 บทบาททางการเมืองและศาสนาที่เพิ่มขึ้นและป้อมที่ at – Turaif กลายเป็นศูนย์กลางอำนาจชั่วคราว การแพร่กระจายของการปฏิรูปภายในศาสนามุสลิม ทรัพย์สินต่างๆ หลักฐานทางประวิติศาสตร์ยังคงอยู่ในพระราชวัง

14. Proto-Urban site of Sarazm (Tajikistan)

 

หลักฐานโบราณคดีการพัฒนา ตั้งถิ่นฐานในเอเชียกลางที่ 4 จาก BCE สหัสวรรษที่สิ้นสุดของสหัสวรรษที่ 3 BCE สถานที่ปรักหักพังแสดงการพัฒนาของต้น Proto กลายเป็นเมืองในภูมิภาคนี้ ศูนย์กลางของการตั้งถิ่นฐานนี้ เป็นหนึ่งในที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียกลาง ภูมิภาคตั้งอยู่ระหว่างภูเขาเหมาะแก่เลี้ยงปศุสัตว์ อีกทั้งแสดงให้เห็นถึงการดำรงอยู่ของการค้าและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ทางการค้ากับคนทั่วพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวาง

15. Imperial Citadel of Thang Long-Hanoi (Viet Nam)

 

ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 โดย Viet Ly Dynasty เป็นเครื่องหมายความเป็นอิสระภาพของ เวียดนาม มันถูกสร้างบนซากของป้อมของจีน ช่วงศตวรรษที่ 7 ในกรุงฮานอยเป็นศูนย์อำนาจทางการเมืองในภูมิภาคเกือบ 13 ศตวรรษโดยไม่หยุดชะงัก โบราณคดีสะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ทำสุดแสนจะเหนื่อย นำไปเผยแพร่ต่อกรุณาให้เครดิตกลับมาด้วยนะครับ  อิอิ

————————————————————

ชาว Men.Mthai ร่วมพูดคุย ติดต่อ สอบ-ถาม ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด กันต่อได้ที่

www.facebook.com/Men.Mthai

http://twitter.com/X_Samurai_X