Cell phones on the brain ใช้มือถือนานๆ ไม่มีผลต่อสมองแน่นะ!?

Home / men around / Cell phones on the brain ใช้มือถือนานๆ ไม่มีผลต่อสมองแน่นะ!?

นี่ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานนับสิบปีแล้วนะครับ บางกระแสก็ว่าไม่มีอันตรายใดๆ บางกระแสก็ว่าระวังไว้หน่อยดีกว่า

แต่ข้อเท็จจริงคืออะไรล่ะ!?

ระหว่างที่คุยโทรศัพท์มือถือ คุณอาจรู้สึกร้อนๆ ที่บริเวณกกหู และกังวลใจไม่น้อยว่าการคุยโทรศัพท์มือถือนานๆ จะเป็นอันตรายไหม หรือจนถึงยุคปัจจุบัน การที่เราสไลด์หน้าจอไปๆ มาๆ แทบจะทุกที่ ทุกเวลา จะทำให้เราเป็นเนื้องอก เป็นมะเร็งในสมอง หรือส่งผลกระทบอะไรต่ออวัยวะภายในหรือเปล่า ?

ตกลงยังไงกันแน่ !?

GM จึงไปสอบถาม นายแพทย์ชัยพร เรืองกิจ ประสาทแพทย์ประจำโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ออกมาเสียที

คุณหมอเล่าว่า เรื่องนี้มีการถกเถียงและวิจัยกันมานานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 ในช่วงที่โทรศัพท์มือถือเริ่มมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก เคยมีการฟ้องร้องกันว่าการใช้โทรศัพท์มือถืออาจจะมีผลต่อสุขภาพโดยเฉพาะเกี่ยวกับสมอง อย่างเนื้องอกของสมอง ที่อาจจะเป็นบริเวณสมองที่ติดกับหูของเรา เช่น เป็นเนื้องอกของเส้นประสาทเส้นที่ 8 ที่เราเรียก Acoustic Nerve ถือเป็นเนื้องอกที่อยู่บริเวณสมองกลีบขมับ (Temporal lobe) เป็นส่วนซีรีบรัมที่อยู่บริเวณด้านข้างของสมอง ซึ่งติดกับหูข้างที่ใช้โทรศัพท์มือถือ และเนื้องอกส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงก็จะเป็นเนื้องอกที่เราเรียกว่า ไกลโอมา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การศึกษายังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าการใช้โทรศัพท์มือถือมากๆ เพียงอย่างเดียว จะเป็นสาเหตุของเนื้องอกดังกล่าว

มีการศึกษาเรื่องนี้กันมากในยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอีกหลายๆ ประเทศที่รุดหน้าทางด้านเทคโนโลยี เพราะประชากรของเขาใช้อุปกรณ์พวกนี้กันเยอะ ซึ่งเป็นการศึกษาโดยการถามคนไข้ว่าใช้หรือไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ หากใช้ พวกเขาใช้มานานแค่ไหน ใช้วันละกี่ชั่วโมง แล้วจึงเปรียบเทียบกันว่าแต่ละกลุ่มมีโอกาสเป็นเนื้องอกมากน้อยเพียงใด ผลการศึกษาวิจัยในคน ยังไม่มีผลสรุปใดๆ ออกมาชัดเจนเลย

ในขณะที่มีการศึกษาเรื่องนี้ในหนูทดลอง โดยใช้คลื่นความถี่เดียวกับโทรศัพท์ ส่งสัญญาณตรงไปยังหนูทดลอง เพื่อทดสอบว่ามีความเปลี่ยนแปลงใดบ้างเกิดขึ้นกับสมองของหนูเหล่านั้น

ผลการทดลองกับสัตว์ กลับให้ผลที่เด่นชัด ว่าเซลล์สมองของหนูบางส่วนมีการเสื่อมสลาย ผลเมื่อออกมาแบบนี้ ก็ทำให้เกิดกลุ่มที่คัดค้านการใช้โทรศัพท์มือถือขึ้น เพราะเชื่อว่า ถ้าคลื่นโทรศัพท์นี้มีผลต่อสมองของหนู (ซึ่งคล้ายคนมาก) ย่อมต้องส่งผลต่อคนได้ อาจจะทำลายเซลล์จนกระทั่งความจำเสื่อม หรือนำไปสู่การเกิดอัลไซเมอร์ เป็นต้น

การวิจัยครั้งล่าสุด มีการทดลองในคนเพิ่มเติมด้วยเช่นกันเมื่อประมาณปีสองปีที่ผ่านมา โดยมีรายงานข่าวใน CNN ว่าเมื่อมีการทดลองใช้โทรศัพท์มือถือนาน 50 นาที พบว่าสมองส่วนที่ใกล้กับหู มีการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีความร้อนสะสมตัว และยังพบด้วยว่ามีการใช้กลูโคสในบริเวณนั้นมากกว่าปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปถึงผลในระยะยาวว่าเกี่ยวข้องกับมะเร็งได้เลย

สรุปก็คือเรื่องนี้ยังคงเป็นความลับที่มืดมนกันอยู่ต่อไป ผลออกมาชัดเจนในสัตว์ทดลอง และในสภาพการทดลองที่ควบคุมอย่างเคร่งครัด เข้มข้นมากๆ ในขณะที่การทดลองกับคนปกติ และในชีวิตประจำวัน สภาพการใช้งานทั่วไปที่ไม่เข้มข้นมาก ยังไม่มีผลสรุปใดๆ

ปลอดภัยไว้ก่อน  จุดเสี่ยงที่สุดคือบริเวณเสาอากาศครับ !

Antenna หรือเสาอากาศของโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน จะมีคลื่นโทรศัพท์ หรือ Radio Frequency และมีอยู่ในโทรศัพท์ทุกเครื่อง อย่างถ้าอ่านคู่มือของโทรศัพท์ไอโฟน จะให้ข้อมูลว่าระหว่างใช้ โทรศัพท์ควรจะอยู่ห่างจากร่างกายประมาณ 25 มิลลิเมตร หรือโดยเฉลี่ยประมาณ 1 นิ้ว ทางที่ดีเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว นายแพทย์ชัยพร เรืองกิจ จึงแนะนำว่ายังมีอีกหลายวิธีที่ทำให้เราสบายใจขึ้นระหว่างการใช้งานโทรศัพท์มือถือ เช่น การใช้โหมด Speaker Phone เปิดลำโพงให้ดังขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้หูแนบโทรศัพท์ตลอดเวลา หรือใช้อุปกรณ์ Hand Free ช่วย

ส่วนการใช้อุปกรณ์บลูทูธแนบหู คุณหมอคิดว่าอาจจะไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัยขึ้น หากพิจารณาตำแหน่งของอุปกรณ์ดังกล่าว อีกหนึ่งวิธีคือการหันมาใช้โหมด Chat พิมพ์ เพื่อพูดคุยติดต่อประสานงาน แต่ทางที่ดีที่สุด คือการลดการใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน

ผลข้างเคียงอื่นๆ   เรื่องนี้ก็น่าห่วงครับ

บางคนบอกว่ามันกระทบต่ออวัยวะสืบพันธุ์หรือเปล่า มีการวิจัยว่าผู้ชายที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ และบ่อยครั้ง มีโอกาสเป็นหมันมากกว่าคนที่ไม่ใช้ หรือใช้น้อยกว่า จากการวิจัยและรวบรวมข้อมูลจากคลินิกผู้มีบุตรยาก ปรากฏว่ากลุ่มที่ใช้โทรศัพท์มือถือ มีจำนวนสเปิร์มน้อยกว่าคนที่ไม่ใช้ถึง 1 ใน 4 ส่วน ส่วนการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม ในกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ พบว่าเคลื่อนได้น้อยกว่าสเปิร์มในกลุ่มที่ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ 3 เท่าตัว

อย่างไรก็ตาม การทดลองดังกล่าวมาจากการรวบรวมข้อมูลเก่าจากกลุ่มผู้ที่มีบุตรยากอยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่การวิจัยที่มีการควบคุมปัจจัยอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังมีอันตรายเล็กๆ น้อยๆ เช่น อาการปวดศีรษะ ในคลินิกที่โรงพยาบาลสมิติเวช ของนายแพทย์ชัยพร เรืองกิจ พบว่าผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นประจำ จะเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดศีรษะ ซึ่งมักจะตรวจพบว่ากล้ามเนื้อที่คอมีลักษณะเกร็งมากผิดปกติ เนื่องจากผู้ที่เข้ามาปรึกษาจะใช้ท่าเดิมในการโทรฯ ต่อเนื่อง รวมทั้งมักพบจุดกดเจ็บที่ด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วย เป็นต้น