ความเชื่อมเยื่อมโยงระหว่างตำนานเรือรบและนาฬิกา The Victory Watch

Home / men around / ความเชื่อมเยื่อมโยงระหว่างตำนานเรือรบและนาฬิกา The Victory Watch

 

ความเชื่อมเยื่อมโยงระหว่างตำนานเรือรบและนาฬิกา The Victory Watch  รูปที่ 1

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวครึกโครมถึงการค้นพบซากเรือและมหาสมบัติมากมายใต้ท้องเรืออับปางในประวัติศาสตร์ ทำให้คลื่นมหาชนส่วนใหญ่เริ่มหวนกลับมาให้ความสนใจกับเรื่องราวและเรื่องเล่าทางทะเล ที่มักจะแฝงไปด้วยความลึกลับเสมอนี้มากขึ้น โดยเฉพาะกับหนึ่งในมหาอำนาจทางประวัติศาสตร์ราชนาวีมานับตั้งแต่โบราณกาลอย่างอังกฤษ ซึ่งหากย้อนตำนานกลับไปกว่าหลายพันปี จนถึงยุคของการเกิดสงครามทางทะเลเป็นครั้งแรกในสมัยของกษัตริย์อัลเฟรด (King Alfred) ในปี 882 กองทัพเรือถือเป็นด่านหน้าสำคัญในการปกป้องอังกฤษจากการบุกรุกและโจมตีของศัตรู และในที่สุดได้ทำให้เกาะอังกฤษมีความแข็งแกร่งในฐานะผู้ทรงอำนาจทางทะเลของโลกสูงสุดของศตวรรษที่ 19

และเชื่อว่าหลายคนก็คงคุ้นกับชื่อนี้เป็นอย่างดีเช่นกัน นั่นก็คือ เอชเอ็มเอส วิกทอรี (HMS Victory)

เอชเอ็มเอส วิกทอรี นับเป็นเรือรบหลวงของศตวรรษที่ 18 เพียงลำเดียว ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และยังคงเป็นเรือรบประจำการเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงทำหน้าที่รับใช้ชาติ นับตั้งแต่ถูกสร้างขึ้นในปี 1759 และเปิดตัวในปี 1765 โดยเรือรบหลวงลำนี้มีชื่อเสียงสูงสุดในฐานะเรือธงของ ลอร์ด เนลสัน (Lord Nelson) ใจกลางสมรภูมิทราฟัลการ์ (Battle of Trafalgar) สงครามทางทะเลที่ปะทุขึ้นในปี 1805 ที่ทั่วโลกรู้จัก

เช่นเดียวกับเรือรบอื่นๆ ที่เอชเอ็มเอส วิกทอรี ได้ทำหน้าที่รับใช้ชาติด้วยภารกิจสำคัญต่างๆ และรอดพ้นความเสียหายหลังสงครามทราฟัลการ์ ก่อนจะได้รับการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ในปี 1814 จนกระทั่งปี 1922 ที่เรือรบหลวงลำนี้ได้ถูกย้ายขึ้นอู่เรือบนฝั่งเดียวกันกับที่ตั้ง ณ ปัจจุบัน นั่นคือ ท่าเรือพอร์ตเมาธ์ ประเทศอังกฤษ และได้รับการอนุรักษ์ในฐานะเรือพิพิธภัณฑ์ แม้จะดูเหมือนว่าได้กลายเป็นโบราณวัตถุอันล้ำค่าไปแล้ว แต่จนถึงทุกวันนี้ เอชเอ็มเอส วิกทอรี ก็ยังคงได้รับการยกย่องว่าเป็นเรือธงของพลเรือโท และเป็นเรือกองทัพนาวีอันเก่าแก่ที่สุด ที่ยังคงขึ้นระวางเป็นเรือประจำการ

ล่าสุดเมื่อปี 2010 ได้มีการซ่อมบำรุงครั้งสำคัญขึ้นเพื่ออนุรักษ์เรือลำนี้ไว้ให้กับคนรุ่นลูกหลานในอนาคต และด้วยความเป็นสายเลือดอังกฤษเดียวกัน รวมถึงเพื่อร่วมรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของเอชเอ็มเอส วิกทอรี  เบรมองต์ (Bremont) นาฬิกาสายเลือดอังกฤษขนานแท้ จึงได้ริเริ่มแนวความคิดในการผลิตนาฬิการุ่นพิเศษหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง ด้วยเพราะเป็นนาฬิกาที่บรรจุด้วยชิ้นส่วนของไม้โอ๊กและทองแดง ซึ่งได้มาจากเรือรบหลวงดั้งเดิมลำนี้ ภายใต้ฉายา ‘นาฬิกาแห่งชัยชนะ’ หรือ เดอะ วิกทอรี วอทช์ (The Victory Watch) ด้วยชื่อรุ่นว่า เบรมองต์ วิกทอรี (Bremont Victory) ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการบนเรือเอชเอ็มเอส วิกทอรี ไปเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2012 และในเมืองไทยที่นาฬิการุ่นนี้มาเผยโฉมต่อสายตาเหล่านักสะสมเมื่อปีที่ผ่านมาเช่นกัน โดยบางส่วนของรายได้จากการจำหน่ายนาฬิกาแต่ละเรือน ก็จะนำไปร่วมสนับสนุนงานซ่อมบำรุงและการอนุรักษ์เรือเอชเอ็มเอส วิกทอรี เอาไว้ต่อไป

ความเชื่อมเยื่อมโยงระหว่างตำนานเรือรบและนาฬิกา The Victory Watch  รูปที่ 2

เดอะ วิกทอรี วอทช์ จึงไม่เพียงตอกย้ำความเป็นผู้เรืองอำนาจด้านประวัติศาสตร์กองทัพเรือของอังกฤษ แต่ยังบ่งบอกถึงพันธุกรรมแห่งการเป็นนักวิศวกรรมและสายเลือดศิลปินที่ถ่ายทอดสู่การสร้างสรรค์เรือนเวลาอังกฤษแท้ๆ ซึ่งนอกจากการเป็นนาฬิการุ่นพิเศษผลิตจำนวนจำกัดที่แตกต่างไปจากนาฬิกาอื่นๆ เท่าที่เคยสร้างสรรค์มาแล้ว เดอะ วิกทอรี วอทช์ ยังบรรจุด้วยความซับซ้อนจากการแสดงเวลาแบบเรโทรเกรดและจักรกลโครโนกราฟของกลไก BE-83AR ประกอบด้วยทับทิม 39 เม็ด และบาลานซ์กลูซิเดอร์ (Glucydur) แบบสามขา พร้อมด้วยเมนสปริง นิวาร็อกซ์ 1 (Nivarox 1) กับการทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง โดยสำรองพลังงานได้นาน 46 ชั่วโมง 

เลือกได้ในสองเวอร์ชั่นคือตัวเรือนขนาด 43.0 มิลลิเมตร ที่ทำจากทองชมพูสีกุหลาบและสเตนเลสสตีล ภายใต้โครงสร้างตัวเรือนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ นั่นคือ เบรมองต์ ทริป ทิก (Bremont Trip Tick) พร้อมด้วยทองแดงแกะสลักด้วยมือ และกระปุกลานด้านในผ่านกระบวนการเคลือบ PVD ที่เป็นวัสดุดั้งเดิม ซึ่งนำมาจากเรือรบหลวงเอชเอ็มเอส วิกทอรี ชมได้ผ่านทางฝาหลังฝังด้วยไม้โอ๊กดั้งเดิมที่ได้มาจากเรือ และเปิดช่องหน้าต่างติดด้วยกระจกคริสตัลแซพไฟร์ แต่ยังคงประสิทธิภาพของการกันน้ำได้ลึกระดับ 100 เมตร

ไม่เพียงเป็นนาฬิการุ่นพิเศษผลิตเพียงจำนวนจำกัดที่แค่ฟังเท่านี้ บรรดานักสะสมก็ต่างจ้องตาเป็นมันแล้ว ที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือ ‘นาฬิกาแห่งชัยชนะ’ รุ่นนี้ทุกเรือนล้วนหลอมรวมประวัติศาสตร์แห่งตำนานกว่าสองศตวรรษของเรือรบหลวงอังกฤษที่หาชมได้ยากและไม่อาจประเมินค่าได้เอาไว้นั่นเอง