Mini Tablet War Begins !

Home / men around / Mini Tablet War Begins !

Mini Tablet War Begins ! รูปที่ 1

ว่ากันตามจริงแล้ว การปรากฏตัวของ ‘ไอแพดมินิ’ เป็นสิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับสาวกจำนวนไม่น้อย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า สตีฟ จ็อบส์ อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับเคยสบประมาทว่า แอปเปิลไม่ควรทำแท็บเล็ตขนาดจิ๋วลงไปแข่งขัน มันดูกระจอกและไม่กบฏพอในฐานะผู้นำนวัตกรรม

สอดคล้องกับนิตยสาร Newsweek เขียนถึงกรณีนี้ว่า สตีฟ จ็อบส์ ไม่เคยเห็นชอบกับการเกิดไอแพดมินิ แต่ ทิม คุก ซีอีโอคนถัดมากลับไม่คิดเช่นนั้น เขามองว่านี่เป็นโอกาสที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดแท็บเล็ตไว้ต่อไปได้

การรั้งตำแหน่งผู้นำในกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่เป็นหน้าเป็นตาของแอปเปิลเท่านั้น หากแต่เป็นการรักษาผลประกอบการและการเติบโตขององค์กรให้สูงชะลูดได้ดั่งเดิม พลอยทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสาวกทั้งหลายยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลายลง

นอกจากนี้ การฝากผีฝากไข้ไว้กับไอโฟนดูจะเป็นเรื่องยากเสียแล้ว เมื่อตลาดสมาร์ทโฟน โดนแอนดรอยด์โฟนของกูเกิลและพันธมิตรกลืนกินยอดขายอันดับ 1 ของโลกไปเรียบร้อย โดยมีซัมซุงเป็นนายหมู่ทะลวงฟันด้วยรุ่นขายดีอย่างซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 3 ซึ่งขายไปแล้วกว่า 30 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่วางขายจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

Mini Tablet War Begins ! รูปที่ 2

ขณะที่แท็บเล็ตดูๆ ไปแอปเปิลจะมีภาษีดีกว่า เนื่องจากกุมจำนวนผู้ใช้ไอแพดกว่า 100 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เมษายน 2553 ถึงปัจจุบัน และเชื่อว่าปริมาณการซื้อไอแพดจะเพิ่มขึ้นอีก 5-10 ล้านเครื่องภายในสิ้นปีนี้

สำหรับไอแพดมินิ มาพร้อมจุดเด่นอยู่ตรงการได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกับไอแพดและเรื่องของขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก หน้าจอมีขนาด 7.9 นิ้ว แตกต่างจากคู่แข่งซึ่งล้วนเปิดตัวที่ 7 นิ้ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับข้อมูล โดยเฉพาะเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นจะไม่ผิดสัดส่วนจากไอแพดมากเกินไปนัก ส่วนเรื่องความละเอียดเทียบเท่าหน้าจอไอแพด 2 เท่านั้น ภายในใช้หน่วยประมวลผล A5 ตัวเดียวกับนิวไอแพด กล้องดิจิตอลด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอ HD 1080p มีกล้องหน้าสำหรับพูดคุยเฟสไทม์ มาพร้อมระบบสั่งงานด้วย Siri ไว้แก้เหงา และเปลี่ยนสายเชื่อมต่อมาเป็นแบบ Lightning

โดยรวมแล้วพูดง่ายๆ ว่า ทุกอย่างถอดแบบมาจากนิวไอแพดก็ไม่ปาน แม้แต่การตอบสนองการทำงานนับว่ายอดเยี่ยม ยกเว้นเรื่องความคมชัดของหน้าจอ กลายเป็นตกม้าตายซะงั้น เมื่อเปรียบเทียบจำนวนพิกเซลในหนึ่งตารางนิ้วบนหน้าจอไอแพดมินิ มีพิกเซลเรียงตัวกันอยู่ราว 163 พิกเซล ขณะที่ Nexus 7 หรือ Kindle Fire HD มีถึง 216 พิกเซล และ Nook Color HD สูงกว่าใครเพื่อน คือ 243 พิกเซล

นอกจากนี้ ในส่วนของราคาเครื่องซึ่งหลายคนลุ้นอยู่นานว่า น่าจะพอๆ กับคู่แข่ง ดันกลายเป็นว่าแพงหูฉี่ โดยเฉพาะไอแพดมินิรุ่น 3G และ Wi-Fi เปิดราคาตั้งแต่ 15,200-21,200 บาท ตามขนาดความจุที่แตกต่างกันไป เลยเหมือนเป็นฝันสลายสำหรับคนที่อยากได้ผลิตภัณฑ์แอปเปิลในราคาย่อมเยา

หนำซ้ำ ราคาแบบนี้กลายเป็นหวานปากคู่แข่ง ทั้งกูเกิล อเมซอน บาร์นส์ และแอนด์ โนเบิล กับรุ่น Nexus 7, Kindle Fire 7 HD และ Nook HD ตามลำดับ ทั้งหมดต่างพร้อมใจกันตั้งราคาที่ 199 เหรียญสหรัฐฯ เทียบเป็นเงินไทยอยู่ราวๆ ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

Mini Tablet War Begins ! รูปที่ 3

นอกจากนี้ ถ้ามองถึงจุดเด่นของแต่ละรุ่นให้ลึกๆ แล้วจะพบจุดเด่นที่แตกต่างออกไป ดูอย่าง Nexus 7 พระเอกของเครื่องนี้อยู่ที่หน่วยประมวลผล Nvidia Tegra 3 4 คอร์ สวนทางกับ A5 ซึ่งมีเพียง 2 คอร์ ทั้งยังมีชิปกราฟิกแยก GeForce รองรับการเล่นเกมกราฟิกสูง ส่วน Kindle Fire 7 HD นอกจากหน้าจอความละเอียดสูง ระบบเสียง Dolby แล้ว คลังข้อมูลทั้งหนังสือ นิตยสาร เพลง รายการโทรทัศน์ และหนังกว่า 22 ล้านชิ้น นับว่าเป็นอภินันทนาการอันยอดเยี่ยมเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายเหมือนกันที่รุ่นนี้กับ Nook HD ไม่มีกล้องถ่ายภาพทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาให้เลย

ศัตรูของไอแพดมินิยังไม่หมด ซัมซุง กาแล็กซี่ แท็บ 2 ซึ่งพ่วงการใช้งานครบครันจนเรียกได้ว่าสูสีที่สุด เมื่อผนวกรวมกับระบบปฏิบัติการตัวใหม่ก็เหมือนเสือติดปีก ทำให้คนลังเลได้ไม่น้อย ไหนจะต้องต่อกรกับ Toshiba AT270 จากแดนอาทิตย์อุทัย เปลี่ยนโฉมทั้งในแง่รูปลักษณ์ น้ำหนัก และประสิทธิภาพใหม่หมดจากรุ่นเดิม

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเผชิญคู่แข่งดุดันแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่แท็บเล็ตจากแอปเปิลยังคงได้เปรียบกว่าคู่แข่ง คือ ระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ของแอปเปิลอันดีเยี่ยม สามารถเชื่อมโยงและรองรับการทำงานหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งขยายตัวไปสู่สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก โยงใยทุกผลิตภัณฑ์เข้าหากันได้อย่างง่ายดาย สิ่งเหล่านี้ต้องขอบคุณสตีฟ จ็อบส์ ผู้ออกแบบไว้อย่างดิบดี

แม้ว่าผลตอบรับของไอแพดมินิจะดีเกินคาด โดยสัปดาห์แรกสามารถสร้างยอดขายไต่ไปถึง 3 ล้านเครื่อง มากกว่านิวไอแพด ซึ่งขายได้ราวๆ 1.5 ล้านเครื่องก็ตาม แต่เชื่อเหลือเกินว่าคู่แข่งกำลังสุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาท้าชนแอปเปิลในเร็ววันอย่างแน่นอน

รวมทั้งทีมงานแอปเปิลทั้งหมดยังคงต้องหันมาต่อสู้กับตัวเอง เพราะหลังจากถูกตั้งคำถามอย่างหนักกับการเปิดตัวไอโฟน 5 ไอแพดมินิ และไอแพด รุ่น 4 ซึ่งเน้นวนๆ อยู่แต่สรรพคุณ บางกว่า เล็กกว่า คมชัดกว่า และเร็วกว่า มันคือนวัตกรรมแห่งปีจริงๆ แล้วหรือ ?

แทนคำตอบ เราอาจจะต้องรอลุ้นในระยะยาวว่า แอปเปิลจะหวนคืนสู่ผู้นำนวัตกรรมได้ดีกว่านี้ไหม หรือไม่ก็ถูกคู่แข่งยึดพื้นที่ไปหมด รวมถึงแท็บเล็ตขนาดเล็กก็ไม่มีข้อยกเว้น