Dunhill ตำนานของสุภาพบุรุษยุคใหม่

Home / men around / Dunhill ตำนานของสุภาพบุรุษยุคใหม่

 

Dunhill ตำนานของสุภาพบุรุษยุคใหม่ รูปที่ 1

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย ไม่มีอะไรรวดเร็วเท่ากับวงการแฟชั่นอีกแล้ว

บ่อยครั้งเราจะเห็นความหวือหวาของเสื้อผ้าผ่านเข้ามาเหมือนลมพัดแล้วจากไปอย่างฉับไว ต่างจากเสื้อผ้าเรียบๆ ง่ายๆ และชัดเจนในเรื่องการออกแบบ แม้จะแน่นิ่งแต่กลับได้รับการชื่นชอบมากกว่า มันยังคงวนเวียนกลับมาราวกับไม่มีวันตาย ไม่ว่าเวลาจะผ่านเลยไปนานเท่าไหร่ เราก็ยังหยิบมาสวมใส่ได้ทุกวี่วันโดยไม่รู้สึกแปลกแยกหรือล้าสมัย แถมร่วมสมัยไปได้อย่างกลมกลืน

อัลเฟรด ดันฮิลล์ คือหนึ่งในเสื้อผ้าที่เข้าข่ายบริบทดังกล่าว โดยพวกเขายังคงพิถีพิถันกับการออกแบบเสื้อผ้าให้ดำรงไว้ซึ่งรากเหง้าของงานฝีมือดั้งเดิมแบบอังกฤษไม่ผิดเพี้ยน

เห็นได้ชัดจากเสื้อผ้าฤดูหนาวคอลเลกชั่น 2012 ที่ไม่เพียงแต่โทนสีและรูปลักษณ์ที่สะท้อนการใช้ชีวิตของคนอังกฤษได้เป็นอย่างดีเท่านั้น แต่ยังได้รวบรวมช่างผีมือและโรงงานทอผ้าอันเลื่องชื่อของประเทศมาร่วมกันผลิตผลงาน

Dunhill ตำนานของสุภาพบุรุษยุคใหม่ รูปที่ 2

เริ่มตั้งแต่การเฟ้นหาโรงทอผ้าสักหลาดจนได้ เวสต์ ออฟ อิงแลนด์ ว่ากันว่าฝีไม้ลายมือการทอผ้าไม่เป็นสองรองใคร การันตีได้จากชื่อเสียงและความเก่าแก่สืบทอดรุ่นต่อรุ่นมากว่า 250 ปี สีเทาเรียบขรึมซึ่งเป็นสีหลักของคอลเลกชั่นนี้ล้วนผ่านการผลิตจากโรงงานนี้ทั้งสิ้น หรือจะเป็น สตีเฟน วอลเทอร์ แอนด์ ซันส์ ซึ่งได้รับการยอมรับกันทั่วถึงคุณภาพงานทอผ้าไหมแสนละเอียดมาถึง 9 ชั่วอายุคนแล้ว แม้แต่อดัมลีย์ ช่างพิมพ์ผ้ามือหนึ่งแห่งแม็คเคิลส์ฟิลด์ ก็เข้ามาช่วยสร้างสรรค์ผลงานผ่านการพิมพ์ลายบนเนคไทและผ้าสอดกระเป๋าสูท

นอกจากนี้ อัลเฟรด ดันฮิลล์ ยังเฟ้นหาช่างเย็บถุงมือสุดประณีต และในที่สุดก็ตกลงปลงใจให้ เบอร์ฟิลส์ แอนด์ โค ช่างเย็บถุงมือ 1 ใน 2 แห่งซึ่งถือเป็นตำนานระดับโลก ส่วนหนึ่งเพราะความช่ำชองในการผลิตมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1944 จึงเป็นที่วางใจได้ว่าจะไม่ทำให้ใครผิดหวัง ขณะที่เสื้อเชิ้ต ซี ไอส์แลนด์ คอนตอน รับหน้าที่ในการส่งผ้าฝ้ายชั้นดีจากเกาะบริติชเวสต์อินดีสในเขตทะเลแคริบเบียนเข้ามาเป็นส่วนเติมเต็มให้คอลเลกชั่นนี้สมบรูณ์แบบมากยิ่งขึ้น

Dunhill ตำนานของสุภาพบุรุษยุคใหม่ รูปที่ 3

สำหรับฤดูหนาวที่กำลังมาถึง อัลเฟรด ดันฮิลล์ วางแกนหลักให้เป็นเรื่องราวของแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านประวัติศาสตร์ช่วงเวลาต่างๆ ของกรุงลอนดอนเพื่อเฉลิมฉลองให้กับจัตุรัสทราฟัลการ์ อันหมายถึงเหลี่ยมมุมสถาปัตยกรรมเก่า-ใหม่ของเมืองหลวงที่วางตัวทอดยาวไปตลอดแนวแม่น้ำเทมส์ รวมไปถึงศิลปะการตัดเสื้อเก่าแก่แบบอังกฤษก็กลายเป็นเส้นสายในการออกแบบที่สำคัญของฤดูหนาวนี้

โดยให้ความสำคัญทั้งในเรื่องการตัดเสื้อสุภาพบุรุษตามแบบฉบับอังกฤษ ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง ตั้งแต่สูทกระดุมเดี่ยวปกแหลมแบบคลาสสิก และเสื้อสูทลำลองบุนวม ไปจนถึงดินเนอร์แจ๊คเก็ตผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินมิดไนท์บลูและแดงก่ำ หรือจะเป็นแจ๊คเก็ตกันฝนผ้าไหมใส่กลับด้านกับชิ้นแคชเมียร์นุ่มได้อย่างน่าสนใจ รวมไปถึงไอซ์ คอตตอน ที่ใช้นวัตกรรมการทอให้สัมผัสความเย็นสบายในการสวมใส่เสื้อเชิ้ต

Dunhill ตำนานของสุภาพบุรุษยุคใหม่ รูปที่ 4

ไม่เพียงแต่เสื้อผ้า แม้แต่ร้านรวงของอัลเฟรด ดันฮิลล์ ก็ยังคงสภาพเรียบง่ายด้วยเช่นกัน ดูอย่างสาขา ดิ เอ็มโพเรียม ที่ไม่เฉิดฉายจนสุภาพบุรุษไม่กล้าแม้แต่จะมอง ทว่าสร้างบรรยากาศให้เป็นมิตรผ่านงานไม้โอ๊ก เหล็กขัด และทองเหลือง ในโทนสีแบบยุค ’30s อันเป็นผลงานการออกแบบโดย Sir Edwin Lutyens ความคงเส้นคงวาทั้งในส่วนการออกแบบ เสื้อผ้า การตัดเย็บและร้านเสื้อผ้า ล้วนลากโยงไปถึงปณิธานของมิสเตอร์ อัลเฟรด ดันฮิลล์ ที่ว่า อุทิศชีวิตให้กับการสร้างสรรค์สินค้าคุณภาพสำหรับสุภาพบุรุษ รวมถึงมอบปัจจัยสำคัญต่อการใช้ชีวิตอย่างมีวิสัยทัศน์หรูหรา สร้างสรรค์ และล้ำหน้ายุคสมัย

นิยามนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาใหม่ในภายหลัง หากแต่เป็นการส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 100 ปีแล้ว บางคนอาจมองว่าเป็นความเก่าแก่ แต่เรากลับมองว่าเป็นตำนานของเสื้อผ้าผู้ชายมากกว่า เพราะบางทีการรักษาจุดยืนให้คงอยู่เป็นเวลาเนิ่นนานนั้นยากยิ่งกว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรบ่อยๆ จนไม่เหลือคุณค่าให้น่าค้นหา

Dunhill ตำนานของสุภาพบุรุษยุคใหม่ รูปที่ 5