ที่สุดของ Apple !!!!

Home / men around / ที่สุดของ Apple !!!!

ที่สุดของ Apple !!!! รูปที่ 1

ปี 2012 เกิดอะไรหลายๆ อย่างขึ้นมากมายเกี่ยวกับอนาคตของ Apple และเรารู้ว่าคงมีไม่กี่คนที่จะว่างตามข่าวทุกวันแบบเรา ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุการณ์ที่เป็นที่สุดของที่สุดในปี 2012 ในความคิดของเราที่คุณน่าจะรู้ไว้

ที่สุดของ Apple !!!! รูปที่ 2

น้อยใจที่สุด : The new iPad (3rd Generation)

เปิดตัวอย่างอลังการเมื่อช่วงต้นปีด้วยคุณสมบัติของ Retina Display ทำให้ The new iPad หรือบางคนจะเรียกว่า iPad 3 ก็ไม่ผิดกลายเป็นหนึ่งใน Tablet ที่หน้าจอสวยที่สุด คมชัดที่สุด และมีสเปคสูงที่สุด ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีเสียงติในเรื่องของน้ำหนักตัวและความหนาที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าว่ากันถึงเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว The new iPad ถือว่าเป็นอะไรที่ดีขึ้นมากพอสมควรในช่วงเวลานั้นๆ เลย

แน่นอนว่าตามประสาของ Apple จะไม่มีการอัพเดทสินค้าใดๆ ติดกันเกินไปนัก ยิ่งถ้าเป็นหมวดหมู่อุปกรณ์พกพาขนาดเล็กยิ่งกินเวลาข้ามปีกว่าจะมีรุ่นใหม่ออกมาทดแทนรุ่นเก่า แต่ทฤษฎีเหล่านั้นใช้ไม่ได้กับ The new iPad เสียแล้ว เพราะในเดือนตุลาคม ปี 2012 หรือเพียงแค่ราวๆ 7 เดือนหลังจากเปิดตัว The new iPad ทาง Apple ก็ส่ง iPad with Retina Display ที่เป็น The new iPad เวอร์ชั่นปรับปรุงภายใน ซึ่งสเปคสูงขึ้นและพอร์ทการเชื่อมต่อแบบใหม่อย่าง Lightning ก็ถูกเพิ่มเข้ามา ทำให้ The new iPad กลายเป็นตกกระป๋องขึ้นมาทันทีอย่างน่าสงสารและน้อยใจแทนจริงๆ

ที่สุดของ Apple !!!! รูปที่ 3

รอคอยที่สุด : iPad mini

ในปี 2012 มีการเปิดตัวสินค้าระดับเรือธงหลายๆ ชิ้น แต่หนึ่งในสิ่งที่หลายๆ คนรอคอยที่สุดต้องยกให้กับทาง iPad mini ไป เพราะมีเรื่องราวของอดีต CEO ผู้ล่วงลับอย่าง Steve Jobs ที่เคยออกมาแสดงจุดยืนว่าไม่เอา iPad ขนาดเล็กอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้บรรดาสาวกแบบเข้าเส้นเกิดอาการลุ้นเหมือนกันว่า Apple จะกล้าผลิตสินค้าที่ว่ากันว่าขัดใจผู้ก่อตั้งบริษัทสุดๆ ออกมาหรือไม่

ถึงแม้ว่าหลายกระแสจะมีการบอกว่าจริงๆ แล้ว Steve Jobs ก็ไม่ได้แอนตี้ iPad ขนาดเล็กถึงขนาดนั้น และอาจจะยอมรับหน่อยๆ แล้วด้วย แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ผู้คนต่างรอคอยว่า iPad ขนาดเล็กจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไรและทำออกมาได้แปลกใหม่ขนาดไหน

สุดท้ายถึงแม้ว่า iPad mini จะเป็นเพียงการนำเอา iPad 2 มาย่อส่วน พร้อมปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาไปนิดหน่อย แต่นั่นก็เพียงพอที่จะรับเสียงชมในเรื่องของความสะดวกในการพกพาและใช้งานนอกสถานที่ที่ iPad รุ่นเก่ายังทำได้ไม่ดีพอ ถือว่ารอดตัวไปได้อีกรอบหนึ่งแต่ก็หวุดหวิดจริงๆ

ที่สุดของ Apple !!!! รูปที่ 4

ล้มเหลวที่สุด : Apple Maps

iOS 6 นั้นมีฟังก์ชันและลูกเล่นใหม่ๆ มากมายมหาศาลที่จะเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้งาน iOS เก่าๆ ต้องรีบอัพเดทให้กับอุปกรณ์คู่ใจ แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีอยู่แค่สิ่งเดียวที่ชะลอการตัดสินใจการอัพเดท iOS 6 ของใครหลายๆ คนได้ สิ่งนั้นคือ Apple Maps นั่นเอง

ก่อนหน้านี้ระบบแผนที่บน iOS ทาง Apple เลือกใช้บริการของ Google Maps มาโดยตลอด แต่แล้วด้วยเหตุผลที่ว่าทาง Apple อยากจะพัฒนาระบบนำทางและระบบแผนที่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งจะมีฟังก์ชันการนำทางเทียบเท่ากับอุปกรณ์นำทางที่ขายแยกกันทั่วไป นั่นจึงทำให้ Apple ตัดสินใจเลิกใช้บริการ Google Maps แล้วหันมาจับมือร่วมกับ TomTom พัฒนาระบบแผนที่ของตัวเองนั่นก็คือ Apple Maps

ในงานเปิดตัว Apple Maps ทุกอย่างดูเหมือนจะเข้าทาง Apple เพราะระบบ Turn-by-Turn ที่ถูกเติมเข้ามานั้นค่อนข้างจะน่าสนใจและเหมือนเป็นสิ่งที่ระบบแผนที่แบบเก่าทำไม่ได้และคนก็ต้องการอย่างชัดเจน รวมไปถึงระบบการแสดงผลแผนที่แบบสามมิติที่ดูสวยงามน่าใช้จนแทบจะเป็นนวัตกรรมใหม่ในช่วงนั้นที่ใครๆ ก็อยากจะลองใช้

แต่เมื่อ iOS 6 ถูกเปิดตัวออกมาจริงๆ หลายคนที่ใช้งาน Apple Maps ก็พบว่ามันไม่ใช่ระบบที่ดีนักเพราะยังเต็มไปด้วยบั๊กและข้อผิดพลาด รวมไปถึงการที่ฐานข้อมูลร้านค้าต่างๆ มีน้อยหากเทียบกับเจ้าตลาดอย่าง Google Maps ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมใจกันสร้างจุดมาร์คตำแหน่งต่างๆ ให้ฟรีๆ ทำให้ Apple Maps เริ่มมีเสียงก่นด่าจนผู้บริหารระดับสูงของ Apple ที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงต้องถูกปลดออกจากบริษัทไปเลยทีเดียว

เมื่อเห็นช่องว่างทาง Google จึงไม่รอช้า รีบออก Google Maps แบบดาวน์โหลดแยกออกมาให้ผู้ใช้งาน iOS 6 ได้ใช้กันฟรีๆ ทันที แถมยังซื้อใจด้วยการบอกอีกว่าเวอร์ชั่นที่สาวก Apple ใช้งานนั้นดีกว่าเวอร์ชั่นที่มีอยู่บน Android เสียอีกเรียกว่าซ้ำเติมได้ถูกที่ถูกเวลาถูกจังหวะจริงๆ

ที่สุดของ Apple !!!! รูปที่ 5

ช็อคที่สุด : Scott Forstall โดนปลด

ต่อเนื่องมาจาก Apple Maps ซึ่งสิ่งที่ช็อคสะเทือนวงการที่สุดในรอบปี 2012 คงหนีไม่พ้นการที่ Apple ปลด Scott Forstall ซึ่งว่ากันว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ Steve Jobs ชื่นชอบและไว้ใจที่สุด ออกจากบริษัทเพื่อปรับโครงสร้างการทำงานให้ Apple สามารถประสานงานกับแต่ละฝ่ายได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิม

Scott Forstall เป็นหนึ่งในบุคลากรคนสำคัญที่เป็นผู้รับผิดชอบอนาคตของ iOS มาโดยตลอด ซึ่งว่ากันว่าเป็น Scott Forstall นี่แหละที่มีโอกาสขึ้นเป็น CEO ของ Apple แทนที่ Steve Jobs มากที่สุด แต่แล้วก็เป็นทาง Tim Cook ที่ได้รับตำแหน่งนี้ไป

เมื่อไม่มี Scott Forstall อยู่ในแผนงานบริษัทอีกแล้ว ก็เป็นทาง Eddy Cue ที่จะเพิ่มหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของ Siri และ Mapsอย่างเต็มตัว จากเดิมที่เน้นเรื่องบริการทางอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว ซึ่งงานหลักๆ ก็น่าจะเป็นการพัฒนา Siri และ Maps ให้ดียิ่งขึ้น

หากลองวิเคราะห์ดูแล้วต้นเหตุของปัญหาก็น่าจะไม่ใช่ใครที่ไหน น่าจะเป็น Scott Forstall นั่นแหละที่ทำให้การทำงานภายในของ Apple ไม่ราบรื่น ทำให้ Apple ต้องตัดสินใจปลดออกและนำภาระหน้าที่ของ Scott Forstall มากระจายลงผู้บริหารแต่ละตำแหน่งให้ช่วยรับผิดชอบกันไป ซึ่งอาจจะหมายถึงการที่ก่อนหน้านี้มีการแบ่งพวกกันภายใน Apple จนสุดท้ายต้องหาทางออกด้วยการปลดต้นตอออกไป

ที่สุดของ Apple !!!! รูปที่ 6

หลุดเยอะที่สุด : iPhone 5

ขายดีขนาดนี้ถ้าไม่ติดโผก็ดูจะแปลกไปหน่อยสำหรับ iPhone 5 ที่ใครๆ ก็รู้ว่าในปี 2012 เป็นปีแห่งการหลุดของ iPhone 5 ที่เรียกได้ว่าเยอะจนแทบจะหมดความตื่นเต้นในวันเปิดตัวกันไปเลย

แน่นอนว่าเรื่องของการหลุดนั้นเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว แต่ทว่ากับการหลุดของ iPhone 5 นั้นถือว่ามาครบมากๆ ไล่ตั้งแต่ชิ้นส่วนฝาหลัง ชิ้นส่วนภายในต่างๆ แผงวงจร ปุ่มโฮม เอาเป็นแม้แต่น็อตชิ้นเล็กๆ หรือชิ้นส่วนย่อยแค่ไหนก็ออกมาอยู่ในโลกของโซเชียลมีเดียเป็นที่เรียบร้อย

หากยังพอจำกันได้เมื่อช่วงปี 2011 ก็มีข่าวหลุดเกี่ยวกับ iPhone 5 เหมือนกัน แต่ช่วงนั้นมีแค่แบบร่างที่ยังไม่ชัดเจนมากนักและมีแค่เคสต้นแบบจากประเทศจีนที่ทำออกมารอไว้ก่อน แต่สุดท้ายก็ผิดหวังไปตามๆ กันเพราะในปีนั้น Apple ก็เลือกเปิดตัว iPhone 4S แทน เก็บ iPhone 5 ไว้ในไปถัดไป

แต่พอมาถึงปี 2012 ก็อย่างที่บอกกล่าวไปว่าหลุดมาหมดทุกชิ้นส่วน หลายสำนักเล่นข่าวได้อย่างแม่นยำ บางเว็บไซต์จำลองภาพของ iPhone 5 ออกมาได้เหมือนของจริงเป๊ะๆ หรือบางเว็บไซต์ก็ได้นำเอาชิ้นส่วนทั้งหลายมาประกอบกันจนเป็นตัวเครื่องออกมาเลย ทำให้ความตื่นเต้นของใครหลายๆ คนหมดสิ้นไปทันที

ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะตัว iPhone 5 เองด้วยที่ไม่ได้แปลกใหม่อะไรสำหรับสมาร์ทโฟนยุคนี้ เพราะเป็นการนำเอา iPhone เดิมๆ มาขยายจอให้ยาวขึ้น ฟังก์ชันการใช้งานแบบเดิมๆ แต่เครื่องบางลงๆ ยิ่งมาผสมกับการที่หลายคนรู้ก่อนหน้าเครื่องจะออกแล้ว ยิ่งหมดสนุกไปกันใหญ่!