ฝันให้ไกล ไปให้ถึง Go for Goal!

Home / men around / ฝันให้ไกล ไปให้ถึง Go for Goal!

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง Go for Goal!  รูปที่ 1

เดือนมกราคมของทุกปีเวียนมาถึง ผมจะมีความคิดหนึ่งที่วนเวียนเข้ามาเสมอ เพราะในเดือนนี้มี 2 วันสำคัญของชาติเรา นั่นคือวันเด็กและวันครู ผมเชื่อว่าอนาคตของเราถูกกำหนดโดย 2 ส่วนสำคัญ ที่พวกเรากำหนดวันสำคัญให้กับพวกเขานี่แหละ

นอกเหนือจากคุณครูผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ และมีอิทธิพลต่อเราอย่างสูงในวัยเด็ก ครูพละทำให้ผมรักการเล่นกีฬาและใฝ่ฝันที่จะเติบโตขึ้นมาทำงานในวงการนี้ ยังมีเด็กหนุ่มอีกคนที่มีอิทธิพลต่อวัยเด็กของผมอย่างมาก เขาไม่มีตัวตนจริงๆ หรอก แต่ทว่าเขาเป็นฮีโร่ให้กับเด็กผู้ชายที่เตะบอลมากมายทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 1981

เขาคือ ‘ฟ้ากว้าง’ หรือ ซึบาสะ โอโซร่า พระเอกในการ์ตูนระดับตำนาน มหากาพย์ อภิมหาอมตะ นิรันดร์กาลของวงการลูกหนังญี่ปุ่น ลุกลามไปถึงวงการลูกหนังโลกเลยทีเดียว

เด็กคนไหนๆ ก็ต้องรู้จัก

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง Go for Goal!  รูปที่ 2

Captain Tsubasa รังสรรค์ด้วยรอยหยักผ่านปลายปากกาของ โยอิชิ ทาคาฮาชิ เรื่องราวของนักเตะอัจฉริยะแดนปลาดิบ ลูกกัปตันเรือที่โตขึ้นพร้อมกับเพื่อนคนแรกที่ช่วยชีวิตเขาไว้ นั่นคือลูกฟุตบอล เขาฝ่าฟันเดินทางตามความฝันอย่างมุ่งมั่น นั่นคือการได้เป็นนักเตะอาชีพที่บราซิล ตั้งเป้าเป็นนักเตะแถวหน้าของโลก รวมทั้งพาชาติแผ่นดินแม่ไปสู่แชมป์ฟุตบอลโลก

ตลอดเรื่องราวการเดินทางตั้งแต่ 1981-2012 โยอิชิ ทาคาฮาชิ แสดงให้เห็นถึงความพยายามอุตสาหะ ผ่านตัวแสดงที่มีโจทย์และพื้นเพทางครอบครัว สะท้อนความคิดและอุดมคติ

ซึบาสะเปรียบเป็นเด็กที่ใครๆ อิจฉา บ้านฐานะดี โชคดี มีโค้ชส่วนตัวคนแรก โรเบิร์ต ฮอนโก มีเงินจ้างครูสอนภาษาโปรตุเกสแบบตัวต่อตัวเพื่อเตรียมไปเล่นฟุตบอลที่บราซิล ไหนจะเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ของนักกีฬา ทั้งความเร็ว ความอึด ทักษะลีลาสุดพลิ้ว ลูกยิงพลังช้าง เปี่ยมน้ำใจนักกีฬา อ่อนโยน เป็นที่รักของเพื่อนร่วมทีมและคู่แข่ง

ทีเด็ดนั่นคือสามารถก๊อบปี้ไม้ตายคู่แข่งได้แม้เพียงเห็นแค่ครั้งเดียว เท่สุดด้วยวลีที่ว่า “ฟุตบอลคือเพื่อนผม” ทั้งนี้มีหลายฉากที่แสดงให้เห็นว่า พระเอกคนนี้ฝึกซ้อมมากไม่น้อยกว่าใคร ภาพประทับใจผู้เขียนไม่พ้นห้องเก็บลูกบอลเก่านับร้อยที่แตกฉีกขาดอันมาจากการฝึกซ้อมซ้ำๆ ซึ่งซึบาสะเก็บไว้ในฐานะครูลูกหนัง อ่านแล้วมันโรแมนติกจริงๆ

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง Go for Goal!  รูปที่ 3

เฮียวงะ โคยิโร่ ยอดดาวยิงเจ้าของไม้ตายไทเกอร์ช็อต ตรงข้ามกับซึบาสะแทบทุกแง่ ใจร้อน บ้านจน แต่งตัวไม่เรียบร้อย (ต้องพับแขนเสื้อให้กุดอยู่เสมอ) เป็นคนสู้ชีวิต ความกดดันจากฐานะทางบ้านส่งให้เขาแข็งแกร่ง จนกระเดียดเกือบแข็งกระด้าง ในสนามเขาใช้กำลังเข้าตัดสิน ต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเอง ทำให้หลายครั้งจมไม่ลงเพราะคำว่าศักดิ์ศรีค้ำคอ

ไหนจะตัวเด่นทั้งหลายไม่ว่าจะ ‘คู่ขาทองคำผู้โอบอ้อม’ มิซากิ ทาโร่ ‘เทพปกปัด’ วากาบายาชิ เกนโซ (ของแท้ต้องใส่หมวก) ‘เจ้าชายผู้บอบบาง’ มิสึงิ จุน นักบอลลูกคุณหนูมากพรสวรรค์ แต่เป็นโรคหัวใจมาแต่เด็ก จนสุดท้ายรักษาหายกลายเป็นพ่อค้าแข้ง 

ทุกตัวละครต่างมีแรงขับ (Drive) ต่างกันออกไป มีความเหมือนคือรักในฟุตบอล และอยากเป็นยอดนักเตะ แทบทุกเกมการแข่งขันจะสอดแทรกไปด้วยเรื่องสัจธรรมที่ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า หากคุณอยากเก่งก็ต้องฝึก พยายามให้มากขึ้น ซึ่งทุกอย่างนำมาสู่พัฒนาการ การฝึกหนักอย่างบ้าคลั่ง อย่างเตะบอลทะลุคลื่นยักษ์ เตะลูกบอลที่หนักราวลูกเหล็ก ไม่ใช่เพ้อเจ้อ มันเป็นเพียงการเปรียบเทียบสัญลักษณ์  

ประกอบกับการวางเรื่องที่แยบคาย ให้น้ำหนักความสนุกของแฟนตาซี ท่าไม้ตายสุดหวือหวา ดราม่า ที่มักจะมาอยู่ไม่เว้นแต่ละตอน รวมทั้งเกร็ดแรงบันดาลใจสำคัญที่แทรกไว้อย่างไม่รู้ตัว อาทิ การพ่ายแพ้เป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ชนะที่แท้จริงต้องยอมรับและลุกขึ้นสู้ ทุ่มเทให้มากขึ้น และเหมือนหนังการ์ตูนทั่วไป พระเอกย่อมสำเร็จในท้ายสุด รวมทั้งแก่นแท้ของกีฬานั่นคือภาพสวยงามที่สุดในการแข่งขันคือให้อภัย และร่วมยินดีแก่ผู้ชนะด้วยใจจริง

สิ่งที่ทาคาฮาชิประสบความสำเร็จมากจากซีรีส์นี้นั่นคือกุศโลบายที่ใส่ความมุ่งมั่น ความเชื่อในสิ่งที่ตนทำเข้าไป แน่นอนว่าซึบาสะแสดงออกมานั่นคือกีฬาที่ชื่อฟุตบอล แท้จริงเกร็ดดังกล่าวสามารถปรับใช้กับชีวิตได้ทุกอย่าง หากคุณมุ่งมั่น และลงมือทำอย่างตั้งใจและทุ่มเทมากพอ ก็สามารถประสบความสำเร็จ มีความสุขไปกับสิ่งที่รักได้เสมอ

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง Go for Goal!  รูปที่ 4

แรงบันดาลใจของนักเตะระดับโลก

เชื่อหรือไม่ว่าประกายฝันจากการ์ตูนที่ใครหลายคนมองว่าไร้สาระ มันสร้างคนมากมาย ไม่เว้นแม้แต่ซูเปอร์สตาร์ นักฟุตบอลจริงๆ ไล่ตั้งแต่นักฟุตบอลระดับเวิลด์คลาสคนแรกของญี่ปุ่นอย่าง ฮิเดโตชิ นากาตะ ซูเปอร์สตาร์นักเตะดีกรีแชมป์โลกอย่าง ซีเนดีน ซีดาน (นักเตะฝรั่งเศสแชมป์โลก ปี 1998) อเลสซันโดร เดล ปีเอโร (นักเตะอิตาลีแชมป์โลกปี 2006) อันเดรียส อิเนสต้า (นักเตะสเปน แชมป์โลกปี 2010)

แม้แต่นักฟุตบอลที่โลกยอมรับว่าดีที่สุดใน ณ นาทีนี้ และยิงประตูในรอบปีปฏิทินมากที่สุดในประวัติศาสตร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี (สถิติของเขาอยู่ที่ 90 ประตูในปี 2012 ขณะปิดต้นฉบับ) และ เฟร์นันโด ตอร์เรส ดาวยิงจากทีมเชลซี ที่ยอมรับเต็มปากว่า Oliver y Benji (ชื่อการ์ตูนซึบาสะในภาษาสเปน) คือแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ เล่นอาชีพ ที่สำคัญ ยามใดที่เขาฟอร์มตก ขาดความมั่นใจ กัปตันซึบาสะคนนี้แหละ คือหนึ่งในแรงกระตุ้นที่ยอดเยี่ยม สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น และเจลีก (ลีกฟุตบอลอาชีพ) ยอมรับว่า การ์ตูนเรื่องนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จกลายเป็นขาประจำฟุตบอลโลก

ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าการ์ตูนธรรมดาเรื่องนี้จะมีผลเปลี่ยนแปลงหรือสร้างจินตนาการได้มากขนาดนี้ ดังนั้น หากเราไม่มานั่งจับผิดกันว่า การ์ตูนหรือเรื่องราวสักเรื่องมันมีข้อบกพร่อง เกินจริงขนาดไหน สามารถแยกแยะได้ว่าเรื่องใดคือสิ่งดี สิ่งสวยงาม นำมันมาปรับใช้ ด้วยความเชื่อที่บริสุทธิ์ ไม่มีอะไรแอบแฝง ดิสเครดิต สังคมเราคงได้เห็นอะไรที่สร้างสรรค์น่าตื่นเต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘จุดประกาย’ เหมือนอย่างที่กัปตันซึบาสะสามารถเป็นได้ ทั้งการ์ตูนตัวโปรด ฮีโร่วัยเยาว์ ตัวอย่างในการพัฒนากระตุ้นเร้าให้เกิดแรงบันดาลใจจนเป็นที่มาของเรื่องยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน

เอาเป็นว่าหากมีใครมาถาม ชายไทยวัยสามสิบกลางๆ อย่างผม ลูกเตะแบบไหนเท่ที่สุดในสนาม แน่นอนคำตอบคือ ‘โอเวอร์เฮดคิก’ ที่ซ้ำจากการยิงชนคาน โดยเฉือนเอาชนะลูกไขว้ยิงบันลือโลกของ ‘พี่ตุ๊ก’ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ไปเฉียดฉิว