THE SANDY HOOK MASSACRE กว่าจะมาถึง แซนดี้ ฮุค

Home / men around / THE SANDY HOOK MASSACRE กว่าจะมาถึง แซนดี้ ฮุค

THE SANDY HOOK MASSACRE กว่าจะมาถึง แซนดี้ ฮุค รูปที่ 1

กลายเป็นข่าวครึกโครมและสะเทือนขวัญที่สุดทิ้งท้ายปีไปแล้วกัเหตุการณ์กราดยิงนักเรียนและอาจารย์ที่โรงเรียนประถมแซนดี้ ฮุค กรณีดังกล่าวอาจไม่ใช่เรื่องแปลกนัก เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ประจำปีไปเสียแล้ว โดยเฉพาะในช่วงหลังที่มีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นติดๆ กัน จนน่าเป็นห่วง GM จะขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงและความสำคัญที่น่าจับตามองมาให้เห็นภาพโดยรวมดังนี้

01 วันที่ 16 เมษายน 2007 โช ซึงฮุย นักศึกษาชาวเกาหลีใต้วัย 23 ปี ได้ก่อเหตุกราดยิงเพื่อนนักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค จนมีผู้เสียชีวิต 33 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 30 คน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ในสถานศึกษาครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

02 วันที่ 6 พฤศจิกายน 2009 พันตรี นิดาล มาลิก ฮาซัน จิตแพทย์ประจำกองทัพสหรัฐฯ ได้ก่อเหตุยิงกราดใส่เพื่อนทหารกลางค่ายฟอร์ต ฮู้ด รัฐเทกซัส มีผู้เสียชีวิต 13 คน และบาดเจ็บอีก 30 คน โดยเหตุจูงใจครั้งนี้มาจากความวิตกกังวลว่าจะถูกส่งตัวไปประจำการที่อิรัก และอาจต้องสู้รบกับพี่น้องชาวมุสลิมด้วยกัน รวมทั้งความตึงเครียดจากการได้รับฟังเรื่องราวของเหล่าคนไข้ทหารที่บรรยายความโหดร้ายของสงครามให้เขาฟัง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่จับตามองว่าแม้กระทั่งจิตแพทย์ที่ควรจะต้องมีจิตใจปกติ ก็ยังเกิดความเครียดจนถึงขั้นต้องระบายออกมาด้วยวิธีดังกล่าวด้วยเช่นกัน

03 ตัดภาพมาที่ปี 2012 อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่นับว่าสะเทือนขวัญที่สุดในรอบปี คือเหตุการณ์สังหารหมู่กลางโรงภาพยนตร์เซ็นจูรี่ซิกทีนส์ โดย เจมส์ อีแกน โฮล์มส์ ผู้มีดีกรีเป็นถึงนักศึกษาแพทย์เกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาประสาทวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด ได้ก่อเหตุโยนระเบิดควันเข้าไปกลางโรงภาพยนตร์ขณะที่กำลังฉายภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight Rises ก่อนที่จะใช้ปืนกราดยิงเข้าใส่ผู้ชมจนมีผู้เสียชีวิต 12 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 60 คน

เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ภาพยนตร์แบทแมนกลายเป็นแพะรับบาปในฐานะภาพยนตร์ต้นแบบของความรุนแรงในเด็กและเยาวชนไปในทันที

THE SANDY HOOK MASSACRE กว่าจะมาถึง แซนดี้ ฮุค รูปที่ 2

05 ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่รัฐอินเดียน่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม วอน เมเยอร์ หลังจากภรรยาของเขาโทรศัพท์มาแจ้งว่าได้ถูกวอนพยายามฆ่าด้วยการจุดไฟเผาในขณะที่เธอหลับ แล้วได้วางแผนว่าจะบุกเข้าไปฆ่าคนที่โรงเรียนเจน บอล ที่อยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 300 เมตร จากการค้นบ้านพักของผู้ต้องหาภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่พบปืน 47 กระบอกพร้อมกระสุนปืนครบชุดมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท 

04 จนมาถึงเหตุการณ์ล่าสุดของนายอดัม ลันซา วัย 20 ปี ที่ได้พกพาอาวุธปืนขนาดเล็ก 2 กระบอกก่อนเดินตรงเข้าไปยังแผนกอนุบาลของโรงเรียนแซนดี้ ฮุค เอเลเมนทารี เมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนกทิกัต และไล่ยิงตั้งแต่มารดาของตนเองที่เป็นอาจารย์สอนหนังสือที่โรงเรียนแห่งนี้ พร้อมทั้งกราดยิงเด็กและนักเรียนในห้องเรียนข้างๆ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 26 คน โดยมีผู้บาดเจ็บที่รอดชีวิตเพียงแค่ 1 คน

06 หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ก็ได้เกิดเหตุการณ์เล็กๆ ทำนองเดียวกันขึ้นมาอีก หลังจากมาร์คอน กัวร์โรลา ได้ยิงปืนขึ้นฟ้าและพื้นใกล้กับห้างเมซี ในนิวพอร์ต บีช ทำให้ประชาชนต่างกรีดร้องวิ่งหนีอย่างตื่นตระหนก แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการวิ่งหนี 1 รายเท่านั้น ก่อนที่ผู้ต้องหาจะถูกจับในข้อหายิงปืนในเคหสถาน และถูกควบคุมตัวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยวงเงินประกัน 7,500,000 บาท โดยตำรวจยึดปืนของกลางพร้อมเครื่องกระสุนเอาไว้

สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก แซนดี้ ฮุค

นอกจากความเศร้าสลดของญาติผู้เสียชีวิตและความสะเทือนใจของผู้ที่ได้รับรู้เหตุการณ์แล้ว ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่กรณีนี้ได้ฝากทิ้งท้ายไว้ให้เราคิด

1.คาดว่าเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้มาจากการที่นายอดัมเข้าใจผิดคิดว่าแม่ของตนกำลังส่งตนไปเพื่อรับการบำบัดทางจิตจากอาการป่วยเป็นโรคแอสเพอร์เกอร์ (Asperger’s Syndrome) และคิดไปว่าแม่ของตนมีความรักให้กับเมืองและเด็กๆ ในโรงเรียนมากกว่าตน จนคิดว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่าและต้องการกำจัดต้นเหตุของปัญหานั้นทิ้งไป

2.คำพูดที่ว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษยังคงใช้ได้จริงเสมอ แต่ในกรณีนี้นอกจาก ‘สร้าง’ แล้ว สถานการณ์นี้ยังได้พรากเอาชีวิตของ วิคตอเรีย โซโต ‘วีรสตรี’ คนหนึ่งให้ต้องจบชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อเธอได้สละชีวิตของเธอเพื่อปกป้องนักเรียนด้วยการพานักเรียนไปซ่อน แล้วเดินไปหามือปืนเพื่อบอกว่าเด็กนักเรียนทั้งหมดอยู่ที่โรงยิม ก่อนที่คนร้ายจะหันกระบอกปืนมาทางเธอเพื่อดับชีวิต ‘วีรสตรี’ ผู้กล้าหาญก่อนที่จะเดินไปที่โรงยิมตามคำบอกของเธอ

3.จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีเด็กชายวัย 11 ขวบจากโรงเรียนประถมเวสต์ เคิร์นส ในเมืองซอลต์ เลก ซิตี มลรัฐยูทาห์ ได้พกพาปืนสั้นคาลิเบอร์ขนาด .22 มาที่โรงเรียน โดยให้เหตุผลว่าพกไว้เพื่อป้องกันตัวจากกรณีกราดยิงที่โรงเรียนแซนดี้ ฮุค

4.ทางรัฐบาลสหรัฐฯ นำโดย บารัค โอบามา ได้มีการประชุมกันอย่างจริงจังถึงกฎหมายการควบคุมอาวุธปืนให้มีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันการพกพาอาวุธปืนกลายเป็นเรื่องธรรมดาและหาซื้อมาไว้ครอบครองได้อย่างง่ายดายสำหรับพลเมืองสหรัฐฯ ทุกคน

THE SANDY HOOK MASSACRE กว่าจะมาถึง แซนดี้ ฮุค รูปที่ 3

5.คาดกันว่าทั้งประเทศ ชาวอเมริกันมีปืนอยู่ในความครอบครองทั้งหมด 270 ล้านกระบอก ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการล่าสัตว์ การกีฬา และป้องกันตัว ส่งผลให้สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่มีอัตราการครอบครองอาวุธต่อจำนวนประชากรทั่วประเทศสูงที่สุดในโลก ขณะที่ประเทศเยเมนตามติดมาเป็นอันดับที่ 2 โดยสมาคมต่อต้านการใช้ปืนได้สรุปสถิติว่า มีชาวอเมริกันที่ถูกยิงโดยเฉลี่ย 100,000 คนในแต่ละปี และในปี พ.ศ. 2553 มีผู้เสียชีวิตจากการถูกยิง ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย หรือถูกคนร้ายยิง สูงถึง 30,000 คน

6.ภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งมาตรการควบคุมการพกพาอาวุธปืนที่เข้มงวดมากขึ้นทำให้ก่อนหน้านี้ตอนที่เกิดเหตุกราดยิงกลางโรงหนังในโคโลราโดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาในสัปดาห์นั้น ก็มีคนอเมริกันหันมาซื้อปืนมากขึ้นถึง 43% เพื่อไว้ป้องกันตัว จนมาถึงเหตุกราดยิงกลางโรงเรียนครั้งนี้ที่ส่งผลให้คนอเมริกันแห่ซื้อปืนมากขึ้นเป็นประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่ง

สิ่งที่ควรจะได้รับการถกเถียงอย่างจริงจังและเร่งด่วนที่สุดอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ว่าชาวอเมริกันสมควรได้รับสิทธิในการครอบครองอาวุธปืนหรือไม่ แต่อาจจะเป็นเรื่องที่ว่า เกิดอะไรขึ้นกับสภาพจิตใจของบุคคลเหล่านี้ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจมากกว่า