WHERE CURATION MATTERS MOST สิบบรรทัด?สำหรับสเตตัสนี้

Home / men around / WHERE CURATION MATTERS MOST สิบบรรทัด?สำหรับสเตตัสนี้

WHERE CURATION MATTERS MOST สิบบรรทัด?สำหรับสเตตัสนี้ รูปที่ 1

สเตตัสยาวมากกว่า 3-4 บรรทัด ต่อให้มีความคิดคมคายอย่างไร ก็ไม่มีใครสนใจอ่านกันอย่างจริงจังหรอก มีแต่คนเลื่อนเมาส์หนี หรือสไลด์หน้าจอไปหาสเตตัสสั้นๆ อ่านกัน ผมไปเจอแฟนเพจนี้ คิดว่า Cool ดีที่แอดมินนำเรื่องต่างๆ มาเรียบเรียงใหม่ให้ยาว 10 บรรทัด มีเลย์เอาท์สวยงาม ให้สาระเนื้อๆ เน้นๆ อ่านจบได้ไม่ถึง 10 วินาที

เดือนนี้ผมว่าวงการแฟนเพจเหมือนจะตันๆ วนเวียนอยู่ไม่กี่เรื่อง คือโชว์รูปสาวๆ สุดเอ็กซ์ คุยโวการเมือง รวมกลุ่มด่าทอกันไปมา สำเร็จความใคร่ให้ตัวเองกับเรื่องต่างๆ ทางความคิด บางทีก็ชวนขยะแขยง ผมคิดว่าตัวเลขสกอร์ไลค์ของแฟนเพจดังๆ ก็เริ่มหยุดนิ่ง ไม่มีแรงกระเพื่อมอะไรอีก

บรรดาเอเยนซี่โฆษณาหลายสำนัก เริ่มหันมาคบค้ากับแอดมิน ใช้สเตตัสเป็นช่องทางทำมาหากิน หลายต่อหลายแฟนเพจก็กลายเป็นเครื่องมือทางการค้าไปซะงั้น!

แต่ก็ว่ากันไม่ได้หรอกครับ แอดมินทุกคนก็ต้องกินต้องใช้ จ่ายค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต แค่ผดุงอุดมการณ์และถนอมรักศรัทธาต่อบรรดาแฟนๆ ไว้ให้ได้ก็ดีแล้ว

ระหว่างที่สไลด์หน้าจอไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอกับเพจที่ใช้ชื่อว่า ‘สิบบรรทัด’ สะดุดในชื่อ จึงตามเข้าไปอ่าน ปรากฏว่ามีคอนเซ็ปต์น่าสนใจ เหมือนกับที่ผมเองเคยคิดไว้นานแล้วว่า ถ้ามีโจทย์ว่าต้องทำนิตยสารที่แต่ละหน้ามีข้อความแค่ 10 บรรทัด เราจะสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ออกมาอย่างไร ศาสตร์ของการลดทอนมีความยากกว่าศาสตร์ของการแต่งเติมเสมอ ข้อมูลความรู้ของเพจนี้มาแบบครอบจักรวาล

ทีเดียว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความรู้รอบตัว เช่น ที่มาของคำว่า ‘เด๊ดสะมอเร่’ ‘เฮลโล คิตตี้ แมวที่ไม่มีปาก’ ‘ที่มาของกางเกงยีนส์ขาเดฟ’ หรือ ‘ตัวสั่นหลังฉิ้งฉ่อง’ ข้อมูลเหล่านี้ถูกย่นย่อให้สั้นลง

มีเรื่องหนึ่งจะขอยกมาเป็นตัวอย่างการอธิบายในสิบบรรทัดของแฟนเพจนี้ ดังเช่น สำนวน ‘พูดไปก็ไลฟ์บอย’ (นิ่งไว้เซฟการ์ด) เซฟการ์ดและไลฟ์บอยเป็นสองยี่ห้อสบู่ที่เจาะคนละกลุ่มตลาด เซฟการ์ดแพงกว่า ไลฟ์บอยถูกกว่า เลยเกิดสำนวนว่า พูดไปก็ไลฟ์บอย (ราคาถูก ไม่มีค่า) และนิ่งไว้ก็เซฟการ์ด (นิ่งเสียตำลึงทอง) หลังจากใช้มากขึ้นก็มีเพลง ‘อยู่ไปก็ไลฟ์บอย’ ของไพจิตร อักษรณรงค์ มาทำให้สำนวนนี้แพร่หลายไปอีก

มากกว่านั้นเพจที่มีสกอร์ไลค์จำนวน 18,000 เศษๆ แห่งนี้ ยังให้ความกระจ่างแก่ผมถึงสัญลักษณ์ที่สุดคัลต์แห่งยุคนี้ นั่นคือ ‘Me Gusta’ รูปที่แสดงถึงความซี้ด ความชอบ ความคลั่งไคล้ที่ดูฮาร์ดคอร์ เพจนี้อธิบายไว้ว่า Me Gusta เป็นภาษาสเปน ใช้ในสถานการณ์แบบซี้ด ชอบชอบ แฮ่กๆๆ ออกแนววิปริตวิตถารแบบที่คนทั่วไปไม่น่าชอบ เจ้าวิตถารนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 ในเว็บไซต์ที่ Reddit และ 4Chan ใกล้ๆ กับตัวการ์ตูน Rage Comic ตัวอื่นๆ

แอดมินของเพจนี้ขยันอัพสเตตัสวันละครั้ง เขาคอยมอนิเตอร์ข่าวสารรอบตัวมาย่อยให้ง่ายและสั้น พร้อมบอกแหล่งข้อมูลที่มาของข้อมูลนั้นๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการค้นคว้าต่อไป ข่าวแต่ละชิ้นที่ถูกโพสต์ มีสมาชิกนำไปแชร์ต่ออยู่พอสมควร แต่อาจไม่ถึงกับมากมายถล่มทลาย เพราะไม่ใช่เรื่องอื้อฉาว คนทะเลาะต่อยตีกัน

ถ้าคุณอยากได้สาระจากโซเซียลเน็ตเวิร์กบ้างละก็ ลองแวะเวียนไปที่แฟนเพจนี้สิ

เพจนี้ยังทำให้ผมนึกถึงแนวคิดใหม่ด้านมีเดียที่กูรูหลายคนเริ่มพูดถึง นั่นคือบรรยากาศการรับรู้และการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารจะเป็นแบบ Curator นั่นคือ มีคนกลางเป็นคนรวบรวมเลือกสรร คัดกรอง จัดวางสารพันเรื่องราวต่างๆ ออกมา

สาระสำคัญของเรื่องนี้นอกจากจะเป็นตัวเนื้อหาหรือคอนเทนต์ที่จะถูกย่นย่อให้สั้นลงแล้ว ผู้รับสารจะยังพบกับเรื่องใหม่ นั่นคือการเสพรสนิยมของ Curator ที่แต่ละคนหรือแต่ละเพจก็มีแตกต่างกันไปทั้งทัศนคติหรืออารมณ์ขัน ผมคิดว่าในปีหน้าจะมีเพจสไตล์ที่คัดเลือกข่าวสาร ละคร ภาพยนตร์ เกร็ดความเชื่อ มาเล่าในสำนวนตัวเองอีกเยอะเลย ตอนนี้ที่เห็นดังๆ ก็เช่น ‘หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ’, ‘ย’, ‘คิดว่าดีก็ทำต่อไป’ เป็นต้น

ที่มา https://www.facebook.com/10lines