เดินหลงเข้าไปในสมองของ GREASY CAFE

Home / men around / เดินหลงเข้าไปในสมองของ GREASY CAFE

เดินหลงเข้าไปในสมองของ GREASY CAFE รูปที่ 1

ต้องขอบคุณจังหวะเวลา ที่อัลบั้ม The Journey Without Maps เดินทางมาถึงมือผมทำให้ผมมีบรรยากาศล้นเหลือที่จะละเลียดมวลรวมอารมณ์แบบ ‘โศกสุข’ ที่หลายๆ คนติดใจมาจากงานชุดก่อนๆ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ความเฉพาะตัวของ อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร หรือ เล็ก-กรีซซี่ คาเฟ่ เป็นมนต์สะกดทำคนฟัง เหงา-ค้าง-อ้างว้างและเดียวดายไปด้วย

ผมเองไม่เคยไปสัมภาษณ์เล็ก และก็ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ผมเคยแค่เดินสวนกันกับเขาโดยบังเอิญหลายครั้ง ครั้งหนึ่งแถวย่านเอกมัย อีกครั้งต่อมาที่ร้านคอสมิก อาร์ซีเอ อีกครั้งเป็นที่ปาย แม่ฮ่องสอน เราเคยดื่มกินในร้านเดียวกันด้วยซ้ำ แต่ผมไม่ได้เข้าไปทักทายเขาหรอกนะ และครั้งหลังสุดในงาน Last Fat ที่ได้ข่าวว่าเล็กนั่งแจกลายเซ็นบนหน้าปกซีดี ตั้งแต่บ่ายต้นถึงดึกปลาย

ด้วยความที่ไม่เคยสนทนากัน ทำให้ผมต้องทำการบ้านเพิ่มสักหน่อย หลักใหญ่ใจความ 3 ข้อ ที่ทำให้ผมหลงเข้าไปในโลกของเขา ได้แก่ 1. เล็ก-ตั้งใจจะเช่าบ้านอยู่ไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นไปได้เขาอยากย้ายบ้านทุกครั้งที่เริ่มทำอัลบั้มใหม่ เพื่อซึมซับประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต 2. เล็ก-บอกว่าเพลงของเขาถูกสรุปว่าเป็นแนว Base on True Story It’s Dramatic Song หมายความว่า เขามุ่งใช้ชีวิตให้ไปเจอเพลงที่รออยู่ ซึ่งมันจะเป็นเมื่อไรในกาลเวลา เจ้าตัวคงไม่รู้ และ 3. เล็ก-บอกว่าสำหรับเขา “ความสุข ไม่จำเป็นต้องยิ้ม”

ขอต้อนรับสู่สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 บนเส้นทางการทำงาน 5 ปีเต็มในวงการเพลงของ เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร ศิลปินสุดคัลต์คนนี้

/ ปล่อย / เล็กเป็นศิลปินที่ทำเพลงสไตล์ Brit Pop หรือ Alternative ฝั่งอังกฤษได้ ‘ถึง’ เสน่ห์ของเพลงนี้นอกจากการสาดกีตาร์แน่นๆ เป็นคอร์ดเมเจอร์แล้ว ผมคิดว่าการเรียบเรียงเสียงประสาน มิติของการมิกซ์เพลงช่วงกลางเพลงยังทำให้เพลงนี้ฟังดูเพราะขึ้น เนื้อหาว่าด้วยการบอกให้ใครสักคนปล่อยความคาดหวังลงก่อน สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

/ อุบัติการณ์ / เพลงนี้คือเพลงระดับ Inception ที่ค่อยๆ ชักจูงให้เห็นวิธีการเปรียบเปรยหรือสำนวนการเขียนเพลงแบบกรีซซี่คาเฟ่ที่เริ่มมาอยู่มือและเป็นนายของภาษาเสียที เขาเล่าว่า “นี่คือภาพยนตร์ที่ไม่จำกัดผู้ชม และนี่คือพายุฝน ที่ไร้ซึ่งลม สิ่งนี้ ที่มีอยู่ ไม่อาจเห็นด้วยตาเปล่า ไม่อาจเผยการเป็นไป” เพลงนี้เป็นเพลงเร็วที่คงสะใจน่าดูถ้าได้ดู Greasy Cafe แสดงสด

/ ดิ่ง / เพลงนี้เมื่อถอดรหัส จากการเอาคำร้องวรรคแรกทั้ง 5 ท่อนมาเรียงต่อกัน จะได้บทกวีความว่า “ค่ำคืน เวลา ที่ฉันมี ไม่มี ที่เธอมี” เพลงนี้น่าจะมาจากเหตุการณ์เรื่องส่วนตัวของใครสักคนที่เล็กผ่านไปรับฟังมา

/ หมุน / กีตาร์โปร่งหวานๆ คลอเคลียกับเสียงร้องขมๆ ของเขา เสริมด้วยเสียงดรัมโปรแกรมมิ่งและเสียงสังเคราะห์ที่พาให้บรรยากาศลอยฟุ้ง เล็กเขียนเพลงนี้ให้ความรู้สึกของคนที่รักในการกาปฏิทิน… รอใครสักคน

เดินหลงเข้าไปในสมองของ GREASY CAFE รูปที่ 2

/ ประโยคบอกเล่า / ผมรู้สึกว่าเพลงนี้ไม่มาก ไม่น้อย มีความพอดีไปทุกส่วน ทั้งความหมายในเพลง ภาคดนตรี เสียงร้อง คุณเองก็ระบุได้ว่าเพลงไหนตรงกับคุณลักษณะเหล่านี้ เพราะพิสูจน์ได้จากการถูกดูดเข้าในห่วงของเพลงเพลงนั้น ให้ฟังซ้ำได้ไม่รู้เบื่อ เพลงนี้ถูกใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง ‘ชัมบาลา’ ในฐานะคนที่ทำงานเขียนเหมือนกัน ผมคิดว่าเล็กต้องอยู่กับคำ อยู่กับภาษานานมาก ถึงเขาจะไปเจอกลุ่มคำเพราะๆ อย่าง “เมื่อทุกๆ การขยับเคลื่อนไปของช่วงเวลาที่อาจขาดหายไป หากไม่มีการเชื่อมต่อของสิ่งใด แม้แต่เธอกับฉัน” ท่อนหลังจากนี้ที่ร้องว่า “โปรดจงบอกฉันมาเสียเถิด….” เพลงนี้อาจฆ่าคุณได้ทันที ถ้ามีความรู้สึกกระอักกระอ่วน เก็บงำความรู้สึกกับใครอยู่ แล้วยังไม่กล้าสารภาพ

/ ปฏิกิริยา / เป็นเพลงที่ผมมัก Skip ข้ามไป เพราะรู้สึกฟังแล้วร้อนในหู จากซาวนด์ดนตรีวังเวงที่สุมไว้เสียจนล้น

/ ร่องน้ำตา / ก่อนหน้านี้เล็กเขียนเพลงหม่นๆ ให้ปาล์มมี่ร้องไว้ซะเพราะเชียวในอัลบั้ม ‘5’ มาครั้งนี้เขาได้เสียงของ ‘ญารินดา บุนนาค’ มาช่วยเล่าเรื่องปลอบประโลมในเพลงนี้ พ้นจากญารินดา-ปาล์มมี่แล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีเสียงของนักร้องหญิงคนไหนที่พาเพลงและทำนองแบบเล็กไปถึงขอบความสุด ชอบเพลงนี้ที่ใส่เสียงเครื่องเป่ามาด้วย

/ สิ่งใด / สำหรับผม…เพลงนี้มีเนื้อหา มีแมสเสจที่ซับซ้อนกับเพลงก่อนนี้ อยากบอกว่าเพลงกลมกล่อมดี แต่โทนการเล่าเรื่องหรือเนื้อเรื่องชวนให้เฝือ ทำให้อานุภาพในเพลงถูกลดทอนลงไปอย่างน่าเสียดาย

/ เงาของฝน / อินโทรห้องแรกของเพลงนี้เป็นเสียงกีตาร์ตีคอร์ดรัวๆ ก่อนที่ในไม่กี่วินาทีต่อมาจะมีเครื่องสายมารองรับความยิ่งใหญ่ จินตนาการที่ได้จากการฟังเพลงนี้ประหนึ่งเรากำลังขับรถหนีพายุร้ายที่มาทั้งลมทั้งฝน ภาคดนตรีในเพลงเงาของฝน ผมอยากแซวว่า คุณคงกำลังอยากทดลองทำอะไรในสไตล์ ไมเคิล เบย์ บ้าง และคุณก็ทำได้สำเร็จ เรียกขนแขนให้ชูชันกับฟีลลิ่งต่างๆ ที่เล็กร้องไว้ในเพลงนี้ เนื้อหาว่าด้วยการส่องถึงสัจธรรม เมื่อฝนมา…แน่นอนมันน่ากลัว ดูอึมครึม แต่ในที่สุดฝนก็จะซาและผ่านไป

/ เมฆใต้น้ำ / เพลงนี้เป็นเพลงชั้นดี ที่เล่นแร่แปรธาตุกับภาษาได้งดงาม แทบคิดไม่ออกเลยว่า พ้นจากยุคของ ‘สุรสีห์ อิทธิกุล’, ‘ธเนศ วรากุลนุเคราะห์’ แล้วจะมีศิลปินรุ่นใหม่ๆ ที่ทำเพลงไปแตะความเป็นโปรเกรสซีฟแง่มุมปรัชญาที่ชวนคิดอีก วันนี้เจอแล้วดีใจ

/ อาณาเขต / กลิ่นอายดนตรีแบบคันทรีโฟล์คเท่ๆ เพลงนี้เป็นปากเสียงของยุคสมัย ‘Alone Together’ ได้ดี เล็กใจกว้างด้วยที่บอกว่าคนเราออกเดินทางจากหน้าจอก็ได้ ไม่ใช่การย่ำเท้าเพียงอย่างเดียว 

/ ป่าสนในห้องหมายเลข 1 / เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ‘แต่เพียงผู้เดียว’ เพลงนี้มีความเป็น ‘Poet Rock’ – เล็กกรีดใจร้องออกมาว่า “ฉันอยู่ตรงนี้ ที่กาลเวลาไม่มี จะทรมานเท่าไร ฉันอยู่ตรงนี้ ที่เคยมีภาพเรา ที่ไม่มีจริง” ราวกับว่าเรื่องดรามาติกชิ้นนี้เกิดขึ้นในชีวิตจริงของเขา อะไรที่ทำให้เขาถ่ายทอดมันออกมาได้จับจิตจับใจเช่นนั้น เขาน่าจะเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ความล่มสลายของความรักมาบ้างสินะ

/ ละอองแสง / เล็กกลับไปทำสิ่งที่เขาถนัด คือ กีตาร์โปร่ง 1 ตัว และสมุดบันทึก 1 เล่ม กลั่นกรองวินาทีของการจากลาออกมา มันรู้สึกได้ว่าตัวเขาเองก็อาลัยอาวรณ์กับช่วงเวลาที่ได้เคี่ยวกรำทำงานชุดนี้ และยังรู้สึกได้ทันทีว่าเขาต้องการวางเพลงนี้เป็นเอาต์โทรของอัลบั้ม ให้มันดูสงบนิ่ง ปลงตก ลมพัดผ่านหน้า และสมุดบันทึกเล่มนี้กำลังจะถูกปิด เพื่อเจอกันใหม่ในเล่มถัดไป