มีของคนแล้ว พิพิธภัณฑ์อวัยวะเพศชาย จากสัตว์ทุกชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Home / men around / มีของคนแล้ว พิพิธภัณฑ์อวัยวะเพศชาย จากสัตว์ทุกชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พิพิธภัณฑ์อวัยวะเพศชาย จากสัตว์น้ำและบก ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ล่าสุดได้เพิ่มอวัยวะเพศชายของมนุษย์เข้าไปแล้ว มีแผนเปิดสาขาสอง!!!

phallological-museum-iceland-owner

จุดเริ่มต้นมันอยู่ในปี 1974 เมื่อ Sigurður Hjartarson ครูใหญ่โรงเรียนมัธยมวัย 33 ปี ได้รับรู้ว่าเพื่อนร่วมงานของเขามีอวัยวะเพศชาย ของวัวกระทิงเป็นของตัวเองเมื่อยังเด็ก นั่นเลยกลายเป็นความคิดที่ทำให้เขาอยากเก็บอวัยวะเพศของสัตว์ต่างๆ เป็นของสะสมนั่นเอง ซึ่งหลังจากที่เขาเก็บไปได้ซักระยะ ก็เริ่มมีมากขึ้น จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ พิพิธภัณฑ์อวัยวะเพศชาย ที่มีชิ้นส่วนมากกว่า 280 ชิ้น จากสัตว์ 93 สปีชีส์ ทั้งบนบกและในน้ำจากทั่วโลก และล่าสุดก็ได้มีการเพิ่มส่วนอวัยวะเพศชายของมนุษย์เราเข้าไปแล้ว

phallological-museum-iceland-1

phallological-museum-iceland-2

เขาบอกว่าเขาเริ่มต้นได้ช้ามาก เพราะในปี 1980 เขาเพิ่งจะมีชิ้นส่วนเพียงแค่ 13 ชิ้น มากจาก 9 ของสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนม และ 4 จากปลาวาฬจากการไปเก็บจากโรงเชือดสัตว์ และความช่วยเหลือจากชาวประมง และปี 1990 เขาก็เก็บไปได้ถึง 34 ชิ้นส่วน และ 1997 เป็นปีที่ พิพิธภัณฑ์อวัยวะเพศชาย ได้เปิดตัวขึ้นนั่นเอง โดยชิ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุดในพิพิธภัณฑ์นั้นตกเป็นของ อวัยวะเพศของปลาวาฬสีน้ำเงินที่มีความยาวถึง 170 ซ.ม. หนักถึง 70 ก.ก. และในทางตรงกันข้าม ของเล็กที่สุดตกเป็นของหนูแฮมส์เตอร์ที่มีความยาวเพียง 2 ม.ม.

phallological-museum-iceland-3

phallological-museum-iceland

โดยชิ้นส่วนที่น่าสนใจที่สุดก็คือ อวัยวะเพศของมนุษย์ โดยเจ้าของก่อนหน้านี้ได้บอกว่าตัวเองเป็นคาสโนว่าตัวจริงและก็ยินดีที่จะบริจาคชิ้นส่วนของตัวเองให้เมื่อตัวเองตาย แต่เขาก็ตายในอายุ 95 ปี ทำให้อวัยวะหดตัวและเสื่อมสภาพ ซึ่ง Sigurður Hjartarson เลยรู้สึกไม่ค่อยยินดีกับผลงานชิ้นนี้ เขาก็หวังว่าจะได้ชิ้นใหม่ที่ดูสวยงามกว่านี้มาประดับพิพิธภัณฑ์ของเขา

phallological-museum-iceland-8

โดยพิพิธภัณฑ์นี้เรียกได้ว่าเป็นจุดขายของเมือง Reykjavik จากประเทศไอซ์แลนด์เลยทีเดียว เพราะว่ามีผู้คนกว่า หนึ่งพันคนเข้ามาเยี่ยมชมทุกๆ ปี และตอนนี้ Hjörtur Gísli Sigurðsson ลูกชายของเขากำลังมีแผนที่จะเปิด พิพิธภัณฑ์อวัยวะเพศชาย สาขาใหม่ในต่างประเทศอีกด้วย

Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาต้นฉบับจาก
http://www.elitereaders.com/phallological-museum-iceland/