อนุชิต สุนทรกิติ ช่างภาพแนว Art Photography ที่มีชื่อเสียงในเอเชีย

Home / Alure, Alure Style, In focus / อนุชิต สุนทรกิติ ช่างภาพแนว Art Photography ที่มีชื่อเสียงในเอเชีย

อนุชิต สุนทรกิติ ช่างภาพแนว Art Photography ที่มีชื่อเสียงในเอเชีย

หลายคนอาจไม่เคยรู้เลยว่าช่างภาพคนไทยจำนวนไม่น้อยที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติแต่กลับไม่คุ้นเคยกับคนในชาติเดียวกันสักเท่าไหร่ นี่คือเหตุผลที่เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับช่างภาพแนว Art Photography ที่มีผลงานเข้าตาชาวต่างชาติและโด่งดังอยู่ในเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงด้านภาพถ่ายในต่างประเทศมาอย่างยาวนาน เป็นศิลปินที่เป็นสมาชิกอยู่ในเอเจนซี่ภาพถ่ายที่มีชื่อเสียงในเอเชีย คุณอนุชิต สุนทรกิติ ช่างภาพที่สร้างสรรค์ผลงานจากจินตนาการบวกกับความเชี่ยวชาญการแต่งรูป จะมาเล่าถึงเส้นทางการทำงานที่น่าสนใจในหลายแง่มุมกว่าจะมาเป็นงานภาพถ่ายที่สวยงามและมีพลังแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิด

Dynamic Life 17

อนุชิต สุนทรกิติ ช่างภาพแนว Art Photography ที่มีชื่อเสียงในเอเชีย

จุดเริ่มต้นของการถ่ายภาพแนว Art Photography?
เริ่มจากการเล่นใน multiply แรกๆ ไปถ่ายนกโดยได้รับการชักชวนจากรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งผมได้อะไรจากการถ่ายนกมาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรอ เรื่องระยะเวลา การใช้โฟกัสยังไงให้มันชัด ทุกอย่างมีเหตุมีผลหมด จากนั้นได้มาเห็นงานของคุณบิ๊ก (อัษฎาวุธ ซารัมย์) ในเว็บไซต์ Photoblur ประมาณปี 2008 ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าใช่เลย น่าจะเป็นทางเราเลยแอบไปเล่น โดยเอาภาพที่เคยถ่ายมาลงปรากฏว่าผลตอบรับไม่ดีเลย ทั้งๆ ที่บางภาพเคยถูกตีพิมพ์ลง National Geographic ด้วยซ้ำ ซึ่งเราก็เกิดความสงสัยว่าทำไมเลยตัดสินใจลองศึกษาดู

Dynamic Life 1

หัวใจหลักของภาพแนวนี้คืออะไรครับ?
เน้นความรู้สึกมากกว่าว่าคุณเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกยังไง ดังนั้นพวกคอมโพสิชั่นจะเป็นตัวบอกความรู้สึก มันไม่ใช่ว่าแค่ไปวางให้ถูกตำแหน่งแต่มันสื่อด้วยว่าภาพนี้แสดงความรู้สึกยังไงกับคนดู ถ้าไปวางผิดที่มันก็ไม่บอกความรู้สึกแบบที่คุณต้องการ

ได้อะไรจากการเล่น Photoblur บ้างครับ?
สมาชิกส่วนใหญ่ของ Photoblur เป็นช่างภาพอาชีพที่มาปลดปล่อยงานของตัวเองซึ่งเป็นแนว Art Photography ซึ่งที่นี่เป็นสังคมที่ไม่มีการถามกันว่าภาพนี้ใช้เทคนิคอะไรบ้าง โฟโต้ช็อปขนาดไหนหรือใช้กล้องอะไรเลนส์ตัวไหน แต่จะคุยกันเรื่องคิดยังไง ภาพนี้ให้ความรู้สึกยังไงกับเขา แล้วที่นี่เป็นสังคมที่เฟรนด์ลี่มาก ทุกคนจะเข้ามาสอนจนผมเข้าใจความหมายของการถ่ายภาพแนวนี้ ซึ่งเป็นที่มาของรูปถ่ายที่ผมพยายามพัฒนาจนได้รับการยอมรับ

Dynamic Life 2

ค้นพบลายเซ็นในงานของตัวเองได้ยังไงครับ?
ต้องบอกก่อนว่าถ้าเราไปถ่ายแนวทางของเขาจะทำได้ยากมากเพราะเราไม่ได้อยู่ในดินแดนแบบนั้น เช่นภาพถ่ายความคลุมเครือในสายหมอกเราจะไปหาหมอกที่อยู่ในเมืองแบบนั้นที่ไหน ดังนั้นเราต้องหาแนวทางของเรา ผมก็มานั่งคิดซึ่งตอนนั้นรถไฟฟ้ามันเพิ่งเริ่มขึ้น มันทำให้ผมนึกย้อนไปถึงหลักการที่ผมเรียนสถาปัตย์มา ในชีวิตของคนเราจริงๆ แล้วไม่ได้มี 3 มิติ มันจะมีอีกมิติหนึ่งคือมิติที่ 4 ซึ่งไม่ใช่สิ่งลึกลับอะไร แต่มันคือเวลา สิ่งที่ทำให้เกิดเวลาได้นั่นคืองานสถาปัตยกรรม อย่างเช่นเรามองงานประติมากรรมเวลาเรามอง เวลาคือสิ่งที่กำหนดทุกอย่างในโลก เมื่อเวลาเปลี่ยนทุกอย่างเปลี่ยนเราไม่สามารถดึงกลับมาได้ ผมเลยเริ่มถ่ายในรถไฟฟ้าโดยใช้ความเร็วของรถไฟฟ้าอิงกับเสาบ้างกับคนบ้างเพื่อแสดงให้เห็นความเกี่ยวข้องกับ ‘Dynamic’ ซึ่งผลตอบรับออกมาค่อนข้างดี

เทคนิคเฉพาะตัวที่ใช้ในการทำงาน?
ซึ่งที่ภูมิใจคือเมื่อมีคนมาบอกว่าเวลาเห็นรูปของคุณแล้วรู้ทันทีโดยที่ไม่ต้องดูชื่อเลย แต่เราต้องมองอีกแง่หนึ่งว่าเราย่ำอยู่กับที่หรือเปล่า ทำให้เราต้องมองหาเรื่องราวใหม่ๆ แต่สุดท้ายมันก็หนีไม่พ้นตัวเรา ดังนั้นในโฟโต้ช็อปมันเป็นแค่โปรแกรมหนึ่งในคอมพิวเตอร์ เขาเขียนโปรแกรมมาว่าฝนตกกางร่ม ฝนไม่ตกหุบร่ม ถ้าเราไปสั่งให้แดดออกมันแฮงค์เลยเพราะมันไม่ได้เขียนโปรแกรมไว้ เพราะอย่างนั้นทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา เม้าท์และปากกาคือพู่กันของเรา แต่ละคนมีพู่กันที่ไม่เหมือนกันถ้าเราปพยายามลอกใครคนหนึ่งบอกเลยว่าไม่มีทางที่จะเหมือนกัน การลอกไม่ใช่เรื่องผิดแต่อยู่ที่ลอกแล้วมีพัฒนาการต่อเนื่องจนเป็นตัวของตัวเองหรือเปล่ามากกว่า

คอนเซ็ปต์หลักที่ใส่ลงในผลงาน?
เวลาของคนคนหนึ่งกับความเร็วของสิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยี ในความคิดของผมเทคโนโลยีคือตัวแทนของยุคโมเดิร์นหลังสงครามโลก แต่จริงๆ แล้วในความโมเดิร์นในยุคจักรกลมันยังมีความเป็นดั้งเดิมของท้องถิ่นอยู่ทุกที่ ซึ่งไม่สามารถฆ่าทิ้งไปได้เลย

Dynamic Life 7

แนวทางการสร้างสรรค์ผลงาน?
ถ้าเรียกแบบรวมๆ เป็น Art Photography แนวนี้มีตั้งแต่สวยจนไปถึงดาร์คไซด์ ถ้าแตกออกมาจริงๆ แล้วมันเป็นงานคอนเซ็ปชวลหรืองานแนวคิดมากกว่า แต่งานพวกนี้มาจากงานที่เราถ่ายธรรมดา ชีวิตคน สตรีท แลนด์สเคป แล้วเราพัฒนาจากตรงนั้นมาเป็นลายเซ็นของเรา

ไปเป็นสมาชิกอยู่ในเอเจนซี่ภาพถ่ายได้ยังไงครับ?
เอเจนซี่ Artloft ของประเทศสิงคโปร์ที่เกิดจากผู้หญิง 3 คนที่เป็นสถาปนิกซึ่งคอนแทคกับโรงแรมในมือหลายแห่ง โดยเขาจะมีการหาศิลปินเข้าสังกัดและหาลูกค้าให้เรา โดยงานที่ต้องการมีจิตรกรรมและรูปถ่ายเพื่อใช้ประดับตกแต่งโรงแรมสร้างใหม่ซึ่งมีทั่วเอเชีย จากการพูดคุยกันเขาไปเห็นงานผมใน Photoblur เหตุผลที่สนใจงานเราคาดว่าเขาดูแนวทางการสร้างงาน อีกอย่างในแง่ธุรกิจคงมองว่ามีคนตามเราเยอะอีกอย่าง Artloft จะเน้นงานโมเดิร์นและแอ็บสแตรคเป็นส่วนมาก ซึ่งงานของผมคงเข้าทางความต้องการของเขา

ความรู้ทางด้านสถาปัตย์มีส่วนในการนำมาพัฒนาการถ่ายภาพในแง่ไหนบ้างครับ?
หัวใจจริงๆ ของสถาปัตย์คือเรื่องของสเปซ หรือถ้าเป็นทางเรื่องถ่ายรูปจะรู้จักในชื่อคอมโพซิชั่น คือการใช้ที่ว่างให้เกิดประโยชน์หรือเรียกอีกอย่างคือการยึดครองที่ว่างในกรอบสี่เหลี่ยมยังไงให้ลงตัว

Dynamic Life 6

เสน่ห์ของหัวลำโพงที่ทำให้คุณอนุชิตต้องไปเก็บรูปบ่อยๆ ที่นี่?
ข้อดีของหัวลำโพงคือคนออกแบบเป็นคือ มาริโอ ตามานโญ ชาวอิตาลีซึ่งออกแบบสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นยุคที่ดึงความเป็นตะวันตกเข้าสู่เมืองไทยทำให้หัวลำโพงเหมือนจำลองสถานีรถไฟในยุโรป ซึ่งเวลาเราเล่าเรื่องออกมาเป็นรูปถ่าย ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นที่รับรู้อารมณ์มันได้ ฝรั่งก็รับรู้ได้เช่นเดียวกัน แต่เรื่องตัวรถไฟทางต่างชาติค่อนข้างอึ้งว่ามันยังวิ่งอยู่ได้ยังไง (หัวเราะ)

Dynamic Life 4

เหตุผลที่พระภิกษุมักปรากฎอยู่ในผลงานหลายๆ ชิ้น?
ข้อเสียของทุกประเทศคือคนในประเทศนั้นไม่รู้จะถ่ายอะไรในประเทศของตัวเอง ในขณะที่ สตีฟ  แมคเคอรรี่ (ช่างภาพเนชั่นแนลจีโอกราฟิก) เข้าไปถ่ายในอินเดียแล้วแสดงความเป็นอินเดียออกมาได้เต็มที่แต่คนในประเทศดันไปถ่ายเรื่องอื่นของบ้านตัวเอง เหมือนเมืองไทยผมมองว่าพระก็คือคนที่ท่านถือศีล มีกิจวัตรของท่านใกล้ชิดกับคนไทยทุกคน และนำเสนอจิตวิญญาณของคนไทยได้ชัดเจนที่สุด

กระบวนการทำงานมีอะไรบ้างครับ?
เรามีแนวในหัวอยู่แล้วว่าจะถ่ายอะไร คิดไว้แล้วว่าอะไรบ้างที่ยังไม่ได้ถ่าย ของเดิมมีอะไรบ้างที่มีข้อบกพร่องหรือยังไม่ได้อย่างที่เราต้องการ ถ้าวันนี้อยากถ่ายสตรีทก็อาจจะไปเดินเยาวราชหรืองานแนวที่มีการเคลื่อนไหว อาจจะเป็นสถานีรถไฟฟ้าหรือหัวลำโพง ถ้าเป็นแนว Photomontage (แนวตัดต่อ) ก็จะเก็บภาพในแนวของเราไปเรื่อยๆ เป็นสิ่งที่เห็นเฉพาะตัวเราต้องมองให้ออกว่าถ่ายไปเพื่ออะไรเอาไปทำอะไรต่อได้ไหม

ความท้าทายของการถ่ายรูปแนวนี้?
ได้เจอสิ่งใหม่ๆ ในการทำงาน อย่างล่าสุดผมได้รับการติดต่อให้ทำโปรเจ็ค 100 ปีหัวลำโพง ซึ่งต้องทำงานกับศิลปินระดับชาติหลายคน ตอนแรกรู้สึกกังวลเหมือนกันว่าสไตล์เราจะเข้ากับคนอื่นได้ไหม เป็นโจทย์ใหม่ที่ท้าทายมาก

Dynamic Life 5

คาดหวังอะไรกับคนที่เห็นผลงานบ้าง?
ไม่คาดหวังเลย เพราะสำหรับผมสิ่งสำคัญของศิลปะคือทำยังไงให้คนรู้สึก เรามีหน้าที่ทำงานออกมาไม่ใช่เล่าเรื่องของเรา มีคนไปยืนดูรูปโมนาลิซ่าแล้วร้องไห้ ใครจะไปรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ในปัจจุบันคนทำงานศิลปะส่วนใหญ่พยายามที่จะบอกว่าตัวเองคิดอะไรซึ่งผิด ควรที่จะให้คนที่ดูคิดยังไงกับงานมากกว่า

กฎเหล็กเฉพาะตัวในการทำงาน?
ไม่จัดฉากเด็ดขาดเพราะผมมีความรู้สึกว่ามันเครียด รู้สึกว่ามันใช่เกินไปทั้งแสงและองค์ประกอบ ถ่ายแบบชัดบ้างไม่ชัดบ้างในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนกลับรู้สึกท้าทายมากกว่าเหมือนการถ่ายนก กฎเหล็กของผมคืออย่าไปเดินหาเพราะยังไงก็ไม่เจอ หน้าที่เราคือรอและอยู่ถูกที่ถูกเวลา เคยไปรอมัน 2-3 วันบางทีไม่ได้อะไรกลับมาเลย แต่มีความสุข สบายใจ

Dynamic Life 3

เทคนิคการถ่ายพระภิกษุของคุณอนุชิต?
หนึ่งต้องตื่นเช้า สองคือผมจะถ่ายในแนวการเปรียบเทียบระหว่างพระกับวัตถุสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่เน้นหน้าตา แต่ให้ความสำคัญกับรูปร่างท่วงท่าการเดินที่สวยงามและจะไม่สื่อออกมาในทางเสื่อมเสีย แต่บางครั้งก็มีดวงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ บางทีพระท่านเดินมาสวนกับรถไฟขณะที่แสงตกกระทบพอดีโอกาสแบบนี้มีไม่บ่อย ทุกอย่างอยู่ที่การสื่อสารระหว่างเรากับแบบ ยกตัวอย่างการถ่ายวนิพกข้างถนนเราควรจะอยู่ในระดับเดียวกับเขา อย่าถ่ายมุมกดเพราะมันจะดูเหมือนดูถูกเขา แล้วควรใช้แสงให้เป็นประโยชน์ อาจจะเป็นย้อนแสงหรือเข้าด้านข้างโดยไม่ต้องชัดเจนมาก

 

ภาพและข้อมูลจาก

Fotoblur.com/People/linesiam
500px.com/linesiam
FB : Thailand Creative Art Photography