หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา ผู้สร้างไบเบิ้ลการแต่งตัวของชายไทย

Home / In focus / หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา ผู้สร้างไบเบิ้ลการแต่งตัวของชายไทย

หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์แบรนด์ Asava และ ASV

ปริญญา, Greyhound, Theatre, Legend และ Soda แบรนด์เหล่านี้เป็นแบรนด์เสื้อผ้าชั้นครูที่หมูเลือกหยิบจับมาผสมรวมให้เข้ากับตัวเอง และสร้างสไตล์ให้จัดจ้าน เสนอความคลั่งไฮแฟชั่นและเสื้อผ้าเปี่ยมคาแร็กเตอร์ สำหรับเขาแล้วสไตล์จะชัดเจนได้ต้องออกมาจากตัวตน จากการทำซ้ำๆ (แต่ไม่น่าเบื่อ) หมู พลพัฒน์ ยึดความเป็นตัวเองชัดเจน ทำจนกลายเป็นอัตลักษณ์

10 หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา

มากกว่านั้นเขาตั้งชื่อแบรนด์ Asava ไว้ในหัวตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ เขาใช้เวลาฟูมฟักแบรนด์จนปัจจุบัน Asava ขึ้นทำเนียบแฟชั่นแบรนด์ระดับพรีเมียมที่เน้นความโก้หรูและเปี่ยมไปด้วยรสนิยม Asava ยังคงพัฒนาไม่หยุดยั้งภายใต้นิยาม Timeless Elegance มากกว่านั้นเขายังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society-BFS) สมาคมแฟชั่นเดียวของประเทศที่เขาตั้งใจจะหยิบยื่น Fashion Inspiration ส่งต่อแก่ดีไซเนอร์รุ่นต่อๆไปให้ได้มากที่สุด

ทุกอย่างเริ่มขึ้นจากหน้ากระดาษ

“ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วสื่อหรือเรื่องราวเกี่ยวกับแฟชั่นหาแทบไม่มี นิตยสารลลนาเป็นสื่อสิ่งพิมพ์เดียวที่เราจับต้องได้” ช่วงเวลาวัยรุ่นของเขาจึงสนุกกับการแต่งตัว เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าสไตล์คือวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกวัน

สไตล์คือผลพวงของภาพสะท้อนของการใช้ชีวิต แบรนด์ Asava ถูกตั้งรอไว้ในหัวของเขาตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ“ทุกเช้าตื่นมาจะคิดอยู่เสมอวันนี้จะแต่งตัวอย่างไรดี จะผสมสี เลือกแพตเทิร์นให้เข้ากับตัวเอง” ครั้นเมื่อตัวตนของเราเปลี่ยนสไตล์ก็เปลี่ยนตาม แต่สิ่งสำคัญคือต้องมี ‘แก่น’ ที่จะเติบโตไปพร้อมๆกัน ปัจจุบันหลายคู่สีที่ใช้ในคอลเล็กชั่นของ Asava และ ASV ก็เป็นสีที่หมู-พลพัฒน์หลงใหลมาตั้งแต่วัยเยาว์

ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถอะไรเลย

หลังจบอนุปริญญาด้านแฟชั่นจาก Parsons School of Design ที่มหานครนิวยอร์ก งานแรกที่ได้ทำและก้าวเข้ามาใกล้ความฝันมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1998 หมู-พลพัฒน์เข้าไปเป็นเด็กฝึกงานกับ Marc Jacobs เขาได้ลองทำในสิ่งที่เด็กฝึกงานเขาทำกันอย่างการซื้อกาแฟที่สตาร์บัคส์และรับ-ส่งของตัวอย่างที่โรงงาน เนื้องานที่ทำนั้นเขายอมรับว่าไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ได้รับมาเต็มๆคือแรงบันดาลใจชั้นดีที่จุดประกายความฝันให้เห็นความยิ่งใหญ่ของโลกแฟชั่น ขณะเดียวกันมันยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาอยากจะทำอยากจะตื่นขึ้นมามีชีวิตทุกวันก็คือบรรยากาศของถนนแฟชั่นสายนี้

11242107_800664020053515_1380176107_n

ถ้าเราไม่เริ่มมันจะไม่เกิด

เมื่อเขากลับมาเมืองไทยเขาเริ่มต้นทำงานธุรกิจรถยนต์ของที่บ้าน ช่วยคุณพ่อคุณแม่ แต่ถึงกระนั้นความหลงใหลทางด้านแฟชั่นก็ยังคุกรุ่นอยู่เสมอ คุณพ่อคุณแม่ซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของเขาเข้าใจเรื่องนี้มาตลอดได้เอื้อนเอ่ยเปิดโอกาสให้เขาได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก หมู พลพัฒน์ จึงได้เริ่มต้นตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตเลิกปาร์ตี้ เลิกแอลกอฮอล์หันมาทุ่มเทให้กับแฟชั่นอย่างจริงจัง

พลังงานจากโลกที่เปลี่ยนไปส่งผลอย่างชัดเจนต่อกระบวนการคิดและการสร้างสรรค์จนเกิด Asava ขึ้น จากทีมงานเพียง 4 คนในห้องเช่าเล็กๆที่มีเพียงจักรเย็บผ้า 2 ตัว โต๊ะ 2 ตัว และโคมไฟเก่าๆเพื่อเตรียมงานคอลเล็กชั่นแรก S/S 2008 ที่ต่อมาได้ขยับขยายขึ้นเป็นแบรนด์ Asava และ ASV ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ เขาให้คำตอบแฝงจริตกับพวกเราไว้ด้วยว่า “‘ความโด่งดัง’ ไม่ใช่โจทย์หรือคำตอบของการทำงาน แต่สิ่งสำคัญคือการทำแบรนด์ของตัวเองและการทำให้ทีมงานรู้สึกศรัทธาในชิ้นงานเพื่อให้คนอื่นยอมรับไปด้วย ความสมดุลที่มีค่าในเชิงพาณิชย์และในเชิงจิตวิญญาณของคนทำงานเป็นสิ่งที่ผมคาดหวังเสมอ”

ติดตาม เรื่องราวของ fashion influencers ทั้ง 30 ท่าน ทั้งที่อยู่ในวงการแฟชั่น วงการบันเทิงและใกล้เคียง อาทิ กบ-เมนาท นันทขว้าง, ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, ชำนิ ทิพย์มณี, เซียน-นภดล โชตะสิริ, ภาณุ อิงคะวัต, อิศร์ อุปอินทร์, ศิริชัย ทหรานนท์, มีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, เอเลี่ยน-กัญญานัท บำรุงพงศ์ ฯลฯ รวมถึง fashion influencers ระดับตำนานที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ชื่อและผลงานยังเป็นที่จดจำอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่, ลำยงค์ บุญยรัตพันธ์, สุวรรณี สุคนธา, อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ และทินกร อัศวรักษ์  ซึ่งต่างมีจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตที่เปลี่ยนเขาเหล่านั้นจากคนธรรมดาให้ กลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้ ในงาน ELLE Exhibition: The Passcode to the Fashion Journey นิทรรศการ รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน โดยการใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน ทั้งการมองเห็น การรับรู้ รวมถึงสมาร์ทดีไวซ์ของคุณในการรับชม ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฏาคม – 2 สิงหาคม 2558 และนิทรรศการ ELLE 70 Years of Style ณ โซน THAITHAI เซ็นทรัลชิดลม ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2558