พิเชษฐ์ กลั่นชื่น วัฒนธรรม กับ ความจริง สิ่งที่สังคมควรแยกให้ออก

Home / In focus / พิเชษฐ์ กลั่นชื่น วัฒนธรรม กับ ความจริง สิ่งที่สังคมควรแยกให้ออก

พิเชษฐ์ กลั่นชื่น วัฒนธรรม ความเชื่อ ความจริง สังคมควรแยกให้ออก

cats

ถึงแม้ประเทศไทยเราจะมีความคิด ที่เป็นระเบียบ แบบแผนที่คนรุ่นก่อนวางมาเป็น วัฒนธรรม แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่ามันจะเป็นสิ่งที่ตายตัวและเราเข้าไปแตะต้องไม่ได้ ซึ่งหลายๆ คนอาจจะมีความเชื่อที่คล้อยตามกับสิ่งที่เราถูกสั่งสอนต่อๆ กันมา แต่ พิเชษฐ์ กลั่นชื่น เขาอาจจะไม่ใช่หนึ่งในนั้น เขาเป็นคนที่ ถอดความเชื่อให้ออกมาให้เราแตะต้องได้ และเข้าใจถึงมันมากขึ้น โดยวันนี้ Men.MThai เราจะขอนำเสนอความคิดที่น่าคิดตามของผู้ชายคนนี้ให้เราได้รับทราบกันครับ

543464_434047733348549_35595305_n

วันนี้เราได้หยิบยกความคิด ของ พิเชษฐ์ กลั่นชื่น ที่ได้ออกมาเล่าเรื่อง พูดชักชวนให้ผู้ฟังได้คิดตาม และคิดที่จะหาความจริงของคำว่า วัฒนธรรม ที่แท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ ผ่านทางงาน TEDxBangkok

ซึ่งการปรากฏตัวของเขาในการพูดในครั้งนี้หลายๆ คนอาจจะเห็นภาพว่าดูไม่เหมาะสม เพราะว่าเขาใส่เสื้อกล้ามและกางเกงยีนส์มาพูดในครั้งนี้ แต่ความจริงแล้วการแต่งตัวอะไรก็ตามแต่ มันก็คือวัฒนธรรม ไม่มีอะไรที่บ่งบอกได้ว่าแต่งแบบไหน จะดีกว่าแบบไหน เช่น เขาเป็นครูนาฎศิลป์ แต่เขาเลือกที่จะใส่แบบนี้ เสื้อกล้ามกางเกงยีนส์ หรือ วันที่เขาไปสอนนักเรียนเขาก็ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์

เพราะความเป็นจริงแล้ว การแต่งกายมันไม่ได้ช่วยตีค่าความสามารถคนได้เลย เช่นการที่เขาเป็นครูนาฎศิลป์ เขาไม่จำเป็นที่ต้องใส่ชุดผ้าไหม เพราะมันไม่ได้ทำให้เขารำได้เก่งขึ้น มันอยู่ที่ความสามารถเราทั้งนั้น การแต่งกายมันก็ไม่ได้มีส่วนที่ทำให้ความรู้เราน้อยลง หรือ ความสามารถเราเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย

27122_430855640334425_766070301_n

โดยเขาได้กล่าวถึง 3 สิ่ง ให้เราได้คิดตามว่า วัฒนธรรม ความเชื่อ ความจริง เราจะแยกแยะสามสิ่งนี้ออกกจากกันได้อย่างไร โดยความเป็นจริงแล้ว ประเทศของเราได้ถูก วัฒนธรรม และ ความเชื่อ กำหนดความเป็นไปของสังคม ทั้งๆ ที่เราควรที่จะทำอะไรได้มากกว่าที่เราอยาก แต่คำว่า วัฒนธรรม และ ความเชื่อ มันกำหนดเราให้ทำอะไรได้แค่ในกรอบ อีกทั้งวัฒนธรรมยังทำให้เราตัดสินสิ่งต่างๆ โดยที่ไม่มีเหตุผล เพราะว่าเป็นแค่วัฒนธรรม

48129_434096006677055_1944436352_n

อีกทั้งอีกหนึ่งสิ่งที่เรียกว่าเป็น สิ่งที่ทำให้เราต้องรู้สึกคิดตาม นั่นก็คือเมื่อเขาได้ให้ผู้ชมถอดรองเท้าและปาขึ้นมาบนเวที ซึ่งปกติแล้ว มันคือสิ่งไม่เหมาะสมเพราะว่ามันเป็นวัฒนธรรมที่ถูกวางมาว่ามันไม่ถูกไม่ควร แต่ ความจริง คือเขาขอให้ถอดแล้วปาขึ้นมาเอง  แต่ยังไงเมื่อคนมองมาแล้วมันก็ยังดูไม่ควรอยู่ดี

เพราะวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ทำให้คนเราตัดสินกันโดยที่ไม่มีเหตุผล ยกตัวอย่างง่ายๆ คือเมื่อมีการปารองเท้าข้ามหัวคนที่มีอายุเยอะกว่าที่อยู่แถวหน้ามันก็เป็นสิ่งที่ไม่ควร แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราแค่ใช้คำว่าเป็นผู้ใหญ่กว่ามาเป็นวัฒนธรรมที่ตัดสินการกระทำของคนเรา

269913_121751411244851_6980197_n

ซึ่งตัว พิเชษฐ์ กลั่นชื่น ได้ร่ำเรียนมาในเรื่องของของนาฏศิลป์ ซึ่งคนไทยมีความเชื่อที่วานาฏศิลป์ไทยถือกำเนิดมาจากพระศิวะนาฏราชเป็นผู้ร่ายรำเป็นคนแรก แล้วสืบต่อมากันเป็นทอดๆ ถึงปัจจุบันสู่มนุษย์โลก ซึ่งนำไปสู่ความเชื่ออีกอย่างที่ว่าคนที่เรียนนาฏศิลป์จะเป็นคนที่มีครู โดยทุกคนจะมีความเชื่อที่ว่าส่วนหัวเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเพราะอะไร

แต่เขาก็กล้าที่จะเอารองเท้ามาวางบนหัว ทั้งๆ ที่วัฒนธรรมบอกไว้ว่าหัวเป็นสิ่งที่สูงไม่ควรเอาสิ่งที่ต่ำกว่าไปยุ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็แค่รองเท้ามีความสกปรกไม่เหมาะที่จะเอามาไว้ที่หัวเรานั่นเอง ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการมีครูอะไรทั้งสิ้น ซึ่งไปตรงกับการที่ศิลปะนาฏศิลป์ของไทยนั้น เราสามารถแตะต้องได้ ประยุกต์ได้ แต่แค่มีการจับรูปแบบ และหัวใจ และวิธีการนาฏศิลป์ของไทยเอาไว้

484198_425478127538843_1234129544_n

และอีกเรื่องที่เหมือนเป็นเรื่องที่สังคมไทยเราควรจะคิดแบบจริงจังนั่นก็คือ การให้ค่าของคน โดยเขาได้อธิบายให้เห็นได้ชัดเจน ก็ตรงที่ตอนที่เขาเป็นครูสอนครูนาฏศิลป์นั้น ก็มีแต่คนให้ความเคารพละนับถือ แต่เมื่อเขาลาออกจากการเป็นครูแล้วคนในมามหาวิทยาลัยกลับทำเหมือนเขาเป็นคนไม่ รู้จัก ไม่มีคุณค่าอะไร เพราะว่าสังคมสมัยนี้นั้นให้ค่าความสำคัญกับยศถาบรรดาศักดิ์คำนำหน้าบอกฐานะทางสังคมมากกว่าตัวตนและความดีความสามารถของตัวเรานั่นเอง

ภาพประกอบจาก Pichet Klunchun Dance Company