บอน นรินทร์ จากสถาปนิกผันตัวสู่ บก. ELLE MEN

Home / In focus / บอน นรินทร์ จากสถาปนิกผันตัวสู่ บก. ELLE MEN

หลังจากที่เกิดปรากฏการณ์ผู้ชายหันมาสนใจดูแลรูปลักษ์ตัวเองมากกว่าเดิม ก็เกิดผลิตภัณฑ์ที่ทำมาเฉพาะสำหรับผู้ชายมากขึ้น รวมไปถึงนิตยสารที่เป็นเสมือนตัวชี้แนะแนวทางให้กับผู้ชายสมัยใหม่ ซึ่งทาง Men.MThai ก็ได้มีโอกาสที่ได้เข้าไปทำความรู้จักกับ บอน นรินทร์ บก. นิตยสารที่นำเสนอทั้งไลฟ์ไตล์และแฟชั่นน้องใหม่ แต่เรียกได้ว่าเป็นแนวหน้าของนิยสารชั้นนำของโลกอย่าง ELLE MEN ที่ไม่ใช่แค่นำเสนอเรื่องแฟชั่นและไลฟ์ไสตล์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเนื้อหาครบท้วนถึงเรื่องการดูแลตัวเอง เทรนด์ที่ฮิตติดกระแส เสื้อผ้า หน้า ผมสำหรับผู้ชายอย่างเราครบครันเลยทีเดียวครับ

บอน นรินทร์ บก. ELLE MEN
บอน นรินทร์

Men.MThai : ชีวิตส่วนตัวอของคุณบอนเป็นยังไง มีไลฟ์สไตล์ประมาณไหน ?

“คือผมเป็นสถาปนิกมาก่อน จบตรีจาก อเมริกาที่คอร์แนล แล้วก็จบปริญญาโทที่ ฮาร์วาร์ด ทางสถาปัตยกรรม แล้วพอกลับมาเมืองไทยก็มีอาจารย์ชวนให้ผมไปร่วมสอนที่หลักสูตรอินเตอร์ ของจุฬาฯ คณะสถาปัต ผมสอนอยู่ที่นั่นประมาณ 4ปี ก็ได้ทุนจากมหาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ให้ไปทำปริญญาเอก ผมก็เลยตัดสินใจไปทำ ก็ใช้ชีวิตอยู่ที่สิงคโปร์ประมาณปีนึงครับ จากนั้นผมก็เริ่มค้นพบว่าผมไม่อยากจะเดินสายวิชาการ เพราะมันโฟกัสกับเรื่องทฤษฎีและประวัติศาสตาร์มากเกินไป ซึ่งมันเป็นช่วงเดียวกันกับที่ทาง Post Media กำลังคิดที่จะทำนิตยสารผู้ชาย เค้าก็เลยทาบทามมาทางผม ซึ่งเราก็ได้พูดคุยกันอยู่ประมาณ 7เดือน จนในที่สุดผมก็ตัดสินใจได้ว่าขอหยุดทำปริญญาเอกแล้วหันมารับงานนี้เต็มตัวครับ ซึ่งก็คือ บก. บห. ของนิตยสาร ELLE MEN ครับ ส่วนไลฟ์สไตล์ของผมก็เป็นปกติทั่วไปครับ เหมือนกับผู้ชายคนนึงในเมือง ที่วันธรรมดาก็ทุ่มเทให้กับการทำงาน ส่วนวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็จะใช้เวลาออกกำลังกาย หรือไม่ก็ออกไปดูร้านขายของเก่า พวกเฟอร์นิเจอร์เก่าบ้าง แล้วก็ปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนบ้างครับ”

Men.MThai : เท่าที่ฟังดูเหมือนคุณ….เป็นคนที่ไม่ชอบหยุดอยู่นิ่งๆ พร้อมที่จะหาประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอด ?

“อาจจะใช่มั้งครับ คือผมมองว่าการที่เราได้เจอกับคนหลายๆ ประเภท มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้นิสัยบุคลิกของคนมากขึ้น ได้เจอประสบการณ์ใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งมันอาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวของผมด้วยแหละที่อาจจะชอบรู้จักคนหรือชอบเรียนรู้นิสัยคน แต่ถ้าถามถึงเรื่องของอนาคต ตัวผมเองไม่เคยวางอนาคตไว้ไกลๆ เลย เพราะผมเชื่อว่าความตั้งใจมันก็คือส่วนหนึ่ง แต่ว่าจังหวะโอกาสและดวงมันก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเราไม่มีทางรู้เลยว่าในอนาคตมันจะเป็นยังไง เหมือนกับที่ผมมาอยู่ตรงนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้แพลนไว้เลย มันแค่เป็นโอกาสที่เข้ามาในชีวิตที่บังเอิญแมชกับประสบการณ์ที่ผมสั่งสมมาเท่านั้นเอง เลยทำให้ผมมีโอกาสได้ทำ”

บอน นรินทร์ บก. ELLE MEN
บอน นรินทร์

Men.MThai : เพราะอะไรถึงได้ตัดสินใจหันมาทำงานด้านแฟชั่นเต็มตัว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ศึกษาด้านสถาปนิกมาตลอด ?

“จริงๆ ตัวผมเองเป็นคนที่สนใจแฟชั่นระดับนึงอยู่แล้ว คือชอบแต่งตัว ซื้อของ ออกกำลังกาย ดูแลภาพลักษณ์ตัวเองมาตลอด แต่พอได้มีโอกาสมาทำ ELLE MEN ในช่วงที่ผมคุยกับพี่ น้ำ ศิริมน ณ นคร ก็เลยทำให้ได้ข้อสรุปว่า หนังสือผู้ชายที่เราอยากทำให้ผู้อ่านเข้าถึงได้จริงๆ มันคงไม่ใช่หนังสือแฟชั่นเพียงอย่างเดียว ดังนั้น ELLE MEN ก็เลยออกมาในลักษณะของ ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น แมกกาซีน คือเราให้ความสำคัญในพาร์ทที่เป็นไลฟ์สไตล์มาก พอๆ กับพาร์ทที่เป็นแฟชั่นเลยครับ”

Men.MThai : นอกจากงานด้านสถาปนิก และ แฟชั่น คุณบอนคิดว่าตัวเองอยากทำอย่างอื่นอีกไหม ?

“ณ ตอนนี้ยังไม่คิดครับ เพราะผมยังรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตแล้วก็กำลังเรียนรู้งานอยู่ แล้วก็ยังไม่ได้มีอะไรที่คิดว่ามาแทนความสนใจตรงนี้ ณ เวลานี้ได้ครับ”

บอน นรินทร์ บก. ELLE MEN
บอน นรินทร์

Men.MThai : มันมีความแตกต่างมากไหมระหว่างงานบก.นิตยสารแฟชั่น กับ งานสถาปนิก ?

“แตกต่างแน่นอนครับ เพราะว่าผลลัพท์ที่ได้มาสุดท้ายแล้วแตกต่างกัน เพียงแต่ว่าในช่วงของกระบวนการคิดหรือการออกแบบมันสามารถนำมาประยุกต์ใช้ด้วยกันได้ครับ ซึ่งสิ่งที่ได้เปรียบจากที่ผมเรียนด้านสถาปัตย์มามันช่วยให้ผมเป็นคนที่มองเจาะลึกได้ดี ในเรื่องของเนื้อหาที่เราต้องทำ อีกเรื่องกคือการนำเสนองานออกมาให้น่าสนใจและน่าถึงดูดครับ”

Men.MThai : รู้มาว่าคุณบอนออกแบบอะไร แต่สิ่งที่ออกมาไม่เคยเหมือนที่คิดไว้เลยอยากรู้ว่าอะไรที่เป็นชิ้นงานที่ทำออกมาแล้วแหวกแนวสุดๆ แต่คุณบอนก็ชอบที่สุด ?

“แทบทุกงานเลยครับที่ผมออกแบบมาแล้วมันออกมาไม่เหมือนที่คิดไว้ เพราะว่าการที่ผมหยิบกระดาษดินสอขึ้นมาออกแบบวาดชิ้นงานในแต่ละชิ้น ตอนแรกทุกคนก็ต้องมีแบบที่อยากให้มันออกมาเป็นสิ่งที่หวังไว้ใช่ไหมครับ แต่มันต้องผ่านกระบวนการคิด การพัฒนาแบบ ซึ่งอาจจะมีการนำความคิดเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ มาทำเป็นรูปธรรมให้ลงตัวมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วทุกๆ งานของเราจะไม่เหมือนกันเลยครับ เพราะแทบทุกงานจะเดินตามกระบวนการขั้นตอนนี้ตลอด เลยไม่มีงานไหนที่ผมรู้สึกว่าชิ้นงานอันนี้ทำออกมาแล้วพลิกความคาดหมายที่สุดครับ”

บอน นรินทร์ บก. ELLE MEN
บอน นรินทร์

Men.MThai : สิ่งที่เคยคิดมาก่อนไหมว่าจะเข้ามาสู่วงการนี้ ?

“ไม่เคยคิดมาก่อนเลยครับว่า โอกาสแบบนี้จะเข้ามาหาเราเลย เพราะว่าเราก็ไม่คยทำอะไรเกี่ยวกับสายแฟชั่น-ธุรกิจหนังสือมาเลย ผมเลยคิดว่ามันเป็นโอกาสจริงๆ ที่ผู้ใหญ่ความไว้วางใจ เพราะจากการคุยกันก่อนร่วมงานกัน 7 เดือนกับทาง Post Media คงเห็นอะไรในตัวผมและคงเข้ากันได้ จึงทำให้เราร่วมงานกันได้ง่ายขึ้นครับ”

Men.MThai : การที่ได้มาทำตำแหน่งในจุดนี้ถือว่าเป็นจุดความสำเร็จในชีวิตของเราเลยรึเปล่า?

“คือในจุดนี้ผมคิดว่าผมก้าวเข้ามาสู่อีกขั้นหนึ่งของความท้าทาย ไม่ใช่ความสำเร็จครับ ซึ่งเป็นความท้าทายในการทำงาน มันเป็นความท้าทายที่น่าสนุกและเรามีความสุขที่ได้ทำมัน และถ้าเราพูดถึงความสำเร็จ ก็ต้องดูกันอีกทีว่า ELLE MEN จะทำหน้าที่ตอบโจทย์ผู้ชายเราได้แค่ไหน แต่จริงๆ แล้วความสำเร็จของผมไม่ใช่จุดที่ได้มาเป็น บก. ได้ยังไงครับ จุดสำเร็จของผมคือผมได้รับตำแหน่งนี้แล้วผมจะทำยังไงให้ประสบความสำเร็จมากกว่า”

บอน นรินทร์
บอน นรินทร์

Men.MThai : ก่อนที่จะมาเป็น บก. ELLE MEN มีประสบการณ์ทางด้านแฟชั่นมาก่อนรึเปล่า?

“ส่วนตัวไม่มีเลยจริงๆครับ แต่คือตอนสมัยเรียนจะมีเพื่อนที่สนใจด้านแฟชั่น คือเราก็จะมีโอกาสได้ซึมซับข้อมูลและอัพเดตแฟชั่นตลอดเวลา ได้ยินเพื่อนคุยตลอดว่ามีดีไซเนอร์คนไหนบ้างที่น่าสนใจและมีอิทธิพลต่อวงการ คือผมกจะได้ยินอะไรประมาณนี้มาตลอด ซึ่งตอนนั้นคือก็ได้แต่ฟังและก็รู้สึกตื่นต้นไปกับมัน แตก็ไม่ได้คิดเลยครับว่าเราจะได้เข้ามาทำงานเกี่ยวกับด้านนี้จริงๆ”

Men.MThai : อะไรที่ทำเรามั่นใจว่าผู้ชายไทยเราจะหันมาสนใจด้านแฟชั่นมากขึ้น?

“ผู้ชายในปัจจุบันมีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปใส่ใจตัวเองมากขึ้น ดูแลลุคของตัวเองมากขึ้น เห็นได้ชัดๆ ก็คือผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายที่เพิ่มขึ้นทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ ผ้า หน้า ผม ครีมบำรุงต่างๆ ที่เมื่อก่อนอาจจะเป็น Unisex ที่ใช้ได้ท้้งชายและหญิง แต่ในปัจจุบันมีการตีตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมันเป็นเหมือนเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่มาสะท้อนความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้ชายเพื่อให้การใช้ชีวิตของผู้ชายอย่างเราดีขึ้นครับ”

บอน นรินทร์
บอน นรินทร์

Men.MThai : คุณบอนคิดอย่างไรกับคำว่ากรุงทพคือเมืองแห่งแฟชั่น?

“ผมเชื่อนะครับว่ากรุงเทพเราก็เป็นอีกเมืองหนึ่ง ที่ผู้คนสนใจการแต่งตัวและภาพลักษณ์ของตัวเอง คือการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันรุ่นนี้อาจจะไม่เหมือนกับคนรุ่นก่อนตรงที่ทำงานเก็บเงินอยากมีบ้านซักหลัง อยากมีรถซักคัน คือมีจุดหมายหลักในชีวิตเพียงอย่างอย่างเดียว แต่ไม่ค่อยมีเวลาที่จะได้ดูแลตัวเอง ซึ่งแตกต่างกับคนเราในยุคสมัยนี้ตรงระหว่างทางที่เดินทางไปถึงจุดหมายเขาใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ทั้งทำงานและดูแลตัวเองไปด้วย ซึ่งปัจจุบันคนเข้าถึงข้อมูลได้เยอะขึ้น เข้าถึงแฟชั่นได้ง่ายขึ้นคือไม่ว่าเราทำอะไรเราก็สามารถสร้างแรงบัลดาลใจให้กับตัวเองได้ตลอดครับ”

Men.MThai : สุดท้ายแล้วอยากถามความคิดเห็นของคุณบอนว่าวงการแฟชั่นไทยจะสามารถไปได้ไกลแค่ไหน?

“ผมว่าแฟชั่นไทยไปได้ไกลเลยนะครับ เพราะว่าคนไทยเก่ง ผมก็เชื่อว่าคนไทยมีบางอย่างที่คนต่างชาติไม่มี เพราะคนไทยเรามีความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ รวมไปถึงความเนี๊ยบ ความปราณีต ซึ่งคนไทยเรามีมากกว่าต่างชาติด้วยซ้ำ แต่ไทยเราบางทีอาจจะไปยึดติดกับผลงานของต่างชาติ อาจจะไม่กล้าหาความเป็นเอกลักษณ์ให้กับตัวเอง ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่มันเกิดขึ้นมานานแล้วและมันก็ยังเกิดขึ้นต่อไป คือ ไทยเราอาจจะไปหาแรงบัลดาลใจมาจาต่างชาติแล้วก็ลอกเลียนลุ๊คเป๊ะๆ ออกมาก สำหรับเป็นลุคในการแต่งตัว ทั้งๆ ที่จริงแล้วแฟชั่นมันคือความชอบส่วนบุคคลครับ เราไม่จำเป็นต้องไปตามลุคใคร ความเป็นตัวของตัวเองนี่แหละ เป็นเรื่องที่ดีที่สุดครับ ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นจุดที่สังคมไทยเรายังขาความกล้าที่เป็นตัวของตัวเองในเรื่องของการแต่งตัวและเราก็ยังยึดต่างชาติเป็นที่ตั้งมากเกินไปครับ”

ELLEMEN
สัมภาษณ์โดย : Men.MThai
ภาพโดย : Covinus