ศิลปิน ดาราไทย ไปไกลถึงแดนมังกร

Home / In focus / ศิลปิน ดาราไทย ไปไกลถึงแดนมังกร

“หว่อ อ้าย หนี่” ขวัญใจอาหมวย

นอกจากเป็นขวัญใจสาวไทยแล้ว นักแสดงและศิลปินไทยทั้ง 6 ยังไปขโมยหัวใจสาวหมวยถึงแดนมังกร เสียงกรี๊ดและประโยคบอกรัก “หว่อ อ้าย หนี่” ที่ดังลั่น คอนเฟิร์มได้ว่าพวกเขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์แผ่นดินใหญ่ไปแล้ว

 

ศิลปิน ดาราไทย ไปไกลถึงแดนมังกร รูปที่ 1

   
ป้อง – ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์

     “ช่วงแรกงงนิดหน่อยครับกับกระแสแฟนคลับจีน ตอนเข้ามาโพสต์ที่เฟซบุ๊กและเว็บแฟนคลับก็ยังไม่รู้หรอกว่าเขาชอบเราขนาดไหน จนกระทั่งได้รับเชิญไปงานละครที่ปักกิ่ง และมีโปรแกรมไปออกทีวีนิดหน่อย จำได้ว่าไฟลท์บินตีหนึ่ง ไปถึงประมาณเจ็ดโมงเช้า ผมใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น กะว่านอนสบายบนเครื่อง พอเดินออกจากเกทเท่านั้นแหละอึ้งไปเลย มีคนมารอรับหลายร้อย ชูป้ายไฟ ตะโกนเรียกชื่อผมดังลั่น แถมตำรวจและการ์ดซึ่งดุมากจนผมแอบนึกในใจว่า ‘ดุไปหรือเปล่า’ แต่มีคนบอกครับว่าถ้าเขาไม่โหด จะเอาไม่อยู่ พลังแฟนคลับจีนเครซี่มาก เข้ามารุมดึง รุมจับ ทุกคนอยากเข้ามาใกล้ๆ บางคนฮาร์ดคอร์กระโดดจูบเลย สุดท้ายการ์ด 5 คนต้องเข้าหิ้วปีกผมออกมา ลักษณะเหมือนผมไปทำอะไรผิดมา แต่ไม่ใช่นะ (หัวเราะ) พอออกจากสนามบิน แฟนคลับก็ยังขับรถไล่ตามเป็นสิบคัน ปาดซ้าย ปาดขวา ขับจี้ประชิดเพื่อจะถ่ายรูปและโบกมือทักทาย ผมไม่ได้หวงความเป็นส่วนตัวนะ แต่มันอันตรายทั้งเขาทั้งเรา กลัวเกิดอุบัติเหตุมากกว่า

     “ปีใหม่ที่แล้วผมแพลนไปเที่ยวเมืองจีนกับครอบครัวแบบส่วนตัว แต่ไปหลุดลงทวิตเตอร์ เลยมีแฟนคลับมารอที่สนามบินเหมือนเดิม บริษัทนำเข้าละครเลยบอกว่าไหนๆ มาแล้ว จัดแฟนมีตติ้งหน่อยแล้วกัน ก็ได้พูดคุย แจกลายเซ็น และถ่ายรูปกับแฟนคลับ บางคนก็เข้ามาขอกอด ขอหอม ล่าสุดผมจัดงานวันเกิดพร้อมมีตติ้งแฟนคลับ ไทย 100 คน จีน 100 คน ผมปลื้มที่เขาอุตส่าห์บินข้ามประเทศมาหา บางคนยังไม่ทันเข้าโรงแรม ลากกระเป๋าเดินทางมาที่งานเลย น่ารักมาก

     “ดีใจครับที่มีคนรักเรามากขนาดนี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาชอบผมตรงไหน คงเป็นหน้าตาที่ไม่ตี๋มาก ออกแนวดาราฮ่องกง ตัวสูง ดูเข้มๆ หน่อย ผมภูมิใจนะที่เป็นส่วนหนึ่งให้คนจีนเปิดรับละครไทย ถือเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง คิดว่าต่อไปคงต้องไปเมืองจีนบ่อยๆ ตอนนี้เริ่มเรียนภาษาจีนแล้ว ในรถยังมีหนังสือติดไว้เลยครับ”    

 

ศิลปิน ดาราไทย ไปไกลถึงแดนมังกร รูปที่ 2

   

โอ้ – มาริโอ้ เมาเร่อ

     “ ‘รักแห่งสยาม’ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนจีนรู้จักโอ้กับพิช ตอนนั้นคนดูอินถึงขั้นทำการ์ดผ้าขนาดท่ากับรถเมล์เล็กมาด้านหนึ่ง ในผ้ามีการ์ดแผ่นเล็กอีกประมาณสองร้อยใบเขียนข้อความต่างๆ มีรูปโอ้ พีช และกลุ่มแฟนคลับ ที่อึ้งคือมีข้อความหนึ่งบอกว่า ‘โอ้กับพีชเหมาะสมกันมาก ถ้าคบกันพวกเขาก็สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้’ (หัวเราะ)

     “จนมาถึงภาพยนตร์เรื่อง ‘สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก’ ทำให้โอ้เป็นที่รู้จักและเรียกเสียงกรี๊ดมากที่สุดจากแฟนคลับจีน และยังได้รับเชิญไปร่วมงานเทศกาลหนังที่เซี่ยงไฮ้ พอไปถึง ทีมงานบอกว่ามีแฟนคลับมารอเป็นร้อยเลย ตอนนั้นในใจไม่เชื่อ ได้เห็นกับตาถึงอึ้ง เพราะเขาพากันวิ่งขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อจะได้สวนทางผ่านโอ้แล้วก็ขอจับมือ บางคนวิ่งตามไปส่งขึ้นรถ แต่ที่หนักกว่านั้นคือ ขับรถตามบนทางด่วน บีบแตรไล่ ปาดหน้ารถคนอื่นๆ เพื่อประชิดรถที่เรานั่ง ซึ่งก็ชิดจนเกือบชน บางกลุ่มตามมาเฝ้าที่โรงแรม มีโทร.เข้าห้องพักด้วย รู้เบอร์ห้องได้ยังไงก็งงเหมือนกัน เลยบอกเขาเป็นภาษาอังกฤษประมาณว่า ‘ผมเป็นผู้ช่วยมาริโอ้ครับ’ (หัวเราะ) บางคนก็ตามผมไปทุกที่ทุกวัน ขอแค่ได้เห็น มาให้กำลังใจเฉยๆ อีกครั้งหนึ่งไปงานที่อินโดนีเซีย แฟนคลับเข้ามารุมจนเสื้อขาดไปข้างหนึ่ง หลายคนคงคิดว่าโอ้อินเทรนด์ใส่เสื้อไหล่เดี่ยว (หัวเราะ)

     “ล่าสุดเพิ่งไปถ่ายหนังจีนแนวโรแมนติก ชื่อเรื่องว่า ‘Love in The Day’ มาครับ โอ้รับบท ‘มาร์ติน’ ไปตามหาพ่อที่เมืองจีนจนได้พบนางเอกและเกิดเรื่องราวต่างๆ งานนี้ไม่ได้เรียนภาษาจีน เพราะทีมงานบอกว่าจะใช้เสียงพากย์ แต่พอจะถ่ายซีนแรกทีมงานลองให้พูดภาษาจีนให้ฟัง ทุกคนบอกว่าพูดชัดมาก งั้นให้พูดจีนทั้งเรื่อง ผมก็อ้าว…งานเข้าซะงั้น (หัวเราะ) จริงๆ ก็ไม่ได้ลำบากอะไรเพราะทีมงานคอยบอกทีละคำ ซึ่งการร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ได้เรียนรู้การทำงานอีกแบบหนึ่ง เรียนรู้ภาษาวัฒนธรรมของจีน โอ้ว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ ครับ

     “โอ้ว่าแฟนคลับโอ้น่ารักดีนะ ประทับใจในความรักที่เขามอบให้ นานๆ จะได้เจอกัน จึงแสดงความรักเต็มที่ อยากใกล้ชิด อยากสัมผัส บางคนมาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนในเมืองไทยก็ซื้อขนมมาฝากตลอด เดือนกุมภาพันธ์นี้จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ ‘4+1 Channel 3 Superstar’ ก็จะมีแฟนคลับจากเมืองจีนบินมาดูเยอะพอสมควร ปลื้มครับ”

 

ศิลปิน ดาราไทย ไปไกลถึงแดนมังกร รูปที่ 3

 

เต๋อ – ฉันทวิชช์ ธนะเสวี

     “ดีใจมากครับที่ได้รางวัลนักแสดงดาวรุ่งแห่งเอเชียหรือสตาร์ฮันเตอร์ (Star Hunter) จากเรื่อง ‘กวน มึน โฮ’ ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ นครเซี่ยงไฮ้ 2011 ตอนไปรับรางวัลนี้ที่ประเทศจีน ตื่นเต้นมาก เพราะนั่งอยู่ท่ามกลางดาราดังจากจีน ไต้หวัน สิงคโปร์ ฯลฯ พอพิธีกรประกาศชื่อให้ไปรับรางวัลบนเวที ตื่นเต้นจนลืมว่าจะพูดอะไร พูดภาษาอังกฤษประมาณว่า ‘ขอบคุณทุกคนที่ชอบหนัง ขอบคุณทุกคนที่ดูหนัง’ อีกประโยคหนึ่งพูดว่า ‘You are Great Person.’ (หัวเราะ) ไม่รู้พูดได้ยังไง เลยขอพูดใหม่ ทีนี้ผมพูดภาษาไทยและให้ล่ามแปลให้ แต่ดันปล่อยมุกอะไรไปไม่รู้ว่า ‘ถ้าผมมีภรรยา ผมจะรักรางวัลนี้เท่ากับภรรยาเลย’ พิธีกรไม่เก๊ต เขาถามว่า ‘อ๋อ แต่งงานแล้วเหรอคะ’ ต้องรีบบอกว่าไม่ใช่ (หัวเราะ)

     “ทีแรกเราตั้งใจว่าจะทำยังไงก็ได้ เพื่อให้คนไทยชอบหนังเรื่องนี้ แต่ไม่คิดมาก่อนว่าชาวต่างชาติจะชอบหนังเรื่องนี้ด้วย เรื่องประทับใจคือตอนเอาหนังไปฉายในงานเทศกาลหนังที่ญี่ปุ่น ตอนหนังใกล้จบ ได้ยินเสียงคนดูร้องไห้ พอหนังจบ ในความมืดมีเสียงสะอื้นวิ่งไปเปิดประตูคิดว่าคงเป็นพนักงานโรงหนัง ตอนเดินออกมาผมยังเห็นเขาร้องไห้และเช็ดน้ำตาอยู่เลย ประทับใจที่คนดูอินกับหนังของเราครับ

     “มีคนดูหลายคนพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยเก่ง แต่พยายามสื่อสารให้ผมรู้ว่าเขาชอบนะ ส่วนคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ก็จะพูดว่า ‘Very Touching Film’ มีผู้ชายญี่ปุ่นคนหนึ่งพูดว่า ‘นี่เป็นหนังรักที่ทำให้เสียน้ำตาได้ไม่หยุด’ ผมไม่คิดมาก่อนว่าคนดูผู้ชายจะมีฟีลนี้ด้วย สรุปว่า ผู้ชายจะอินกว่าผู้หญิงอีก

     “ตอนนี้ผมเริ่มมีแฟนคลับต่างประเทศแล้ว เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไต้หวัน จีน และประเทศแปลกๆ อีกเยอะ พวกเขาจะส่งข้อความมาทางทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก สังเกตจากจำนวนคน follow เพิ่มขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง ล่าสุดผมเล่น ‘Instagram’ ซึ่งเป็นการแชร์รูป เห็นฝรั่งคนหนึ่งถ่ายรูปสวยดี เลยเข้าไปชมและ follow เขา ปรากฏเขาตอบกลับมาว่า ‘I’m so proud that you follow me. Because you are my favorite Thai actor.’ งงว่าเขารู้จักเราได้ไง เพราะเขาเป็นชาวเช็ก ไม่คิดว่าคนยุโรปจะมีโอกาสดูหนังผมมาก่อน

     “ ‘กวน มึน โฮ’ จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต เพราะก่อนหน้านี้วิถีชีวิตผมไม่ได้ชัดเจนมากว่าจะเป็นนักแสดงหรือคนเขียนบท คนส่วนใหญ่อาจแค่คุ้นๆ ชื่อผมเท่านั้น แต่พอหนังกวน มึน โฮออกไป เริ่มชัดเจนว่าคนรู้จักผมในฐานะนักแสดงมากขึ้น เช่น บอกว่า ‘อ๋อ! เต๋อจาก กวน มึน โฮ’ ต้องขอบคุณแฟนคลับที่ชื่นชมผมทุกคน และจีทีเอชที่ให้โอกาส คิดว่าถ้าไม่มีพวกเขา ผมคงไม่มีวันนี้ครับ”

 

ศิลปิน ดาราไทย ไปไกลถึงแดนมังกร รูปที่ 4

 

บี้ – สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว

     “ช่วงแรกที่เจอแฟนคลับชาวจีน ผมตื่นเต้นและรู้สึกแปลกๆ อยู่เหมือนกันครับ ได้แต่มองหน้า ส่งยิ้มให้กัน บางคนพูดภาษาอังกฤษได้จะเข้ามาคุยด้วย บางคนวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ แล้วก็หยุดเพราะนึกได้ว่าพูดภาษาไทยไม่ได้ (หัวเราะ) เป็นอาการปลื้มที่เห็นแล้วก็รู้สึกน่ารักดีครับ

     “ก่อนไปงานที่เมืองจีน หลายคนเตือนว่าแฟนคลับที่โน่นมีการแสดงออกถึงความรักในศิลปินสูง เสี่ยงต่อการถูกกระชากและตามไปเฝ้าที่โรงแรมซึ่งผมเข้าใจนะ เพราะเราไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนแฟนคลับไทย โชคดีที่แฟนคลับคนไทยคอยบอกกลุ่มแฟนคลับจีนว่า ถ้ารักบี้ อย่าดึง จับมือได้ ไม่ต้องแย่งกันเวลาขอลายเซ็นหรือถ่ายรูป ถ้าต่อคิวจะได้ทุกคน

     “เมื่อปีที่แล้วตอนไปปักกิ่ง นอกจากไปออกรายการทีวีแล้ว ผมตั้งใจจัดมีตแอนด์กรี๊ดกับแฟนคลับด้วย พอทางสถานีโทรทัศน์อันฮุยรู้ก็ขอให้จัดเป็นรายการทีวีมีตแอนด์กรี๊ดกับศิลปินเลยแล้วกัน มีตแอนด์กรี๊ดระหว่างบี้กับแฟนคลับจึงถูกประเดิมเป็นเทปแรก ในงานมีกิจกรรมร่วมสนุกกับแฟนคลับ เช่น ตอบคำถาม เล่นเกม ชวนออกมาเต้นกับบี้ บางคนมีของขวัญมาให้ อีกครั้งที่ไปร่วมงานพร้อม พี่ป้อง – ณวัฒน์ แล้วคนเยอะจนสนามบินแทบแตก แฟนคลับตามเราไปงานทุกที่ ขับรถประกบหน้าหลังและด้านข้างเป็นสิบคัน ทั้งคันของผมและพี่ป้องอารมณ์เหมือนในหนังบู๊เลย

     “ที่เมืองไทยเคยจัดมีตแอนด์กรี๊ดเมื่อปี 2553 ตรงกับวันเกิดผมพอดี มีแฟนคลับจีนบินมาร่วมงานประมาณสามสิบสี่สิบคน ส่วนคอนเสิร์ตที่ผ่านมา ‘เลิฟไม่กลัว กลัวไม่เลิฟ’ ก็จัดเป็นกรุ๊ปทัวร์มาดูประมาณห้าร้อยคน ถือธงเข้างานกันมาเลย (หัวเราะ) ผมฝึกพูดภาษาจีนเผื่อมาพูดกับแฟนคลับในคอนเสิร์ตประมาณว่า ‘ฉันรักเธอ’ ‘กินข้าวหรือยัง’ ‘ขอเสียงหน่อย ขอมือหน่อย’ ก็พูดได้แค่นี้แหละครับ และร้องเพลง ‘เผลอรักหมดใจ’ เวอร์ชั่นจีนผสมไทยด้วย ส่วนคอนเสิร์ต ‘เลิฟออนทัวร์’ ที่ขอนแก่น หาดใหญ่ เชียงใหม่ แฟนคลับจีนก็ยังตามมาดู คนที่ไปเชียงใหม่จะต้องไปถ่ายรูปหน้าโรงเรียนมงฟอร์ตฯ ไปถ่ายรูปหน้าบ้านผม ต้องขอบคุณที่มอบความรู้สึกดีๆ ขอให้รักกันแบบนี้ตลอดไปครับ”    

 

ศิลปิน ดาราไทย ไปไกลถึงแดนมังกร รูปที่ 5

    พีช วงออกัส พระเอก MV เพลง Honey Honey ของ Candy Mafia

ออกัสแบนด์

     นน: กระแสความนิยมที่ได้รับจากชาวจีนแรงเกินคาดครับ ผมคิดว่าพอ “รักแห่งสยาม” ซาก็คงจบ แต่กลายเป็นว่ามีคนชอบวง ชอบเพลงของเรามากขึ้นๆ ครั้งแรกตอนเดินทางไปจีนเพื่อไปออกรายการ ผมใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาก๊วย รองเท้าแตะขึ้นเครื่อง พอออกจากเกทเห็นแฟนคลับเต็มสนามบิน หันหลังกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดแทบไม่ทัน (หัวเราะ) จากนั้นทุกครั้งที่ไปจีน แฟนคลับแน่นสนามบินตลอด ช่วงแรกๆ พอคุมสถานการณ์ได้ แต่ล่าสุดไปกว่างโจว แฟนคลับมาร่วมสามร้อยคน การ์ดถึงกับเดินหนี เข็นรถเข็นกระเป๋าไม่ได้เลย ทุกคนดันเข้ามาประชิดเพราะอยากจับมือ อยากสัมผัส การ์ดต้องพาออกหลังสนามบิน เพราะเขากันไม่ไหว พอขึ้นรถบัส แฟนคลับก็ยังขับรถและนั่งแท็กซี่ตามตลอดทาง

     พีช: ความประทับใจที่มีต่อแฟนคลับมีหลายเรื่องมาก เช่น บางคนเลือกเรียนวิชาเอกภาษาไทยที่มหาวิทยาลัย เพื่อจะได้คุยกับเรารู้เรื่องหรือเห็นเราไปออกรายการท่องเที่ยว ก็อุตส่าห์บินมาเที่ยวเมืองไทยแล้วไปเที่ยวที่เดียวกับเราบ้าง เวลาไปเที่ยวเชียงใหม่บ้านเกิดพีช พวกเขาก็ไปถ่ายรูปหน้าโรงเรียนมงฟอร์ตฯที่เคยเรียนสมัยมัธยม

     นายน์: บางคนเจอพวกเราดีใจจนร้องไห้ พอผมใช้ภาษามือบอกว่าอย่าร้องไห้นะ เขาก็ยิ่งร้องหนัก คือเหมือนเราไปให้ความสนใจ เขาก็เลยดีใจ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

     ต่อ: ถามว่าเขาชอบออกัสแบนด์ตรงไหน คงเพราะสมาชิกทั้ง 11 คน มีคาแร็คเตอร์ชัดเจนแตกต่างกัน ชอบผู้ชายเท่ๆ เซอร์ๆ ไปหานน หรือชอบแบบทะมัดทะแมงต้องแวน วงเราฟูลออปชั่นครับ ชอบแบบไหนจิ้มเลือกได้ตามชอบ (หัวเราะ) ส่วนตาวเห็นหัวฟูๆ อย่างนี้ แฟนคลับจีนกรี๊ดมาก เพราะบ้านเขาไม่มีของแปลกแบบนี้

     ตาว: ขอบคุณมาก (หัวเราะ) ส่วนผมคิดว่าคงเพราะเราให้ความเป็นกันเองกับแฟนคลับ บางครั้งเขาดีใจพากันกรูเข้ามาหา เราโดนศอกกระแทกบ้างก็ไม่เป็นไร จนช่วงหลังเขาเริ่มจัดระเบียบกันเอง อย่างบางคนเจอเราบ่อยแล้ว ก็จะเปิดโอกาสให้คนอื่นได้เข้ามาใกล้เราบ้าง ต่อคิวถ่ายรูปได้เร็วขึ้น ซึ่งพอเห็นแฟนคลับรักกันพวกเราก็รู้สึกดี

     แวน: มายืนจุดนี้ได้ถือว่ามาไกลเกินฝัน เรายังทำงานตรงนี้ได้เพราะมีแฟนคลับคอยให้กำลังใจ ถ้าไม่มีคุณก็ไม่รู้จะทำเพลงให้ใครฟัง อยากให้ช่วยติดตามผลงานและสนับสนุนพวกเราแบบนี้ตลอดไป ขอบคุณที่รักกันมากขนาดนี้ครับ

ศิลปิน ดาราไทย ไปไกลถึงแดนมังกร รูปที่ 6

 

อั้ม – อธิชาติ ชุมนานนท์

     “ก่อนหน้านี้แฟนคลับคนไทยมาบอกว่ามีชาวจีนดูละครที่ผมเล่นจากอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะเรื่อง ‘จำเลยรัก’ ได้รับความนิยมมาก ถึงขนาดแปลจากภาษาไทยมาเป็นอังกฤษ แล้วแปลเป็นจีนอีกที พอรู้ก็ปลื้มมากครับ จนกระทั่งมีโอกาสไปงานเปิดห้างเซ็นทรัลที่เซี่ยงไฮ้ ปรากฏว่าพอแฟนคลับรู้ข่าว เขามารับที่สนามบินเต็มเลย นอกจากนี้ยังเช่าฮอลล์ขนาดกลางชั้นบนสุดของตึกเพื่อจัดงานมีตติ้ง เดินเข้างานถึงกับอึ้ง เพราะทุกคนนั่งรอ เตรียมป้ายผ้า เครื่องเสียง จัดห้อง ทำวิดีโอพรีเซ็นเทชั่นละครที่ผมเล่นทุกเรื่อง เรียกว่าทุ่มเทมาก จากนั้นแฟนคลับขอให้ร้องเพลงให้ฟัง พอผมบอกไปว่าไม่ได้เตรียมตัวมาเลย เขาบอกว่า รู้ว่าผมชอบเพลง ‘หยุด’ ของกรู๊ฟไรเดอร์ส จึงเตรียมแบ็กกิ้งแทร็คไว้ให้ น่ารักมาก ล่าสุดแฟนคลับจีนมาเมืองไทยผมก็ปิดร้านคาราโอเกะ จัดมีตติ้งให้พวกเขาถึง 2 วัน สนุกสนาน แฮ็ปปี้กันมากครับ

     “ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นซุป’ตาร์เลยนะ ผมจะเป็นกันเองกับทุกคน เพราะเชื่อว่าเขามาหาเราด้วยความตั้งใจและความรัก ส่วนแฟนคลับก็น่ารักมาก ขี้เกรงใจ จะถามทุกครั้งว่าขอลายเซ็นได้มั้ย ถ่ายรูปได้มั้ย ขอกอดได้มั้ย ผมตอบโดยไม่คิดเลยว่า ยินดีมากๆ เพราะบางคนอุตส่าห์บินข้ามประเทศ บ้างนั่งรถไฟเป็นสิบชั่วโมงมาจากมาเลเซียก็มี ตอนงานมีตติ้งที่เซี่ยงไฮ้ ผมจับคู่เล่นเกมเหยียบกระดาษกับแฟนคลับ ต้องพับกระดาษให้เล็กลงเรื่อยๆ และยืนบนนั้นให้ได้ พอเหลือแผ่นนิดเดียว ผมบอกแฟนคลับผู้หญิงว่า เหยียบบนเท้าผมเลยนะ แล้วผมก็กอดเขาไว้ จะได้ไม่หลุดจากแผ่นกระดาษ หัวหน้าแฟนคลับเดินมาบอกว่าไม่ได้นะคะ ห้ามเหยียบเท้าอั้ม (หัวเราะ) หรือบางทีผมจะลงจากเวทีไปหาแฟนคลับ เขาก็ไม่อยากให้เราไป คือเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาห่วงเรื่องความปลอดภัย

     “มีเรื่องแปลกระหว่างผมกับแฟนคลับคือ หลังจากแฟนคลับชาวจีนมาเจอ มากอดผม กลับไปไม่นานเขาก็ท้องครับ ไม่ได้ท้องกับผมนะ (หัวเราะ) เขาแต่งงานแล้วแต่มีลูกยาก พยายามเท่าไรก็ไม่ท้องสักที มีแฟนคลับสามคนแล้วที่ท้อง พอคลอดก็ส่งรูปเบบี้มาให้ดู เขาบอกว่าผมนำโชคมาให้ รู้สึกดีนะที่เขามาเจอเราแล้วมีความสุข มีกำลังใจ กลับบ้านไปแล้วเจอเรื่องดีๆ (ยิ้ม) สำหรับปีนี้ผมขอให้มังกรนำพาสิ่งดีๆ และความโชคดีมาให้คนไทยและคนจีนทุกคน สุขภาพแข็งแรง ใครที่อยากมีลูกหลานสืบตระกูลขอให้สมหวังครับ”

 

ที่มา : นิตยสารแพรวสุดสัปดาห์