เชียร์ลีดเดอร์ ม.กรุงเทพ ก้าวไกลไปเชียร์ลีดเดอร์ชิงแชมป์โลก

Home / In focus / เชียร์ลีดเดอร์ ม.กรุงเทพ ก้าวไกลไปเชียร์ลีดเดอร์ชิงแชมป์โลก

“ทีมเชียร์ลีดเดอร์ ม.กรุงเทพ” โกอินเตอร์!

รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งในประเภท Coed Premier Level 6
จากเวทีการแข่งขัน 2011 International Cheer Union World Cheerleading Championships
และชนะเลิศอันดับหนึ่งประเภท Coed Premier Level 6 จาก เวที The Cheerleading World 2011
รวมถึงคว้ารางวัลอันดับ 3 ครองถ้วย The winner best score
หรือ รางวัลถ้วยคะแนนรวมสูงสุดสำหรับประเภท All star team

นี่คือบทสัมภาษณ์ของ หนุ่ย – วีรพงศ์ เสือบางพระ หัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์
เป็นตัวแทนของทั้งทีม ที่จะเล่าให้เราได้รู้จักกับกีฬาเชียร์ลีดเดอของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมากขึ้น

 



 




 

เชียร์ลีดเดอร์ ม.กรุงเทพ ก้าวไกลไปเชียร์ลีดเดอร์ชิงแชมป์โลก รูปที่ 1

 

ปอมปอมเชียร์ กับเชียร์ลีดเดอร์ต่างกันยังไง

ปอมปอมเชียร์ จะเป็นผู้หญิงล้วนครับ ที่จะถือพู่และไม่มีการต่อตัวครับผม จะเต้นอยู่ที่ขอบสนาม เวที หรือว่าการแข่งขันแบบอเมริกันฟุตบอล บาสเกตบอล อ่ะครับ ส่วนเชียร์ลีดเดอร์จะเป็นการผสมผสานการเต้น การต่อตัว และยิมนาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในทุกการแข่งขันนะครับ

มีเคล็ดลับในการแบ่งเวลาเรียน กับ การซ้อม ยังไงบ้าง

คือทางมหาวิทยาลัยจะให้การสนับสนุนนักศึกษาทั้งในเรื่องการเรียน และ เชียร์ลีดเดอร์เท่าๆ กันนะครับ โดยจะให้นักศึกษาที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์ทุกคนเข้าเรียนตามปกติเหมือนกับนักศึกษาทั่วไปอ่ะครับ แล้วหลังจากเวลาเลิกเรียนแล้วก็จะเข้าสู่การอบรมหรือการฝึกซ้อมในด้านเชียร์ลีดเดอร์ต่อ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 21.30น. ทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ครับ คือวันอาทิตย์ก็จะเป็นวันว่างของทุกคนที่จะทำการบ้าน หรือทำรายงาน อะไรเงี้ยครับ

แล้วอีกอย่างทางมหาวิทยาลัยจะเน้นมากว่าทุกคนที่เป็นนักกีฬาจะต้องเก่งทางด้านวิชาการด้วยซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็มีทุนให้กับนักกีฬาทุกคนอ่ะครับ ต้องสอบชิงทุน ซึ่งเราต้องมีการคัดตัว แล้วก็ไปสอบกับอาจารย์อ่ะครับว่าเราจะได้รึเปล่า ความเหมาะสมอะไรเงี้ยอ่ะครับ นักกีฬาเชียร์ลีดเดอร์จะต้องได้เกรดเฉลี่ย 2.00 ขึ้นไป ถึงจะมีสิทธิ์ชิงทุนได้

 

เชียร์ลีดเดอร์ ม.กรุงเทพ ก้าวไกลไปเชียร์ลีดเดอร์ชิงแชมป์โลก รูปที่ 2

อุปสรรคที่หลายคนอาจจะไม่รู้ เมื่อทีมต้องไปแข่งกับทีมต่างประเทศ มีอะไรบ้าง

อันดับแรกก็ความกดดันครับ เพราะจากที่เราแข่งขันในประเทศไทย เราก็เป็นแค่ตัวแทนจากม.กรุงเทพ แต่ครั้งนั้นเราไปแข่งขันที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเราต้องแบกชื่อเสียงของคนไทย 60 ล้านคนไว้ด้วยน่ะครับ ขึ้นเวทีไปก็ตื่นเต้นครับ แล้วก็มีความกดดันค่อนข้างสูงเพราะก่อนที่จะขึ้นแข่งขัน พวกเราทำ blocking ข้างล่างเราต่อตัวกันไม่ได้อ่ะครับ เรากดดันเพราะจากสภาพอากาศ จากสภาพพื้นที่ จากฟลอร์ที่เราเคยซ้อมจากประเทศไทย พอมาซ้อมที่อเมริกามันก็เป็นฟลอร์คนละแบบกันอ่ะครับ เยอะมากครับ มันเป็นสปริงด้วย ทำให้การต่อตัวหรือการตียิมนาสติกของเราไม่คุ้นกับพื้นที่ไปเลย ไม่สามารถต่อตัวได้อย่างที่เราเคยซ้อมมา ใจแป้วเหมือนกันครับตอนแรก


แล้วงี้จะมีวิธีแก้ไขยังไงบ้าง ในการแข่งขันครั้งต่อไป

ก่อนที่เราจะไปแข่งขันประมาณ 1 – 2 เดือน เราก็ต้องศึกษาพื้นที่ หรือพวกสภาพอากาศ เวลา รายละเอียดต่างๆ ก่อนว่าเค้ามีอะไรอัพเดทบ้างอ่ะครับ ทุกอย่างของประเทศนั้นเลย เราถึงจะมาปรับใช้กับบ้านเรา เพื่อให้มีความสากลให้มากที่สุด เพื่อที่ว่าเวลาเราไป เราก็จะได้ไม่ต้องปรับเยอะครับ

 

เชียร์ลีดเดอร์ ม.กรุงเทพ ก้าวไกลไปเชียร์ลีดเดอร์ชิงแชมป์โลก รูปที่ 3

เคยเจ็บตัวหนักๆ จากการซ้อมหรือตอนแข่งขันบ้างมั๊ย

มีสิครับ ^^” อย่างเช่นไหปลาร้าร้าว ข้อเท้าพลิก มีการจุกอะไรเงี้ยอ่ะครับ ถ้าหนักหน่อยก็ต้องพักกันอาทิตย์นึงเลย ซึ่งก่อนจะซ้อมก็ต้องทำกายภาพบำบัดก่อน โดยเราก็จะมีครูยิมนาสติกที่จะมาคอยดูแลเกี่ยวกับด้านกายภาพบำบัด หรือ การสอนยิมนาสติกให้ถูกวิธี ถ้าทำผิดวิธีก็จะทำให้ร่างกายเราเจ็บแล้วก็บอบช้ำไปมากกว่าเดิมอ่ะครับ แล้วก็จะมีโค้ชที่ดูแลด้านการซ้อม ความถูกต้องของท่าทุกอย่าง


แล้วมีวิธีเซฟตัวเองยังไง ให้หลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

เราก็จะต้องมีเทคนิคในการรับและการซัพพอร์ทตัวเอง ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือว่าพลาด ก็จะมีการเก็บระเบียบตัว ไม่ว่าจะตก หรือหล่น หากเกิดจากการตียิมนาสติกจะเก็บตัวยังไง จะเก็บคอยังไง จะเก็บแขนเก็บขายังไง คือโค้ชจะบอกไว้หมดแล้ว และเราก็ต้องฝึกซ้อมตรงนั้นให้ชินซะก่อนแล้วค่อยไปต่อตัวใหญ่ๆ หรือทำท่าใหญ่ๆ ที่พร้อมที่จะรับสภาพเวลาร่วงลงมาแล้วจะเจ็บจริง อะไรเงี้ยอ่ะครับ แต่ส่วนมากทีมในประเทศไทยมักจะมองข้ามเรื่องพวกนี้ไป ซึ่งทีมในต่างประเทศเค้าจะไม่มองข้ามเลยนะครับ ก็อยากให้ทีมไหนก็ตามที่สนใจอยากให้มาสอบถามข้อมูลรายละเอียด ความถูกต้องของท่า อะไรต่างๆ เราก็ยินดีที่จะให้ความรู้ตรงนี้ครับ ซึ่งไม่อยากให้ทีมเชียร์ลีดเดอร์ทั่วไป อย่างทีมต่างจังหวัดทำในสิ่งที่เห็นในทีวีแล้วทำตาม มันไม่ใช่นะครับ ต้องมีความรู้ทางด้านทักษะ การต่อตัว เรื่องยิมนาสติก ซึ่งมันต้องผสมกันหลายทางครับ ไม่ใช่ว่าเห็นแล้วทำตามก็จะทำกันได้ง่ายๆ อ่ะครับ


งั้นอยากให้ช่วยแนะนำน้องๆ ที่เค้าอยากจะเป็นเชียร์ลีดเดอร์ จะต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

จะต้องมีใจรักครับ และต้องมีสมาชิกในกลุ่ม มีเพื่อนที่มีใจรักเหมือนๆ กัน บอกได้เลยว่าเป็นกีฬาที่สนุกนะครับ แต่อันดับแรกเลยต้องมีใจรักกับมันมากๆ เพราะเป็นกีฬาที่ค่อนข้างต้องใช้ทักษะหลายอย่าง คือ ด้านกำลังกาย กำลังใจ แล้วก็เทคนิคต่างๆ เป็นกีฬาที่ต้องใช้สมอง สมาธิ ต้องใช้ทุกอย่าง คือ เราจะพลาดไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าพลาดก็ต้องเกิดการบาดเจ็บแน่นอนอยู่แล้วครับ ถึงมันจะเป็นกีฬาที่บางคนอาจจะมองว่าสวยงาม แต่ส่วนมากผู้ปกครองเค้าจะมองว่ามันอันตราย คือมันต้องอยู่ที่การฝึกซ้อมด้วยอ่ะครับ

อยากจะบอกว่ากีฬานี้ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิดเลย เพียงแต่ว่าเราจะต้องศึกษา ผมว่ากีฬาทุกประเภทมันก็อันตรายเหมือนกันหมดนะครับ อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะเล่น เลือกที่จะเซฟ ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจกีฬาเชียร์ลีดเดอร์ว่าเป็นกีฬาที่สวยงาม ได้ทักษะทุกด้าน และเป็นกีฬาที่กำลังจะเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้ประเทศไทยของเรานะครับ เป็นกีฬาที่ต่างประเทศให้การยอมรับค่อนข้างสูงเท่ากับบาสเกตบอลเลยครับ ^^

 

ภาพและบทสัมภาษณ์จาก http://www.daomahalai.com/