Mark Zuckerberg อัจฉริยะรวยเร็ว จนโดนตั้งประเด็นไม่ไว้วางใจ !!

Home / In focus / Mark Zuckerberg อัจฉริยะรวยเร็ว จนโดนตั้งประเด็นไม่ไว้วางใจ !!

นิตยสาร Forbes ประกาศตูมอกมาแล้วว่า นายมาร์กฯ เป็นอัจฉริยะเหนือมนุษย์ รวยเร็วที่สุดที่โลกแบบเข็มขัดยาว (เกินคาด) ฝ่ายค้านเร่งตั้งประเด็นไม่ไว้วางใจตรวจสอบด่วน!

 

Mark Zuckerberg อัจฉริยะรวยเร็ว จนโดนตั้งประเด็นไม่ไว้วางใจ !! รูปที่ 1

 

ความเป็นเลิศทางสติปัญญาและความสามารถเหนือปัจเจกบุคคลของนายมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Elliot Zuckerberg) ปรากฏให้เห็นตั้งแต่วัยละอ่อน เขาสร้างเนื้อสร้างตัวรวยแบบโคตะระเร็วเท่าที่นิตยสาร Forbes เคยทำเซอร์เวย์วิ่งมา ในพลพรรคผู้ที่สร้างความรุ่มรวยด้วยตนเอง Earning Per Share มีมูลค่าสูงกว่าห้าหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว

มหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดอันดับหนึ่งของโลก ใช้เวลาเพียง 6 ปีเท่านั้นสำหรับการกระโดดมายืนหยัดอยู่บนแท่นนี้ เขาสร้าง Facebook.com ให้ชาวโลกได้รู้จักและติดงอมแงม ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีผู้ใช้มากที่สุดในวินาทีนี้

มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก มีเชื้อสายยิว-อเมริกัน คงสืบเชื้อสืบวงศ์มาจากไอน์สไตน์ หรือ ฟอน บราวน์ ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ปี 1984 เติบโตในย่าน Dobbs Ferry นิวยอร์ก เข้าศึกษาระดับไฮสกูลที่ Ardsley และไปจบเอาที่ Phillips Exeter Academy ในปี 2002

สมัยเรียนไฮสกูล ซัคเคอร์เบิร์กหัดเป็นโปรแกรมเมอร์ตั้งแต่อยู่เกรด 6 เขากับผองเพื่อนร่วมกันสร้างโปรแกรมสำหรับเรียนรู้นิสัยการฟังเพลงของผู้ใช้ Winamp และ MP3 เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทางอินเตอร์เน็ต ซัคเคอร์เบิร์ก

เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด แล้วหยุดเรียนไปกลางคัน จากนั้นจับพลัดจับผลูมาลงทะเบียนอีกครั้งในปี 2006 ซัคเคอร์เบิร์กเริ่มต้นโปรเจ็กต์ตัวแรกกับเพื่อนร่วมคลาส Arie Hasit ชื่อของโปรเจ็กต์นี้คือ Coursematch เป็นบริการที่เปิดให้นักศึกษาสามารถดูรายชื่อเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้

โปรเจ็กต์ต่อมา คือ Fashmash.com เว็บไซต์โหวดรูปนักศึกษาฮาร์เวิร์ดว่าใครได้รับความนิยมชมชอบมากหรือน้อย แต่แล้วเมื่อโปรเจ็กต์นี้ให้บริการจริงบนโลกออนไลน์เพียง 4 ชั่วโมง มหาวิทยาลัยก็ถึงกับลงดาบระงับการใช้อินเตอร์เน็ตของ ซัคเคอร์เบิร์ก ด้วยข้อหาว่าละเมิดนโยบายการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่มหาวิทยาลัยกำหนดและเป็นภัยต่อรับความปลอดภัยคอมพิวเตอร์…อุปสรรคไม่มี บารมีไม่เกิด

ซัคเคอร์เบิร์กให้กำเนิด Facebook จากหอพักนักศึกษา ด้วยฤกษ์งามยามดี 4 กุมภาพันธ์ 2004 บางสื่อระบุว่า ซัคเคอร์เบิร์กเขียนโปรแกรมเฟซบุ๊กชุดดั้งเดิมในระยะเวลาไม่ถึงปักษ์ คราวนี้ไม่ใช่บริการโหวดรูปหรือบริการแสดงรายชื่อเพื่อนร่วมชั้น แต่เป็นบริการที่ให้โพสข้อมูลของตัวเองอย่างไร้ขีดจำกัด

แน่นอนว่าเฟซบุ๊กได้รับความนิยมถล่มทลายในฮาร์เวิร์ด นักศึกษา 2 ใน 3 แห่แหนลงทะเบียนใช้งานตั้งแต่ 2 สัปดาห์แรกที่เปิดให้บริการ ต่อมา ซัคเคอร์เบิร์ก และ Dustin Moskovitz เริ่มขยายบริการเฟซบุ๊กไปยังมหาวิทยาลัยอื่น อาทิ สแตนฟอร์ด โคลัมเบีย และเยล ราว 4 เดือน สถานศึกษาที่ใช้บริการเฟซบุ๊กมีจำนวนราว 30 แห่ง เมื่ออะไรๆ ไปได้สวย ซัคเคอร์เบิร์กเลยตกลงใจเดินทางไปพาโลอัลโต แคลิฟอร์เนีย พร้อม Moskovitz และกลุ่มเพื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2004 ทั้งกลุ่มวางแผนกลับฮาร์เวิร์ดให้ทันฤดูใบไม้ร่วง ทว่าก็เปลี่ยนใจอยู่ที่แคลิฟอร์เนียต่อไป และขาดเรียนที่ฮาร์เวิร์ดตั้งแต่นั้น (กรณีศึกษานี้ ผู้อ่านที่อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ควรได้รับคำแนะนำ)

ซัคเคอร์เบิร์กได้พบกับ Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้งบริการชำระเงินออนไลน์ PayPal ซึ่งให้ทุนก้อนแรกมา 5 แสนเหรียญ สำนักงานเฟซบุ๊กแห่งแรกจึงกำเนิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยอะเวนิว ปัจจุบันเฟซบุ๊กมีอาคารสำนักงานในเมือง พาโลอัลโต จำนวน 4 อาคาร ซึ่งซัคเคอร์เบิร์กขนานนามว่า “Urban Campus”

Facebook ร้อนแรง หอมหวาน และยอดเยี่ยมว่า My space เพราะเหมาะสำหรับ “เด็กดี” ขณะที่ My Space เหมาะสำหรับขาร็อก ฮิปฮอป ศิลปิน หรือคนทำงาน—นักวิจัยจากสถาบันแห่งหนึ่งในอังกฤษ

บริษัทออนไลน์ระดับทศกัณฐ์อย่าง Yahoo.com เสนอตัวซื้อกิจการเฟซบุ๊กด้วยมูลค่าสูงลิ่งถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ได้รับการปฏิเสธจากซัคเคอร์เบิร์ก ไม่นานมานี้ เซิร์ชเอนจินระดับอินทรชิตอย่าง Google ก็อยากได้กับเขาเหมือนกันกับพี่ชาย ยื่นข้อเสนอทุ่ม 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา แต่ดูทีท่าของซัคเคอร์เบิร์กแล้ว ก็ยังอยากตรึงราคาไว้อยู่…ได้อีก ยังสูงได้อีก

 

Mark Zuckerberg อัจฉริยะรวยเร็ว จนโดนตั้งประเด็นไม่ไว้วางใจ !! รูปที่ 2

 

แบ่งขายให้ไมโครซอฟต์

บิลล์ เกตต์ ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงิน 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับหุ้นเฟซบุ๊กเพียง 1.6% เมื่อปลายปี 2007 ตั้งแต่เฟซบุ๊กให้บริการมาได้แค่ 3 ปี และมีผู้ใช้บริการเพียง 50 ล้านคนขณะนั้น รายได้ของเฟซบุ๊กก็ยังไม่มากมายเท่าทุกวันนี้

กระนั้น การตัดสินใจของไมโครซอฟต์หนุนส่งให้ Market Value ของเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในชั่วข้ามคืน ช่วงเวลานั้นมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไมโครซอฟต์คงกินยาไม่ได้เขย่าขวดเป็นแน่ ถึงได้ตัดสินใจขี่ช้างจับตั๊กแตน แต่นักวิเคราะห์ที่รู้จริงกลับเดาทางถูกว่า เงิน (แค่) 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว จิ๊บ จิ๊บ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ไมโครซอฟต์หมายมั่นปั้นมือ

นั่นคือ การแลกกับสินทรัพย์มหาศาลในงบดุลที่มองไม่เห็น จากการเข้าถึงฐานลูกค้าประมาณมดๆ ของเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะลูกค้าต่างด้าว เช่น พี่ไทย พี่ยุ่น พี่ดงบัง ในวัยอยากรู้อยากเห็น อยากลอง ซึ่งไมโครซอฟต์ยังเข้าไม่ถึง

นอกจากนี้ ดีลประวัติศาสตร์อีกครั้งของเฟซบุ๊ก ก็คือตกลงขายหุ้นนิดหน่อยให้กับกลุ่มนักลงทุนอินเตอร์เน็ตระดับกุมภกรรณ สัญชาติรัสเซีย DST-Digital Sky Technology เพื่อแลกกับการเจาะตลาดในแถบรัสเซียและยุโรปตะวันออก ซึ่ง DST เป็นเจ้าของธุรกิจและนายทุนใหญ่คุมตลาดอินเตอร์เน็ตทั้งภูมิภาคดังกล่าว

ถึงแม้ว่ามาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก จะล่ำซำทั้งเงินทองและชื่อเสียงชนิดที่หาตัวจับยาก ทว่าเขายังคงใช้ชีวิตสมถะไม่แตกต่างอะไรจากเดิม สวมสเวตเตอร์สีโมโนโทน กับสแลกบ้านๆ รองเท้าแตะยี่ห้อนิดหน่อย และยังคงเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ใกล้ออฟฟิศย่านพาโลอัลโต ซึ่งเป็นซิลิคอนวัลเลย์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เหมือนเมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งเฟซบุ๊กใหม่ๆ ภายในนั้นมีแค่ฟูกราคาเยาว์ โต๊ะทำงานกับเก้าอี้คู่หนึ่ง ส่วนเบรกฟาดของมหาเศรษฐีผู้นี้ ยังคงเป็นซีเรียลใส่นม เมื่ออิ่มท้องแล้วก็ขี่จักยานไปทำงานแบบชิลล์ๆ

 

 

เรื่องโดย : Kengchakad

ที่มา : http://www.magazinecrush.com