ว.วชิรเมธี ?อาตมายินดีเป็นวัตถุดิบให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์? [ธรรมะ]

Home / In focus / ว.วชิรเมธี ?อาตมายินดีเป็นวัตถุดิบให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์? [ธรรมะ]

คนปากร้ายบางคนขนานนามท่าน ว.วชิรเมธี ว่า “พระเซเลบ” เพราะการเป็นพระสงฆ์ที่ทำงานเชิงรุกในการเผยแพร่พระศาสนาของท่าน ผลงานของท่านเผยแพร่ออกมามากมายทั้งในรูปแบบหนังสือ สื่อวีดีทัศน์ รายการวิทยุ การบรรยายตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ และแม้กระทั้งสื่อใหม่อย่างทวิตเตอร์ ส่งผลให้ท่าน ว.วชิรเมธี กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากมายทั้งในแง่บวกและลบ

 

ว.วชิรเมธี “อาตมายินดีเป็นวัตถุดิบให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์” รูปที่ 1

 
4 ปีที่แล้ว GM เคยสัมภาษณ์ท่านมาครั้งหนึ่งที่วัดเบญจมบพิตร ครั้งนั้น ท่านคือพระนักวิชาการรุ่นใหม่ที่กล้าพูดถึงปัญหาทั้งสังคมและการเมืองอย่าง ตรงไปตรงมา จนมีบางคนตั้งคำถามกับบทบาทของพระสงฆ์ว่าพระควรพูดเรื่องการเมืองด้วยหรือมา ครั้งนี้ ไร่เชิญตะวัน – คือสถานที่นัดพบในครั้งนี้ ตั้งอยู่บนเส้นทางระหว่างอำเภอเมืองกับอำเภอเทิง ห่างจากตัวเมืองจังหวัดเชียงราย 17 กิโลเมตร โดยท่านมาพัฒนาจากไร่ข้าวโพดและป่ารกชัฏ ให้กลายเป็นสถานที่ปลีกวิเวกและจำพรรษา โลกอยู่กับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ณ เวลานี้ มุมมองและวิธีคิดของท่านได้เปลี่ยนแปลง จากเมื่อ 4 ปีก่อน อย่างไรหรือไม่ ขอเชิญร่วมสนทนาธรรมกับท่านได้ นับตั้งแต่บรรทัดถัดจากนี้ไป….

 

 

“อาตมาไม่เบื่อกับการเป็น ว.วชิรเมธี เพราะว่ามันเป็นสมมุติ มันไม่เป็นปัญหากับอาตมา โชคดีของอาตมาก็ตรงนี้แหละ ว่าอะไรคือสมมุติ และจะใช้สมมุตินั้นได้อย่างไร ฉะนั้น มันจึงไม่เคยเข้ามารบกวนใจเรา”

 

 

“ความดีมันมีปัญหา เพราะว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมาหลายคนผูกขาดการสัมปทานความดี ผูกขาดการนิยามความดี แล้วก็เอาความดีที่ตนเองสัมปทานนั้นไปใช้เป็นเครื่องมือการต่อสู้ทางการเมือง”

“ปัญญาชนทั้งหลายต้องมาตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า เรามีเจตนารมณ์ที่ดีกับบ้านเมืองนี้ไหม หรือว่าเราก็แค่ใครคนหนึ่งที่แสวงหาโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัวท่ามกลางวิกฤติของบ้านเมืองเท่านั้น”

“มนุษย์เวลาที่จะแบ่งข้าง มันไม่ได้แบ่งข้างเพราะสีเสื้อ มันแบ่งเพราะความคิดก่อน เพราะฉะนั้นเราต้องหาวิธีที่จะให้คนไทยคิดอะไรในลักษณะองค์รวมให้ได้ การมององค์รวมคือสิ่งที่เรียกว่า ‘อิทัปปัจจยตา'”

 

 

“ทุกวันนี้เรามีวัดมากกว่าเซเว่นอีเลฟเว่น เรามีกว่าสามหมื่นวัด แต่วัดที่ทำบทบาทของวัดในฐานะองค์กรทางสังคม สร้างคนให้รู้ ให้ตื่น ให้เบิกบาน น้อยมาก คือมากปริมาณ แต่ประสิทธิภาพต่ำ”

“อาตมาคิดเสมอว่าสิ่งที่อาตมาควรทำไม่ใช่การเขียนคัมภีร์ อาตมาคิดว่าบูรพาจารย์ของเราใช้เวลากับการสร้างคัมภีร์เยอะมาก พอมาถึงรุ่นของเรา เราควรจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้”

 

 

“ทุกวันนี้เรามีพุทธศาสนาไว้บูชามากกว่าปฏิบัติ และเรากำลังทำให้พุทธศาสนาของเราเป็นศาสนาที่เข้าไม่ถึง แตะต้องไม่ได้ เราผูกขาดศาสนาไว้กับตัวเอง วันหนึ่งคนรุ่นใหม่จะทิ้งศาสนาไป”

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก GM Live, GM Magazine ครับ

 

 

 

POSTED BY

แฟชั่น 4 พระเอก 4 รุ่น ครบรอบ 4 ปี นิตยสาร CRUSH รูปที่ 10

 

——————————

 

ชาว Men.Mthai ตามติดสาระน่ารู้ เรื่องน่าสนใจ อัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ กันตลอดได้ที่

www.facebook.com/Men.Mthai

http://twitter.com/X_Samurai_X