ภาณุ อิงคะทัต เปิดตำนาน 30 ปีแห่งความสำเร็จ เกรย์ฮาวน์

Home / In focus / ภาณุ อิงคะทัต เปิดตำนาน 30 ปีแห่งความสำเร็จ เกรย์ฮาวน์

นอกจากแบรนด์เสื้อผ้า เกรย์ฮาวน์ (Greyhound) จะติดอันดับท็อปฮิตของแบรนด์ไทยที่ขึ้นชื่อในเรื่องของ ดีไซน์ เอกลักษณ์ที่โดดเด่น เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แบรนด์สัญชาติไทยสุดฮิปนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ที่น่าแปลกใจแก่วงการแฟชั่น บ้านเราไม่ใช่น้อย ด้วยการเปิดร้านอาหาร “Greyhound Café” เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนแบบ เกรย์ฮาวน์มากขึ้น ด้วยการคัดสรรเมนูและการตกแต่งร้านแบบครีเอทสุดๆ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในการแง่การตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

ภาณุ อิงคะทัต เปิดตำนาน 30 ปีแห่งความสำเร็จ เกรย์ฮาวน์ รูปที่ 1

ไม่น่าเชื่อว่าจากร้านเสื้อผ้าแบรนด์ไทยโนเนมแห่งหนึ่งที่เปิดให้บริการสาขา แรกที่สยามเซ็นเตอร์ ด้วยแนวคิดของหุ้นส่วน 4 คนที่อยากทำธุรกิจอะไรที่สนุกร่วมกัน จากวันนั้น 30 ปีผ่านไป เกรย์ฮาวน์ ได้สร้างอาณาจักรของแบรนด์ให้ยิ่งใหญ่ ขยับขึ้นเป็นแบรนด์แถวหน้าของเมืองไทย จนกลายเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของคนทั่วโลก

เปิดตำนาน “Greyhound”
ภาณุ อิงคะทัต ผู้ก่อตั้งและถือหุ้นหลักในบริษัทเกรย์ฮาวน์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการสร้างแบรนด์ว่า เดิมที่หุ้นส่วนทั้ง 4 คนที่มาลงขันกันนั้นไม่มีใครที่เรียนจบมาทางด้านแฟชั่นหรือดีไซน์เลยสักคน แต่พวกเราทั้ง 4 มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน เราชอบเรื่องการแต่งตัวและรักในแฟชั่น ประกอบกับคิดว่าอยากจะทำธุรกิจอะไรสักอย่างร่วมกัน เลยมาจบที่การเปิดร้านเสื้อผ้า ซึ่งในช่วงแรกนั้น ที่ร้านจะมีแต่คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าผู้ชายที่เน้นความเรียบง่าย แต่ดูโก้เก๋ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก เพียงแค่ปีแรกทุนที่ร่วมกันลงทุนไป คนละ 250,000 บาทก็ได้คืนแล้ว เราก็เลยเริ่มขยายธุรกิจออกมาที่เสื้อผ้าผู้หญิง กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ จนแตกออกเป็นอีก 2 แบรนด์น้องใหม่ คือ Playhound By Greyhound และ Hounds and Friend

“ส่วนหนึ่งที่เกรย์ฮาวน์ ประสบความสำเร็จค่อนข้างเร็วนั้น เป็นเพราะช่วงที่เรามาเปิดแบรนด์ ตลาดเสื้อผ้าในเมืองไทยยังไม่ค่อยบูม มีไม่กี่แบรนด์เอง เรียกได้ว่าเราเป็นแบรนด์ไทยแบรน์แรกๆ เลยด้วยซ้ำ ซึ่งต้องยอมรับว่าตอนนั้นตลาดเสื้อผ้ายังโตได้อีกเยอะ”

และแม้ครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์คนเก่งจะถ่อมตัวว่า ประวัติศาสตร์ 30 ปีที่ผ่านมา เกรย์ฮาวน์จะเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ ที่ยังอยู่ระหว่างการเรียนรู้และการพัฒนาอีกมาก แต่พอฟังถึงปรัชญาในการทำงานของบริษัทแล้ว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริง เพราะเขาเลือกที่จะซึมซับประสบการณ์ 25 ปีอันล้ำค่าจากการร่วมงานกับบริษัทโฆษณาชื่อดังระดับโลกอย่าง ลีโอ เบอร์เน็ต ประเทศไทย ทั้งในแง่กระบวนการคิด นโยบาย และปรัชญาในการบริหารงาน มาปรับใช้จนประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวาง

บันได 4 ขั้นสู่ความสำเร็จ
“ปรัชญา ในการทำงานของเกรย์ฮาวน์ มี 4  หลักใหญ่ คือ 1. Stay Small คือ คิดว่าเรายังเป็นบริษัทเล็กเสมอ แต่คำว่าเล็กในที่นี่ไม่ได้เล็กแบบเสื้อไซส์เอส แต่เล็กในแง่ที่ทำให้ทุกคนทำงานใกล้กันมากขึ้น ลดขั้นตอนกระบวนการสื่อสารที่ซับซ้อน รวมทั้งใกล้ชิดปัญหามากขึ้น 2. Basic with A twist ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของผลงานจากเกรย์ฮาวน์ทุกชิ้น พูดง่ายๆคือ ผลงานที่ออกมาต้องเข้าใจง่าย แต่แฝงด้วย Twist of Creativitiies คือลูกเล่น กิมมิก หรือ อะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในชิ้นงาน

“ยกตัวอย่างตอนที่เริ่มทำ “Greyhound Café” ผมไม่รู้สึกว่ายากเลย เพราะผมย้อนมาสู่จุดเริ่มต้นเดียวกับตอนทำแบรนด์เสื้อผ้า คือ ดูว่าเราชอบกินอะไร ชอบชีวิตแบบไหน แล้วก็เก็บประสบการณ์หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากการมองสิ่งรอบตัวหรือการท่อง เที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราว ซึ่งเราใส่ได้เข้าไปตั้งแต่ในแมนูอาหารของร้าน ที่จะมาเขียนธรรมดาๆ ไม่ได้ แต่เราต้องครีเอทเรื่องราวลงไป อย่างสูตรอาหารของที่ร้าน ก็พิเศษไม่เหมือนใคร เช่น เมนูสลัดน้ำพริกปลาทู แซลมอนแช่น้ำปลา หรือ ทับทิมกรอบกับเชอเบทมะพร้าวอ่อน หรือแม้กระทั่งการตกแต่งร้านแต่ละแห่ง เราก็จะเลือกนำเสนอไอเดียต่างๆ เช่น แทนที่แผนที่โลก จะบอกชื่อเมืองหรือประเทศ เราก็เปลี่ยนเอามาบอกเมนูอาหารแทน เชน ถ้าเมนูสปาเก็ตตี้ก็อยู่ตรงประเทศอิตาลี หรือแม้แต่ช็อปเสื้อผ้า เราก็พยายามใส่ไอเดียเข้าไป ด้วยการตกแต่งร้านสไตล์ต่างๆ ให้ลูกค้ารู้สึกไม่จำเจ เช่น เป็นอพาร์ตเมนต์ หรือ อาร์ตแกลลอรี่บ้าง ทั้งนี้ยังทำให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอีกด้วย”

สำหรับปรัชญาข้อที่ 3 คือ Foerever young  ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังคงต้องตามเทรนด์หรือกระแสแฟชั่นให้ทันอยู่เสมอ ที่สำคัญเราจะปล่อยให้แบรนด์แก่ไปตามคนทำไม่ได้ ดังนั้นหนึ่งในวิธีแก้คือการสร้างเลือดใหม่ในแบรนด์อยู่เสมอ เพื่อเปิดรับไอเดียใหม่ แต่ต้องไม่ลืมสร้างความสมดุลของเลือดเก่าที่คงเอกลักษณ์ของความเป็นแบรนด์ ไว้ด้วย 4. The Right Team เพราะเชื่อว่าคนเราไม่สามารถทุกงานให้ประสบความสำเร็จได้โดยลำพัง ฉะนั้นการจะก้าวไปต้องอาศัยทีมที่ดี ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นคนที่พูดภาษาเดียวกันคุยกันรู้เรื่อง มีความชอบคล้ายกัน

เชื่อแล้วว่าไม่ธรรมดาจริง เพราะแม้จะเป็นเพียง 4 ข้อสั้น แต่ก็เปรียบเสมือนบันไดคอนกรีตที่สร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้แบรน์เสื้อผ้า ไทยอย่าง “Greyhound” ก้าวสู่แถวหน้าของวงการแฟชั่นได้อย่างสง่างามภายในเวลา 30 ปี แต่ใช่ว่าความสำเร็จจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะแว่วมาว่า ทางเกรย์ฮาวน์กำลังจะมีแผนเพิ่มแบรนด์แฟชั่นและร้านอาหารภายใต้ชายคาของ เกรย์ฮาวน์ขึ้นมาอีกในปีนี้ ซึ่งสาเหตุที่ต้องแบ่งซอยๆ เป็นหลายๆ ชื่อ หลายๆ บริษัทย่อยนั้น คุณภาณุบอกว่า เพื่อแบ่งงานและทีมที่ดูแลให้ชัดเจน ที่สำคัญยังเป็นการขยายฐานลูกค้าอีกด้วย

งานนี้เชื่อว่าเกรย์ฮาวน์ก็คงรับทรัพย์อื้อซ่าอีกตามเคย…

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ภาณุ อิงคะทัต เปิดตำนาน 30 ปีแห่งความสำเร็จ เกรย์ฮาวน์ รูปที่ 2