โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ทูตแห่งความสุข

Home / In focus / โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ทูตแห่งความสุข
เสียงแห่งความสุขจาก โต๋-ศักดิ์สิทธิ์
 
โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ทูตแห่งความสุข รูปที่ 1

 

   รู้จักตัวตนของ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร กับบทบาท ทูตแห่งความสุข ในโครงการ สุขสร้างได้ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
 
   ถ้า “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” ยกให้ The Legend of 1900 เป็นหนังในดวงใจ คงไม่ใช่เพราะเขา “อิน” กับเรื่องราวชีวิตไร้รากของตัวละครเอก ที่เกิดและเติบโตบนเรือเดินสมุทรลำยักษ์แต่เป็นความหลงใหลในมนต์เสน่ห์ “เปียโน” ตลอดการเดินทางของชีวิต
 
   ยิ่งมองย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนเดินมาถึงทางแยกระหว่างการเป็น“บอยแบนด์” ตามข้อเสนอค่ายเพลงยักษ์ใหญ่กับการฟังเสียงข้างในตัวเอง เป็น “นักเปียโน”  ถึงวันนี้ เด็กหนุ่มวัย 25 ปี ยิ่งมั่นใจว่ามาถูกทาง
 
   “ผมโชคดีที่ค้นพบตัวเองเร็ว ตอบใครๆ ได้มาตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นนักดนตรี เพราะเห็นคุณพ่อเล่นคอนเสิร์ตมาตั้งแต่เล็ก ก่อนเข้าวงการมีหลายค่ายติดต่อเข้ามาแต่คุณพ่อไม่อนุญาต กระทั่งครั้งนั้นคุณพ่อก็ให้ผมตัดสินใจเอง ถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตสำหรับเด็กอายุสิบห้า”
 
พลิกความคาดหมายที่ใครๆ ก็มีสิทธิ์คิดได้ว่าโต๋ (อาจ) โตตามสั่ง !!
 
   “เคยรู้สึกเหมือนกันว่าทำไมชีวิตเรามันเป็นตารางเสาร์ อาทิตย์ เรียนพิเศษเต็มสล็อต วาดรูป เปียโน ว่ายน้ำ เยอะแยะไปหมด วันเสาร์ซ้อมดนตรี วันอาทิตย์ไปโบสถ์และเล่นดนตรี มันหนักมาก ไม่ได้เที่ยวเลย อย่างเซนเตอร์พอยท์ผมไปเดินครั้งแรกตอนอายุสิบเก้า” บางคนอาจมองว่าชีวิตวัยรุ่นของโต๋หายไป แต่เขากลับบอกว่าเขารู้สึกตรงกันข้าม “ผมว่าผมใช้มันซะคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม”
 
   โต๋เชื่อว่าโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ทุกอย่างมีราคาที่จะต้องจ่าย ชีวิตทุกคนล้วนมีต้นทุน ยิ่งอยากจะไปไกลแค่ไหน ยิ่งต้องจ่ายมากเท่านั้น ตัวเราเท่านั้นที่รู้ดีว่าสิ่งที่จะต้องจ่ายเป็นอะไร สำหรับโต๋ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเวลา
 
   “ผมไม่ได้เพอร์เฟคอะไรแค่รู้สึกว่าเป็นคนหนึ่งที่หาของขวัญที่พระเจ้าให้เจอ และผมก็ซื่อสัตย์กับมัน ผมเชื่อว่าพระองค์ทรงมีน้ำพระทัยมีของขวัญให้ทุกคน ขอแค่พวกเราหาของขวัญชิ้นนั้นให้เจอ” ซื่อสัตย์กับการค้นหาตัวเองให้เจอยังไม่พอ แต่จะต้องซื่อสัตย์กับการพัฒนาพรสวรรค์ด้วย นั่นคือการมีวินัย มุ่งมั่น อย่างเอาจริงเอาจัง
 
   ทายาทหัวหน้าวงแกรนด์เอ็กซ์ยังบอกอีกว่า ทุกวันนี้เขามีความสุข แม้จะได้รับรางวัลประเภทต่างๆ มากมายทั้งด้านความประพฤติ ด้านการเรียน และด้านดนตรี นับได้กว่าครึ่งร้อย ถือเป็นเกียรติประวัติน่าภาคภูมิใจ แต่เขาไม่คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จ
 
   “ถ้าเป็นรางวัลด้านดนตรีก็จะภูมิใจแต่ถ้าเป็นเกี่ยวกับความดีในตัวเราก็จะเขินๆ ผมคิดว่ารางวัลที่ได้มาเหมือนเป็นหลักไมล์ ผ่านมาก็ผ่านไป ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเราสำเร็จ อย่าลืมว่าชีวิตคือการเดินทาง แต่เมื่อออกเดินทางแล้วควรหาปลายทางที่ฝันใฝ่ให้เจอ
 
   ทัศนะต่อรางวัล เขาบอกว่ามุมหนึ่งเหมือนเป็นแรงกดดันที่จะต้องรักษาคุณค่าตัวเองตลอดเวลา แต่อีกมุมเป็นแรงบันดาลใจชั้นดี “สองคำนี้มาคู่กันก็จริงแต่ต่างกันที่ว่าคุณจะเลือกคำไหนให้เป็นพระเอก แล้วบาลานซ์ให้ได้ชีวิตจะไม่เป็นทุกข์”
 
  แน่นอนด้วยคุณสมบัติดังว่าในมุมมองของนักการตลาด โต๋เป็นตราสินค้าชั้นดีที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคโดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่  แต่เขาจะเลือกรับงานที่สอดคล้องกับตัวตนเท่านั้น ทดสอบง่ายๆ ด้วยการสมมติตัวเองเป็นคนอื่นว่าถ้าเห็นงานนี้แล้วรู้สึกได้ทันทีว่าจะต้องเป็นโต๋เท่านั้นก็..ใช่เลย !!
 
   จำได้ว่าตอนถ่ายหนังโฆษณาสินค้าสุขภาพชื่อดัง ทีมงานได้มาสัมภาษณ์เขาเพื่อดึงตัวตนไปใส่ในหนัง  คุยไปคุยมาคำพูดของเขาที่ว่า “คนเราจะไปได้ไกลต้องทำตัวเป็นฟองน้ำ รู้จักซึมซับสิ่งรอบกาย” กลายเป็นคำพูดในทีวีซีไปโดยไม่คาดคิด
 
   นอกเหนือจากคอนซูเมอร์โปรดักส์ที่คนทั้งประเทศรู้จักดีแล้ว ล่าสุดโต๋ได้รับเชิญจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้เป็น “ทูตแห่งความสุข” โครงการ “สุขสร้างได้” เมื่อต้นพฤศจิกายนที่ผ่านมา
 
   “ฝึกฝนจนมีสมาธิ ก่อให้เกิดปัญญา สุขใจตามมาในที่สุด” ข้อความโฆษณาในโปสเตอร์รณรงค์โครงการที่มีรูปโต๋กำลังเล่นเปียโนนั้นถอดตัวตนของโต๋ออกมาได้มากที่สุด และทุกอย่างสะท้อนภาพลักษณ์ครอบครัวอบอุ่น “เวชสุภาพร” ออกมาได้เช่นกันกับสโลแกนการรณรงค์ “สุขสร้างได้ สร้างง่ายๆ ทุกครอบครัว”
 
   “ทุกวันนี้การรับงานแต่ละอย่างแม้จะมีบริษัทที่ดูแลภาพลักษณ์ของผมอยู่ ก็มีคุณพ่อร่วมตัดสินใจด้วย และความสุขของผมนอกจากได้อยู่กับครอบครัวแล้วก็คือ เสียงดนตรี ”
 
 
ขอบคุณเนื้อหา : โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ทูตแห่งความสุข รูปที่ 2