เจมส์ แคเมอรอน พ่อมดฮอลลีวูด ผู้กำกับ Avatar

Home / In focus / เจมส์ แคเมอรอน พ่อมดฮอลลีวูด ผู้กำกับ Avatar
เจมส์ แคเมอรอน
เจมส์ แคเมอรอน พ่อมดฮอลลีวูด ผู้กำกับ Avatar

   เจมส์ แฟรนซิส แคเมอรอน (อังกฤษ: James Francis Cameron) เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ค.ศ. 1954 เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชาวแคนาดา โปรดิวเซอร์ นักเขียนบทและผู้คิดค้นด้านภาพยนตร์ ผลงานเขียนและกำกับของเขาเช่น ฅนเหล็ก 2029 และ ไททานิก จนถึงปัจจุบันนี้ผลงานการกำกับของเขามียอดรวมราว 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ปรับรายได้ตามอัตราเงินเฟ้อ

   หลังจากมีผลงานภาพยนตร์หลายเรื่อง แคเมอรอน เน้นการทำงานด้านการผลิตสารคดีและระบบกล้องฟิวชันดิจิตอล 3 มิติ เขากลับมาทำผลงานภาพยนตร์อีกครั้งในรอบ 12 ปี ในผลงานเรื่อง อวตาร ที่ใช้เทคโนโลยีระบบกล้องฟิวชัน ภาพยนตร์ฉายวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2009

เจมส์ แคเมอรอน พ่อมดฮอลลีวูด ผู้กำกับ Avatar รูปที่ 2

   Avatar จะนำผู้ชมภาพยนตร์ก้าวสู่โลกใหม่ที่สุดตะลึงตาเหนือล้ำจินตนาการ เมื่อฮีโร่ผู้จำใจ ต้องออกเดินทางเพื่อปลดเปลื้องและบุกเบิก พร้อมเป็นผู้นำแห่งสงครามเพื่อปกป้องโลกของมนุษย์ต่างดาวที่เขาเรียกว่าบ้าน เจมส์ แคเมอรอน ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์ Titanic  มีโครงเรื่องภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในใจตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคในตอนนั้นจึงไม่สามารถถ่ายทอดจินตนาการออกมาเป็นภาพได้  บัดนี้เขาใช้เวลากว่า 4 ปีในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Avatar ภาพยนตร์แนวไลฟ์แอคชั่นที่ใช้สเปเชี่ยลเอฟเฟ็คสุดไฮเทค Avatar ถูกสร้างออกมาอย่างสมบูรณ์แบบด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีภาพยนตร์ ที่หลอมเราเข้าไปในโลกแห่งอารมณ์และเรื่องราวของตัวละคร

เจมส์ แคเมอรอน พ่อมดฮอลลีวูด ผู้กำกับ Avatar รูปที่ 3

เจมส์ แคเมอรอน พ่อมดฮอลลีวูด ผู้กำกับ Avatar รูปที่ 4



Avatar Thai Trailer ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

   ผมได้อ่านนิตยสาร Bioscope เล่มหนึ่ง ซึ่งมีบทความเรื่อง “คำทำนายอนาคตของ เจมส์ แคเมอรอน” เนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี 3 มิติในอนาคต ว่า
  
    อีกไม่เกิน 5 ปี เทคโนโลยี 3 มิติ
จะกลายเป็นเรื่องปกติของการดูหนังไปเลย ตามโรงภาพยนตร์จะมีแต่หนังที่เป็น 3 มิติ และไม่ว่าจะเป็นแนวอะไรก็เป็น 3 มิติทั้งนั้น เช่น แฟนตาซี แอนิเมชั่น และแอคชั่น
   อีกไม่เกิน 10 ปี เทคโนโลยี 3 มิติ จะทำให้คนดูจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในหนัง 3 มิติ เปรียบเสมือนยืนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ และยังสามารถเลือกดูเฉพาะฉาก หรือตัวละครที่ชื่นชอบได้  โดยเพียงแค่ใช้รีโมทอันเล็กๆ
   อีกไม่เกิน 15 ปี เทคโนโลยี 3 มิติ จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถึงขั้นจะต้องมีเครื่องเล่นและจอฉายภาพ 3 มิติไว้ที่บ้าน และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปเลย
   และอีกไม่เกิน 20 ปี เทคโนโลยี 3 มิติ จะช่วยให้การนำเสนอข้อมูล รวมถึงสื่อต่างๆจะกลายเป็น 3 มิติ แม้กระทั่งข่าวสารและรายการทีวี

   ฟังดูแล้วก็เหมือนเรื่องเพ้อฝันแต่หลักความเป็นจริงก็สามารถเกิดขึ้นได้ แต่จะมีคนสักกี่เปอร์เซ็นที่ยอมรับได้ในทุกๆเรื่องที่เป็นเทคนิค 3 มิติ เทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนองความต้องการ และความสะดวกสบายให้กับมนุษย์ แต่ก็ใช่ว่าจะดีอย่างเดียวเสมอไป