วิกรม กรมดิษฐ์ ?ปีศาจผู้ดี? ชำแหละสังคมไทย !

Home / In focus / วิกรม กรมดิษฐ์ ?ปีศาจผู้ดี? ชำแหละสังคมไทย !

วิกรม กรมดิษฐ์ บอก GM ว่า เขาคือ ‘ปีศาจผู้ดี’!   ความ หมายของคำคำนี้ คุณคงต้องค้นหาเอาเองจากบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ เราคิดว่า มันคือคำนิยาม ‘ตัวตน’ ของเขาที่ตรงไปตรงมา และตรงกับตัวจริงของเขาที่สุด

วิกรม กรมดิษฐ์

     บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้เกิดขึ้นในวันที่ 11 เมษายน 2552 เราอยู่กันในแวดล้อมของขุนเขาและบึงน้ำของ ‘ดงกุฎาคาร’ ใน ‘บ้าน’ หลังเล็กกลางน้ำของ วิกรม กรมดิษฐ์ ที่เขาใหญ่ในช่วงเทศกาล ‘สงกรานต์ประวัติศาสตร์’ ของเมืองไทยพอดิบพอดี  นาทีนั้น หลายเรื่องยังไม่มีใครล่วงรู้ และหลายเรื่องก็ยังค้างคาอยู่กับการคาดเดาบทสนทนาที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่อง ที่เกิดขึ้นก่อนการจลาจลและบทสรุปของมัน แต่กระนั้น บางคำถามและหลายคำตอบก็ยังดู ‘ทันกาล’ อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเป็นคำถามคำตอ บเกี่ยวกับ ‘ภาพ’ ของความขัดแย้ง และการ ‘ชำแหละ’ สังคมไทยอย่างถึงกึ๋นของ ‘ปีศาจผู้ดี’ คนนี้

     “คุยกับผมได้ทุกเรื่อง” เขาบอก ขณะหยิบแซนด์วิชใส่ปากเป็นอาหารเช้าง่ายๆ พร้อมกับการสนทนา 2 คืนก่อน เขาเพิ่งควบลัมบอร์กินีจากกรุงเทพฯ ‘กลับบ้าน’ มาอยู่ที่นี่ และอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็จะถือโอกาสพักร้อนเดินทางไปล่องเรือ จึงเป็นโอกาสดี ที่เราจะได้ซักไซ้เขาทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องของนิคมอุตสาหกรรมอมตะ (ไม่มีใครลืมว่าเขาคือผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารหรือซีอีโอ แห่งบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เจ้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรมถึง 3 แห่งในประเทศไทย) การเขียนหนังสือของเขา (จาก ‘ผมจะเป็นคนดี’ จนถึง ‘มองซีอีโอโลก’ และอื่นๆ) ไปจนกระทั่งถึงการใช้ชีวิตเศรษฐีที่ไม่เหมือนเศรษฐี บ้านเรียบแต่ไม่ง่ายหลังนี้ ถ้ำที่เขาสร้างขึ้น มูลนิธิอมตะที่ให้รางวัลกับนักเขียนมูลค่าเป็นล้าน และกระทั่งเรื่องผู้หญิง ! แต่สำคัญที่สุด เราชวนเขามา ‘ชำแหละ’ สังคมไทย ว่าเกิดอะไรขึ้น-เพราะอะไร-และสุดท้าย, เราจะร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างไร วิกรม กรมดิษฐ์ ยอมรับว่าเขาเป็นคนปากจัด ซึ่งถ้าได้อ่าน คุณก็จะยอมรับเช่นนั้นได้ โดยดุษณีแต่กระนั้น, ในความปากจัด วิกรม กรมดิษฐ์ ก็ปากจัดด้วยความจริง เขาหยิบหลายประเด็นมาตีแผ่โดยไม่กลัวว่าความจริงนั้นจะย้อนมาเป็นผลร้ายแก่ ตัว บางทีอาจเพราะเขารู้สึก ‘พอ’ แล้วกับชีวิตอันเต็มอิ่ม
 
“ผมรู้จักคำว่าพอดี กับสิ่งที่เป็นตัวตนของผม” เขาวิพากษ์ตัวเองอย่างนั้น
 
ให้ดีที่สุด, คุณต้องอ่านบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ให้เข้าถึงรสอย่างที่สุด !
 
++++++++++++++++++++++++++
 
มองสังคมไทยแบบวิกรม

วิกรม กรมดิษฐ์  

::  คนไทยตอแหลตัวเอง เวลาพูดถึงสิงคโปร์ ก็จะอ้างสิงคโปร์มันเล็ก ผมท้าได้เลยเอาคนไทยย้ายไปอยู่สิงคโปร์ แล้วเอาคนสิงคโปร์ย้ายมาอยู่เมืองไทย ไอ้คนไทยน่ะอดตาย เพราะเป็นไอ้พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ คนไทยไม่ค่อยเรียนหนังสือ เพราะฉะนั้นสมองนี่น้ำเยอะกว่าไขสมอง ไปดูขดสมอง ของพวกอังกฤษสิ ในสมองเขามีความเข้มข้นของเนื้อไขสมองมากกว่าคนไทย เพราะเด็กเกิดมาก็เห็นแผนที่ชีวิตเต็มไปหมด  คนที่มาบริหารประเทศเรามันมาด้วยโควตา มันเป็นธุรกิจการเมือง มันถึงได้ไม่มีคนที่เก่งจริง ถ้าตราบใดก็แล้วแต่ที่นักการเมืองไทยต้องการเป็นรัฐมนตรี ประเทศไทยก็จะมีรัฐมนตรีห่วยๆ ::
 
GM : คุณคิดว่าจะเกิดขึ้นได้จริงในเมืองไทยหรือ

วิกรม : คนไทยชอบอะไรชอบมองแบบ Side View คือมองด้านข้าง มองไปก็ติดแล้ว ถ้ามอง Bird’s Eye View มันก็เห็น คนไทยเป็นคนฉลาดแกมโกงนะ แต่เวลาอยากจะให้ฉลาดจริงๆ นี่ไม่ได้ เพราะว่าคนไทยไม่ค่อยเรียนหนังสือ เพราะฉะนั้นสมองนี่น้ำเยอะกว่าไขสมอง ไปดูขดสมองของพวกอังกฤษสิ ในสมองเขามีความเข้มข้นของเนื้อไขสมองมากกว่าคนไทย เพราะเด็กเกิดมาก็เห็นแผนที่ชีวิตเต็มไปหมดในท้องตลาด อยากจะเอาอย่างเบนจามิน แฟรงคลิน, เซอร์ไอแซค นิวตัน, เอลตัน จอห์น หรือ ริชาร์ด แบรนสัน มีหมด คนอังกฤษพอลืมตาเป๊ง ข้างหน้านี่มีวัตถุดิบอย่างนี้เต็มไปหมดเลย วัตถุดิบของคน Accumulate มาเป็นพันปี ไอ้พวกนี้ก็บริโภคตั้งแต่เด็ก ด้วยการดู ด้วยสื่อ เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพของคนอังกฤษนี่สูงมาก วันนี้คนไทยของเราใส่เข้าไปมีแต่น้ำเน่า ดูละครตบกันไปตบกันมา อิจฉาตาร้อน คนไทยมันถึงอิจฉากันทุกวันนี้ไง คนไทยทุกวันนี้ สังคมเป็นอย่างนี้เพราะอิจฉาตาร้อน เห็นแก่ตัว แล้วก็ลืมตัว วันนี้คนไทยทำร้ายกันเพราะว่าเราเห็นแก่ตัว นั่นเป็นต้นเหตุที่เราคอร์รัปชั่น แต่ถ้าเรารักตัวเราเท่ากับรักสังคมแบบคนอังกฤษ การปิดสนามบินจะไม่เกิดขึ้น การยึดทำเนียบก็จะไม่เกิดขึ้น สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองไทยวันนี้ จะไม่เกิดขึ้นในลอนดอน

GM    : จากสิ่งที่คุณพูดมาหลายเรื่อง อาจมีคนตั้งข้อหาคุณได้ว่า เป็นคนไทยหรือเปล่า หรือไม่ก็ไล่ให้ไปอยู่ที่อื่นที่คุณเห็นว่าดีกว่า คุณจะบอกพวกเขาว่าอย่างไร

วิกรม : ใช่ๆ มันบอกผมมาตั้งหลายเที่ยวแล้วละ วันหนึ่งผมไปคุยที่กองทัพเรือ ผมพูดว่าเมืองไทยเราต้องปรับตัวอย่างนี้ๆ เพราะว่าเราล้าหลังอย่างนี้ๆ เราควรต้องดูใครบ้าง คือดูลีกวนยู ดูการทำงานแบบระบบของญี่ปุ่น คนที่เราจะต้องเอาเป็นตัวอย่างก็คือ จอร์จ วอชิงตัน มันขึ้นมาบอก คุณวิกรมเป็นคนไทยหรือเปล่า ก็ธรรมดา เพราะว่าเรามันจมปลักอยู่ เดิมทีผมไม่อยากจะกลับมาประเทศนี้นะ ที่ผมไปชกพ่อผมตอนอายุ 18 เพราะผมเห็นความสกปรก ผมเห็นความคอร์รัปชั่น เห็นความไม่ดีของคนไทยเยอะ แต่ตอนหลังก็คิดว่า เราเป็นคนหลีกหนีความรับผิดชอบ ที่จริงแล้วเราเป็นคนที่นี่ แต่เราปัดความรับผิดชอบ ถ้าผมเป็นคนอื่นนะ วันนี้รวย ทำไมไม่ไปเอนจอย ไปปารีสช้อปปิ้ง ไปนิวยอร์ก แต่มาบ่นให้พวกคุณฟัง ฟังแล้วก็อึดอัดฉิบหายเลย เหนื่อยจริงๆ ฟังผมพูดนี่ แล้วก็กลายเป็นสร้างศัตรูไปหมด สร้างความรำคาญให้คนที่เขารักประเทศนี้ ไอ้พวกนั้นมันด่าผมว่าเป็นคนไทยหรือเปล่าวะ

วิกรม กรมดิษฐ์

            
การเมืองเรื่องวิกรม
 
:: ถามว่าประเทศไทยต้องการผู้นำแบบไหน ผมว่าส่วนดีแบบคุณทักษิณรวมกับส่วนดีแบบคุณอภิสิทธิ์ คือเป็นนักธุรกิจบวก กับนักการเมืองเพียวๆ เป็นคนไบรท์และขาวสะอาด ::
 
GM : ถ้าให้คุณมองความขัดแย้งทางการเมืองของไทย ณ นาทีนี้ คุณคิดว่าถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหยุดเคลื่อนไหว จะช่วยอะไรได้เยอะไหม เช่น คุณทักษิณ

วิกรม : ถ้าคุณทักษิณหยุดการเคลื่อน ไหว แต่ไม่เลิกเล่นมันก็คงไม่ได้หรอก  แต่มันก็ลำบากสำหรับแก อย่างแกเองแกถอยก็ลำบาก เพราะถอยก็เข้าคุก ถ้ายูเป็นคุณทักษิณ ยูจะทำยังไงล่ะ หนึ่ง, มีความรู้สึกว่าตัวเองถูกถีบลงจากกลางอากาศเลยตอนที่อยู่นิวยอร์ก สอง, ถูกริบเงิน สาม, เข้าคุก สี่, ตอนนี้ก็ลอยไปลอยมา โดยเฉพาะแกเป็นคนนิสัยแบบที่ต้องต่อสู้ แต่ทีนี้ถ้าต่อสู้ไปมันมีอะไรดีขึ้นล่ะ ก็เหมือนกับเราสาดน้ำตอนสงกรานต์ ยูเปียก ผมก็เปียก
 
GM
: ระหว่างคุณทักษิณกับคุณอภิสิทธิ์ ถ้าพูดในแง่ของการเป็นผู้นำหรือเป็นซีอีโอ คุณคิดว่าใครมีแต้มเหนือกว่ากันอย่างไร และประเทศไทยต้องการคนแบบไหน

วิกรม : ในเชิงของผลงาน แน่นอนละว่า คุณทักษิณแกเป็นพ่อค้า เป็นนักธุรกิจ เป็นข้าราชการ เป็นนักการเมือง แล้วแกก็ไบรท์ เป็นคนขยัน มีนายกฯคนไหนที่ทำงานมากเท่าแกบ้าง ว่าถึงชั่วโมงทำงานนะ นั่นคือคุณทักษิณ คุณอภิสิทธิ์นี่ต่างกัน เพราะว่าชาติตระกูล พ่อเป็นทูต ฉะนั้นก็เลี้ยงมาอย่างนั้น แล้วก็เข้ามาเพื่อเป็นนักการเมืองเพียวๆ ชั่วโมงบินก็ยังไม่เยอะ แต่เป็นคนปรับตัวเร็ว เป็นคนไบรท์ เป็นคนขาวสะอาด มันก็ต่างกัน  ถ้าถามผมว่าประเทศไทยต้องการแบบไหน ผมว่าต้องการ Combination เอา 2 คนนี่ผสมกัน คุณทักษิณนี่ถ้ามีความ Humble อย่างคุณอภิสิทธิ์ วันนี้คุณทักษิณจะเป็นรัฐบุรุษ จะหาคนที่มาเทียบกับแกยาก เพราะว่าแกเป็นคนสร้างสังคม สร้างเศรษฐกิจ แต่แกขาดตรงนี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้แกเหนื่อย แล้วแกก็ชอบเป็นโขลง ทั้งญาติทั้งเพื่อน เห็นแกเดินเที่ยวมั้ย แกเดินนี่ชอบเดินแบบข้ามาเป็นโขลง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นปัญหา ด้วยความที่นิสัยแบบนี้ ด้วยผลประโยชน์ ที่มันทับซ้อนกัน สิ่งที่คุณทักษิณทำขึ้นมา ก็ทำเพราะแกเป็นนักธุรกิจ แต่ด้วยความที่แกดันมาอยู่ในตำแหน่ง ใครก็เกรงใจ ใครก็ถวาย ใครก็ทำให้ เพราะฉะนั้นเงินที่มันพอกพูนมา มันก็เยอะ โดยข้อเท็จจริง มันเป็นอย่างนั้น

            ผม มองว่า ถ้าสมมุติคุณทักษิณแกเป็นคนระแวดระวัง และเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าแกกำลังเป็นนักการเมือง และเป็นผู้นำประเทศ แล้วตั้งอยู่ในจรรยา-บรรณ ถ้าแกตั้งตัว ระวังตัว ก็จะไม่มีปัญหาอย่างนี้ แต่แก หนึ่ง, มองข้าม สอง, ตอนหลังมาเห็นช้างตัวเท่าหมู มันก็เป็นปัญหา ถ้าผมเป็นแก ผมก็ต้องต่อสู้ แต่ถ้าเกิดว่าแกเป็นคนปลง แล้วบอกว่า เออ…แค่นี้ก็เอาแล้ว ซาโยนาระแล้ว เลิกแล้วต่อกัน พอทุกอย่างมันเงียบแล้วอั๊วอาจจะกลับมาตายแบบจอมพลประภาส (จารุเสถียร) จอมพลถนอม (กิตติขจร) มันก็มีทางออก แต่ถ้ามารบกันอย่างนี้มันก็ลำบาก
 

ติดตามอ่านต่อได้ใน 
 นิตยสารจีเอ็ม
GM 370 VOL.24 MAY 2009

………………………………………………………………………………………………………………………………….

วิกรม กรมดิษฐ์ ‘วันนี้ผมจะเป็นคนดี’

วิกรม กรมดิษฐ์ ‘วันนี้ผมจะเป็นคนดี’

พร้อมคลิปสัมภาษณ์จากรายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย"