สงกรานต์ เตชะณรงค์ ชีวิตฟ้าหลังฝน

Home / In focus / สงกรานต์ เตชะณรงค์ ชีวิตฟ้าหลังฝน

ชีวิตฟ้าหลังฝนของทายาทโบนันซ่า
สงกรานต์ เตชะณรงค์
อดีตเด็กล้างจาน…สู่นักธุรกิจพันล้าน

การเดินทางชั่วระยะเวลา 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ จุดมุ่งหมายไปยังโรงแรมโบนันซ่า รีสอร์ท เขาใหญ่ (The Bonanza Khao Yai Hotel) เพื่อพูดคุยกับนักบริหารรุ่นใหม่ไฟแรง ทายาทคนโตของเศรษฐีพันล้าน ไพวงษ์ เตชะณรงค์

สงกรานต์ เตชะณรงค์ หนุ่มหล่อหน้าเข้ม คมสัน อดีตนายแบบสุดฮอตที่เคยลุ่มหลงอยู่กับชื่อเสียงและแสงสี ชีวิตคลุกคลีอยู่กับเพื่อนติดยา ท่องราตรีแทบทุกคืน จนครอบครัวระอา ตัดสินใจส่งไปศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์

สงกรานต์ เตชะณรงค์
สงกรานต์ เตชะณรงค์

หลังจากไปใช้ชีวิตที่แดนกีวีเพียงลำพัง ชายหนุ่มกลายเป็นคนใหม่ ตั้งใจเรียนจนสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านการเงิน พ่อและแม่ไว้วางใจให้นั่งแท่น กรรมการผู้จัดการใหญ่ โบนันซ่า เขาใหญ่ ที่มีพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ เมื่อเราเดินทางไปถึงสถานที่นัดหมาย หนุ่มสงกรานต์กำลังง่วนอยู่กับการทำงานอย่างขะมักเขม้น ทั้งประชุมพนักงาน ดูแลลูกค้าที่มาเยือนโรงแรมอย่างใกล้ชิด ไม่นานนักจึงปลีกตัวออกมานั่งพูดคุยถึงหน้าที่นักบริหารรุ่นใหม่ที่หัวใจโสด สนิท

“ตอนแรกผมไม่ค่อยอยากมาทำ ช่วงนั้นเพิ่งอายุ 23 ปี ยังอยากเที่ยวบ้าง แต่เวลาผ่านไปเกือบ 3 ปีแล้วกับการอยู่ที่นี่ ผมก็อยู่ได้ เพราะตอนไปเรียนนิวซีแลนด์บรรยากาศก็ไม่ต่างจากเขาใหญ่ แล้วพอผมมาถึงก็ได้พัฒนาธุรกิจที่นี่ทั้งหมด รวมทั้งคอนโดมิเนียม 2 โครงการที่ผมสร้างก็ขายหมด ตอนนี้กำลังสร้างโครงการ 3 คอนโดขายได้เพราะอยู่ติดกับสนามกอล์ฟ ส่วนโรงแรมกำลังปรับปรุงครั้งใหญ่ ทั้งตกแต่งภายในและขยายเพิ่ม บางอย่างถ้าผมทำไม่ได้ พ่อจะพูด โอ้ย…อ่อนว่ะ (หัวเราะ) แต่ผมก็จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด” นักธุรกิจหนุ่มแจกแจงฉะฉาน

สงกรานต์ เตชะณรงค์
สงกรานต์ เตชะณรงค์

ใน อนาคตอันใกล้เขากำลังจะทำสนามยิงปืนเพนต์บอล เหมือนฉากหนัง พร้อมจำลองเมืองสงครามเพื่อให้ผู้เล่นสนุก มีความสุขแล้วไม่เบื่อ นอกจากจะได้คอนเซปต์เป็นรีสอร์ตของครอบครัวแล้ว ที่โบนันซ่ายังมีอะไรให้ทำมากกว่าการพักผ่อน เนื่องจากมีกิจกรรมต่างๆ บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ เพื่อคนรุ่นใหม่ อาทิ ขับรถเอทีวี มอเตอร์ไซค์วิบาก ขี่ม้า ขี่จักรยานเสือภูเขาชื่นชมธรรมชาติ กอล์ฟ ปีนเขา โรยตัว สนามยิงธนู และแคนู กีฬาท้าทายสำหรับผู้รักความตื่นเต้น

“ผมอยากให้ทุกคนมาพักแล้วประทับใจกับสถานที่ อยากให้ทุกคนคิดเสมือนว่าเป็นบ้านหลังที่สอง ใครได้มาอยู่แล้วจะพบความสบายใจ เพราะสิ่งก่อสร้างหรือการออกแบบจะทำจากไม้ทั้งหมด เป็นสไตล์อเมริกันคันทรี อยู่กับธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของโบนันซ่า ถ้าตรงนี้ประสบความสำเร็จทั้งหมด ผมอาจไปทำโครงการแบบนี้ที่อื่นบ้าง แต่ก็ยังเป็นแนวคิดอยู่” เขาบอกความมุ่งมั่นที่จะแตกไลน์ธุรกิจของโบนันซ่าไปยังจังหวัดอื่นๆ

ชีวิต นักบริหารรุ่นใหม่กว่าจะประสบความสำเร็จเช่นทุกวันนี้เขาเคยผ่านเรื่องราว ร้ายๆ มาพอสมควรตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มัธยม พอเริ่มฉายแววหนุ่มหล่อ อายุประมาณ 15-16 ปี มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการนายแบบ ตามประสาเด็กวัยรุ่นที่ได้เจอผู้คนและเพื่อนเป็นจำนวนมาก จากที่ไม่เคยเที่ยวกลางคืนก็ออกตระเวนท่องราตรีไม่เว้นแต่ละคืน และเคยใช้เงินมากที่สุดภายในวันเดียว 100,000 บาท

“ผมเคยใช้เงินมากสุดวันหนึ่งเป็นแสน ซื้อของจุกจิก เสื้อผ้า ของแต่งรถ เวลาไปเที่ยวก็เลี้ยงเพื่อนทั้งกลุ่ม ยิ่งสมัยนั้นไม่มีตรวจบัตร เด็กขนาดไหนก็เข้าไปเที่ยวได้

 

สงกรานต์ เตชะณรงค์
สงกรานต์ เตชะณรงค์

 

สงกรานต์ เตชะณรงค์
สงกรานต์ เตชะณรงค์

ตอน นั้นยาอีกำลังระบาด เขาใส่มาในน้ำ ผมก็ไม่รู้ แต่อยากลอง ในสังคมตอนนั้นทุกคนก็ใช้มันเป็นยาปาร์ตี้ กินแล้วเหมือนคนเมาเหล้า ตอนนั้นเด็กๆ ก็คิดถึงแค่ตัวเอง ไม่ได้คิดถึงหรือสนใจคนรอบข้าง คิดเพียงว่าไม่ได้เดือดร้อนใคร แต่กลายเป็นว่าทั้งครอบครัวเป็นทุกข์เพราะผม

“ช่วงนั้นหลงผิด เห็นพ่อแม่เป็นทุกข์ก็รู้สึกกดดันมาก
ผมมีความสุข แฮปปี้ แต่คนอื่นไม่มีความสุข ทำให้พ่อกับแม่ร้องไห้ ความรู้สึกแย่ๆ มันเริ่มสะสม ก็คิดได้ว่าเราก็โตแล้ว น่าจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีกว่านี้ ยิ่งผมเป็นลูกคนโตด้วย ชีวิตผมมันก็ผิดพลาดไปบ้าง (หัวเราะ) แต่ไม่โทษใคร คงต้องโทษตัวเองที่อยากไปแบบนั้นเอง ตอนนั้นไม่มีใครบังคับได้ ผมเลยตามใจพ่อแม่ ขอไปต่อไฮสกูลที่ประเทศอังกฤษ จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาตรีด้านการเงินที่นิวซีแลนด์

“ตอนแรกไปเรียนผมต้องการให้จบเร็วที่สุด จะได้หนีจากนิวซีแลนด์กลับเมืองไทย (หัวเราะ) เพราะช่วงนั้นผมยังผูกพันกับเพื่อนๆ ในเมืองไทย แต่พออยู่นิวซีแลนด์ไปสักพักก็ถือว่าโชคดีได้เจอสังคมเพื่อนที่ดี มีอะไรให้ผมได้เรียนรู้อีกเยอะมาก พอเรียนจบ พ่อให้มาสานต่อธุรกิจ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ผมผ่านชีวิตวัยรุ่นแบบหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นบทเรียนที่ทำให้ได้เรียนรู้ และจะไม่ยอมให้ผิดพลาดแบบนั้นอีก” เขาเอ่ยถึงบทเรียนที่ไม่เคยลืมแม้จะผ่านมาเป็น10 ปี

สงกรานต์ เตชะณรงค์
สงกรานต์ เตชะณรงค์

แม้ ที่ผ่านมาจะพบบทเรียนสอนใจมากมาย การดำรงชีวิตในปัจจุบันนี้จึงเรียบง่าย ตื่นนอน 6-8 โมงเช้า ลุกขึ้นมาออกกำลังกายด้วยการชกมวย หลังจากนั้นเริ่มต้นทำงาน เดินสายตรวจงานทุกโครงการ รวมทั้งพูดคุยปัญหากับพนักงาน

“ผมคิดว่าถ้าเราหมั่นไปพูดคุยกับพนักงานบ้างอาจทำให้เขาไม่ลืมในเรื่องของ วินัยที่จะต้องปฏิบัติกับลูกค้าอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ความใกล้ชิดกับลูกน้องในความรู้สึกผมถือเป็นส่วนสำคัญมาก ผมจะได้รู้ว่าของอะไรที่ยังขาดหรือเหลือ อะไรที่คิดว่ายังไม่ดีก็ต้องแก้ไข วันนี้ผมสนุกกับงานที่ทำ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผลตอบรับจากลูกค้าก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ท้าทายดี

“บางวันถ้าว่างก็จะไปตีกอล์ฟ 9 หลุม แต่เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้วผมได้ไปแข่งชกมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์ประเทศไทย ไปชกกับตัวแทนหลายมหาวิทยาลัย ผมไปในฐานะตัวแทนโบนันซ่าเลย มีการชกหลายรุ่น แต่ผมชกในรุ่นมิดเดิลเวต (75 กิโลกรัม) คนที่ชนะได้ติดทีมชาติ แต่ผมตกรอบแรก (หัวเราะ) โอกาสไม่รู้จะได้ชกอีกหรือเปล่า ก่อนไปผมตื่นเต้นมากเลย ผมฝึกชกที่โบนันซ่านี่แหละครับ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ฝึกซ้อมของนักมวยทีมชาติ

สงกรานต์ เตชะณรงค์
สงกรานต์ เตชะณรงค์

“ผม เลยมั่วนิ่มไปซ้อมกับพวกเขา ครูก็เลยช่วยสอนให้ ตอนผมไปชกทั้งหมด 4 คนมีคนเข้ารอบได้เหรียญเงินมา 1 คน มันเป็นประสบการณ์ที่ดีของการฝึกด้วยตัวเอง การขึ้นชกแต่ละครั้งต้องควบคุมเรื่องอาหาร ทั้งวิ่งทั้งชกเหนื่อยมากๆ เลย ขนาดผมเคยเป็นทหารมาแล้ว อาชีพนักมวยมันเหนื่อยกว่าเยอะเลย” เขาเล่าถึงวันที่ได้ขึ้นชกมวยน้ำเสียงตื่นเต้น

เรื่องราวชีวิตฟ้าหลังฝนของทายาทเศรษฐีพันล้านที่กำลังทะยานสู่ทำเนียบนัก ธุรกิจรุ่นใหม่ของเมืองไทยจะมีบทสรุปแบบแฮปปี้เอนดิ้งหรือไม่ เราคงต้องติดตามกันต่อไป แต่เชื่อได้ว่าถ้าคนเราลองตั้งใจทำอะไรจริงจัง ความสำเร็จคงไม่ยากเกินกำลังหรอก

ขอขอบคุณบทสัมภาษณ์
สงกรานต์ เตชะณรงค์ ชีวิตฟ้าหลังฝน รูปที่ 7
นิตยสาร Who? Weekly