Plan B ของคนหนุ่ม

Home / In focus / Plan B ของคนหนุ่ม


 Plan B ของคนหนุ่ม 
แผนสำรองในภาวะวิกฤติ  

 

Plan B ของคนหนุ่ม รูปที่ 1   

อะไรคือ Plan B!  พูดแบบหนังฮอลลีวู้ด Plan B ก็คือแผนสำรองในเวลาคับขันหรือฉุกเฉินนั่นเอง ส่วนใหญ่เราจะพบคำนี้ได้ในหนังประเภทเขย่าขวัญชิงไหวชิงพริบซึ่งสถาน การณ์เหมือนภาวะเศรษฐกิจในตอนนี้ไม่มีผิด !   ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับคุณ (จริงๆ ก็ทุกคนนั่นแหละ!)

เราจึงชักชวนผู้ชายนักธุรกิจ 3 คน จาก 3 วงการ มาแลกเปลี่ยนระสบการณ์การเตรียม Plan B หรือแผนสำรองในภาวะวิกฤติในปัจจุบันกัน เชื่อว่าคำแนะนำของผู้มี ประสบการณ์ทั้ง 3 ท่าน น่าจะช่วยอะไรเราได้ไม่น้อยทีเดียว ! เริ่ม ด้วยคำแนะนำเรื่องการออมและการลงทุนอย่างไม่ประมาทจาก ดร. สมจินต์ ศรไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด ตามด้วยแผนสองของอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการของ บีบีดีโอ ประเทศไทย แอนเดรส รักตะสิริ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้บริหารร่วมของบริษัท ธิงคแฟคทอรี จำกัด เอเยนซี่โฆษณาขนาดเล็ก ที่คิดใหญ่ และมากความสามารถ และสุดท้ายกับแผนสำรองของนักธุรกิจหนุ่ม ตัวแทนของนักธุรกิจรุ่นใหม่อย่าง ภูริ หิรัญพฤกษ์ ซึ่งนอกจากงานแสดงแล้วยังแบ่งเวลามาประกอบธุรกิจทั้งธุรกิจเบื้องหลังการ ผลิตรายการ ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งภูริเองยอมรับว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงมาก-แต่ให้ความมั่น คง !

  

    ย้อนกลับไป เมื่อปลายปี 2551 กองทุนเปิดวรรณเอเอ็มสมาร์ทหุ้นระยะยาว (1SMART-LTF) ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของ ดร. สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการ ผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด สามารถให้ผลตอบแทนสวนทางกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ถึง 5.05% อย่างไม่น่าเชื่อ แม้ในขณะนั้น อัตราผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯย้อนหลัง 6 เดือน และ 1 ปี จะเลวร้ายขนาด –53.19% และ -55.06%     

     ดร. สมจินต์ เปรย ถึง มุมมองของตัวเองต่อภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่ทั่วโลกเผชิญอยู่ว่าการทำธุรกิจเหมือนกับการเดินทางขึ้นยอดเขา ต้องเริ่มจากปีนป่ายจากที่ต่ำขึ้นที่สูง เมื่อถึงยอดเขาแล้ว การจะไปยอดเขาลูกต่อไป เราก็ย่อมต้องปีนลงมายังเหวเพื่อจะไต่ไปยังเขาอีกลูกที่วาดหวังไว้ นั่นหมายความว่ามีขึ้นก็ย่อมมีลงเสมอ (เขายกตัวอย่างจากหนังสือ Peaks and Valleys ของ Spencer Johnson) วัฏจักรของเศรษฐกิจก็วนเวียนแบบนี้ ดังนั้น ในภาวการณ์ที่กำลังดิ่งเหวแบบนี้สิ่งที่เราต้องหลีกเลี่ยงก็คือ ความกลัว และต้องไม่มัวแต่ระวังตัวมากเกินไป เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ ขวัญกำลังใจไม่ดี จนเราไม่อยากจะเดินไปข้างหน้า ผมเชื่อลึกๆ ว่า แม้เรารู้ทั้งรู้ว่าเราอยู่ในหุบเหว แต่เราควรจะชวนกันมองไปบนยอดเขาเสมอ แล้วสร้างทุกอย่างให้เดินไปทางนั้น ความคิดแบบนี้จะทำให้ความเป็นหุบเหวมีความสำคัญน้อยลง จนไม่สามารถทำให้เรารู้สึกท้อถอย แต่จะเป็นพลังขับเคลื่อนตัวเราไปข้างหน้าได้

 ฉะนั้น Plan B สำหรับ ผมในยามเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ ก็ย่อมต้องหมายถึง ความพยายามมองหาโอกาสในภาวะวิกฤติ หันมาทำในสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้มันเด่นชัดขึ้นมา สามารถตอบสนองลูกค้าในภาวะแบบนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น เศรษฐกิจตกต่ำ ความเชื่อมั่น ในการจับจ่ายและลงทุนน้อย เงินเฟ้อต่ำ ดอกเบี้ยต่ำ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องย่ำแย่อย่างที่หลายคนคิดนะครับ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นโอกาสให้เราหยิบฉวยมาสร้างรายได้ให้กับองค์กรได้ แผนสำรองในภาวะวิกฤติจึงไม่จำเป็นต้องมีแต่การป้องกันตัวเท่านั้น บีตัวนี้อาจหมายถึง บุกในภาษาไทยด้วย แต่ปีนี้ต้องบุกอย่างระมัดระวังตัวและควรหันมาสร้างพันธมิตรในการดำเนิน ธุรกิจ

 

Plan B ของคนหนุ่ม รูปที่ 2 

ดร. สมจินต์ ศรไพศาล

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด
กลัวได้แต่อย่าถอย

:: FYI ::


โครงการ รวยอัตโนมัติ (Automatic Millionaire Program) เป็นโครงการที่ทาง บลจ. วรรณ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนแก่ผู้เริ่มต้นว่าควรจัดสรรการลงทุนอย่างไร และผู้เชี่ยวชาญของบลจ. วรรณ ยังสามารถนำเงินเดือนส่วนที่แบ่งไว้ตั้งแต่วันที่เงินเดือนออกมาลงทุนอย่าง ต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลตอบแทนในอนาคตอย่างงดงาม
 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

   

 

 Plan B ของคนหนุ่ม รูปที่ 3 

แอนเดรส  รักตะสิริ
บริษัท ธิงคแฟคทอรี จำกัด

React Fast’

—————————————————-

    วิกฤติสร้าง Creativity ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ
เป็นช่วงเวลาที่เราจะ ยิ่งเห็น
Creativity เยอะ
ที่สุดมันมีข้อดีอย่างหนึ่งคือทำให้เราต้องเค้น
ต้องคิดแบบครีเอทีฟสุดๆ ในการทำงานให้โดดเด่น
ด้วยก้อนเงินที่ลดลง ซึ่งถ้าใครไม่ออกมาโชว์
ผลงานผมว่ารอดลำบากแล้วถ้าแบรนด์ไหนหลุดไปเลย ในกรณีที่ว่า
ปีนี้เราไม่มีโฆษณาผมมอง
ว่าเขาอาจจะเข้าใจผิดมองพลาด เพราะ
การแข่งขันก็ยังอยู่
 

       มาดูวงการเอเยนซี่โฆษณา กันบ้างคุณว่าอะไรคือทางออก หรือแผนสำรองของคนในวงการเอเยนซี่โฆษณาในช่วงเวลาที่ลูกค้าเริ่มลังเลที่จะ จ่าย แอนเดรส รักตะสิริ CO-Chief Executive ของ บริษัท ธิงคแฟคทอรี จำกัด (Think Factory) บริษัทเอเยนซี่ขนาดเล็กซึ่งปัจจุบันเพิ่งครบรอบ 2 ปี ยินดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบพอสมควรเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าอาจไม่รุนแรงเท่าเอเยนซี่ขนาดใหญ่ หากเป็นคนในวงการจะรู้ดีว่าแอ นเดรสเคย ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการของ บริษัท บีบีดีโอ กรุงเทพ จำกัด เอเยนซี่โฆษณารายใหญ่ในเมืองไทย แต่ต่อมาเขาเล็งเห็นข้อด้อยของความไม่คล่องตัวในการทำงานจึงตัดสินใจลาออกมา เปิดบริษัทเอเยนซี่ขนาดเล็กแห่งใหม่ในนามบริษัท ธิงคแฟคทอรี จำกัด เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

       “จากประสบการณ์การทำงานในบริษัทใหญ่ ถ้าลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นรายได้สำคัญของบริษัทหลุดไปสักหนึ่งราย ในเมืองนอกก็อาจถึงขนาดปิดยกบริษัทเลยก็ได้ อย่างกรณีเอเยนซี่ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในอเมริกาที่พอลูกค้าไฟเซอร์หลุดไปก็ ถึงกับต้องปิดบริษัทที่ชิคาโกยกบริษัท แต่สำหรับบริษัทขนาดกลางหรือเล็ก ผมมองว่าจะไม่ลำบากเท่าครับ เพราะว่าเวลาเราบริหาร พอร์ตส่วนใหญ่มักจะเป็นพอร์ตที่ไม่ได้ใหญ่โตขนาดนั้น และในความเป็นจริงแล้วในการทำธุรกิจสำหรับผม ผมคิดว่าความคล่องตัวในการบริหารนี่คือแผนแรกเลยนะ ไม่ใช่แผนสำรอง

    ถามเพิ่มเติมว่าคู่แข่งของบริษัทซึ่งเป็นธุรกิจเอเยนซี่ทั้งขนาดกลางและเล็กมากแค่ไหน เขาตอบคำถามได้เฉียบขาดว่า “ผม ว่ามันต้องมาดูกันตรงที่แต่ละบริษัทมีความเป็นมืออาชีพแค่ไหนมากกว่า ในเวลาเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับลูกค้า ซึ่งในฐานะบริษัทเอเยนซี่ขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูง เราพูดได้เลยว่าสามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้แบบถึงลูกถึงคน คือดูแลอย่างใกล้ชิด และ React Fast ได้มากกว่าโดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤติเศรษฐกิจ
—————————————————

    แผนสำรองเฉพาะตัวของ แอนเดรส รักตะสิริสำหรับตัวเอง ถ้าหากเป็นเรื่องส่วนตัว ง่ายๆ ของผมคือจะพยายามไม่สร้างหนี้ อย่างเมื่อก่อน ในช่วงเศรษฐกิจดีๆ เวลานึกอยากเปลี่ยนรถเราก็จะเปลี่ยน เวลาอยากได้ของสักชิ้นก็อาจจะซื้อใหม่ เมื่อ 2 ปีที่แล้วคิดว่าจะซื้อคอนโดฯเก็บไว้ให้คนเช่า แต่ตอนนี้ก็ไม่เอาแล้ว แทนที่จะเสี่ยงก็ต้องเก็บเงินให้ตัวเองก่อน

   อย่างเมื่อก่อนเพื่อนๆ ขายประกันเราก็ซื้อเก็บไว้หมด แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ผมมองว่าการมี Hard Cash หรือตัวเงินเก็บไว้ที่ตัวเองจะดีกว่าส่วนเรื่องเทคนิคในการออมจนกระทั่งสามารถนำเงินออมมาใช้สำหรับเปิดบริษัทได้ คือแทนที่จะใช้เท่าไหร่แล้วเหลือจึงเก็บ สิ่งที่ควรทำคือนำเงินค่าใช้จ่ายเป็นตัวรอง แล้วนำเงินเก็บเป็นตัวตั้ง บางคนบอกว่าควรออมอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน แต่ผมคิดว่า 50 เปอร์เซ็นต์ถ้าจะเก็บจริงๆ ก็เก็บอยู่นะ มันแล้วแต่ว่าเราคิดจะเก็บหรือเปล่าเท่านั้น อย่างช่วง 2 ปีแรกของการเริ่มต้นเปิดบริษัทที่ไม่ได้ซื้อของเพื่อนำเงินมาลงทุนก็รู้สึก อึดอัด แต่พอผ่านช่วงนั้นไปได้ก็ลงตัว

   ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++   

 Plan B ของคนหนุ่ม รูปที่ 4 

ภูริ หิรัญพฤกษ์
นักแสดง-ผู้ผลิตรายการ-นักธุรกิจ
สร้างโอกาสให้ตัวเอง

Plan B ของคนหนุ่ม รูปที่ 5

    
ติดตามอ่านต่อได้ใน 
GM 370 VOL.24 MAY 2009 

         นอกจากเป็นนักแสดงที่มีความสามารถของค่ายเอ็กแซ็กท์ ภูริ หิรัญพฤกษ์ ยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจหนุ่มที่มักจะมีโปรเจ็กต์ธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าสนใจออกมาให้เห็นกันอยู่อย่างต่อเนื่อง สำหรับ ในช่วงเวลานี้นอกจากจะมีงานแสดงรัดตัวแล้ว ภูริยังต้องแบ่งเวลาให้ธุรกิจของตัวเอง ซึ่งได้แก่ ธุรกิจงานเบื้องหลังในฐานะผู้ผลิตรายการในวงการบันเทิง ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กัน  ภูริในบทบาทของนักธุรกิจหนุ่มวัย 31 ปี เล่าถึงธุรกิจของเขาให้เราฟังว่า ผมมีโปรเจ็กต์อยู่ในใจเยอะมากครับ แต่งานแสดงก็ยังคงเป็นงานหลักที่เรารักที่สุด แต่บทไหนที่ไม่ค่อยเปิดโอกาสได้แสดงความสามารถมากนักก็จะปฏิเสธไป ฉะนั้น ในอนาคตงานเราก็อาจจะน้อยลง ตาม Positioning ที่ตั้งไว้ 

    “ในเวลาเดียวกันผมก็จะทำธุรกิจเบื้องหลังในฐานะผู้จัดรายการโทรทัศน์ที่เริ่มทำมาได้ 3 ปี คือ บริษัท AJ Creation จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการต่างๆ เช่น รายการท่องเที่ยวชื่อ View Finder ที่ออกอากาศในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางช่อง 9 โดยเราก็จะมีรายได้หลักของเราคือเราซื้อเวลามา แล้วขายโฆษณาไป ซึ่งผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจเหมือนกัน โดยมีผมเป็นคนขายสปอน-เซอร์และออกไปหาลูกค้าด้วยตัวเอง นอกจากนี้เรายังรับจ้างผลิตรายการต่างๆ โดยผลิตให้กับหลายบริษัทที่มีช่องเคเบิลทีวี ซึ่งผมจะจ้างตัวเองเป็นพิธีกรประจำ เป็นการสร้างรายได้ทางหนึ่งให้กับตัวเองได้เหมือนกัน


 “สำหรับกลยุทธ์ ซึ่งเป็นแผนสำรองส่วนตัวของผม จะเน้นที่การประหยัด ใช้เงินให้น้อยลงแต่ยังคงซื้อกองทุนไว้บ้าง ทำประกันบ้าง ออมบ้างแต่ในเวลาเดียวกันก็ยังมีการลงทุนในส่วนที่เรามั่นใจว่ามีความเสี่ยง แต่น้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนเพิ่มเติมกับธุรกิจของผมเอง รวมทั้งการลงทุนที่ดินเป็นส่วนใหญ่” 

     เวลานี้ภูริกำลังจะทำโปรเจ็กต์รีสอร์ตที่อำเภอปาย จังหวัด แม่ฮ่องสอน แต่ล่าสุดก็ได้เปลี่ยนแผนมาสู่ ‘Plan B’ แทน ที่จะกู้ธนาคารไปทำรีสอร์ต ซึ่งทำให้มีภาระมากขึ้น เขาก็เลือกที่จะใช้ที่ดังกล่าวทำเป็นบ้านพักตากอากาศขายแล้วทำเป็นลักษณะไท ม์แชริ่ง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมาเช่าได้เหมือนมีผู้มาร่วมทุนด้วยกัน

 Technology + Know-How + System Management =    Solution ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดๆ ภูริแนะนำนักธุรกิจรุ่นใหม่และมือใหม่ว่าอย่าลืมนำเทคโนโลยี โนว์ฮาว และวิธีการบริหารจัดการระบบที่ดีเข้ามาช่วย ซึ่งจะลดต้นทุนได้    มากกว่า รวมทั้งควรศึกษาข้อมูลและขยันขอคำปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์ ถึงจะไม่ได้ศึกษาด้านการตลาดมาโดยตรง แต่ความตั้งใจจริงในการทำธุรกิจก็กลายเป็นแผนสำรองได้ไม่ยากจนเกินไป