ค้นตัวตนคนแบบ

Home / In focus / ค้นตัวตนคนแบบ

 ค้นตัวตนคนแบบ  รูปที่ 1

เพียงแค่ก้าวออกจากเวทีการประกวด เดอะสตาร์ 4 ชื่อของหนุ่มหน้าหล่อจากขอนแก่น “รุจศุภรุจ เตชะตานนท์ ก็ดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาในฉับพลัน จากวันนั้นจนถึงวันนี้เรียกว่าความแรงของเขา ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย แถมล่าสุดเขากำลังจะมีอัลบั้มแรกในชีวิตออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันแบบเต็มๆ สมกับที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันมานาน

และเพื่อเป็นการเอาใจแฟนๆ หนุ่มรุจ กันแบบสุดฤทธิ์ บันเทิง “คม ชัด ลึก” จึงไม่รอช้านัดกับหนุ่มหล่อคนนี้ เพื่อมาพูดคุยแบบเจาะลึก ไม่ว่าจะเป็นชีวิตการงาน ที่อีกอึดใจเดียว เขาก็จะมีอัลบั้มเต็มๆ ออกมาให้ได้ฟังกัน ไม่เพียงเท่านั้นเรื่องหัวใจ ที่ครั้งนี้ขอบอกว่า รุจ ได้เผยไต๋สาวในสเปกของเขาแบบไม่มีกั๊กซะด้วย

อัลบั้มแรกในชีวิต
กระแสตอบรับโดยรวมจากงานเพลงที่ปล่อยซิงเกิ้ลออกไปกับ ฟ้าร้องไม่อายใคร เป็นเพลงเร็วเพลงแรก เท่าที่ผมคิดเป็นเพลงเร็วเพลงแรก คงไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างอยู่แล้ว แต่ได้ขนาดนี้ก็โอเค เพราะต่างจังหวัดติดชาร์ตเหมือนกัน พอมาถึงเพลง “เธอเป็นคนเดียวที่ฉันจะรัก”  กระแสตอบรับตอนนี้ก็ค่อนข้างจะดี คือเราไม่ได้หวัง ว่ามันจะดังเท่ากับเพลง “อยู่เพื่อเธอ” ซึ่งปล่อยไปช่วงแรกๆ เพราะนั่นเป็นเพลงประกอบละคร คือโดยรวมผมแฮปปี้กับกระแสงานเพลง

อัลบั้มแรกในชีวิตสะท้อนความเป็นศุภรุจอย่างไรบ้าง
คอนเซ็ปต์อัลบั้มออกแนวผู้ชายโรแมนติก คือทุกเพลงในอัลบั้ม จะเป็นเพลงที่มีเนื้อหาแบบโรแมนติก เป็นผู้ชายอบอุ่น แมนๆ เป็นลักษณะของผู้ชายมากๆ ซึ่งทุกเพลงที่ผมเลือกมาอยู่ในอัลบั้ม ส่วนมากจะเป็นแนวนี้หมดเลย อกหักก็จะไม่ฟูมฟายด่าผู้หญิง อกหักก็แค่อยากไปก็ไป ถามว่าคล้ายคลึงกับผมไหม ไม่คล้ายทั้งหมด ครึ่งๆ เอง คือผมไม่ได้มีความอ่อนหวาน นุ่มนวลตลอดเวลา และไม่ได้เป็นคนโรแมนติกตลอดเวลา จริงๆ ผมก็ชอบเพลงอกหักแบบสไตล์อกหักแรงๆ เหมือนกัน แต่ว่าด้วยภาพ ลุคของเราเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเลือกในสิ่งที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับเราที่สุด แต่ไม่ได้โกหกนะ

ค้นตัวตนคนแบบ  รูปที่ 2

เสียดายโอกาสไหมที่ไม่ได้เล่นละครเหมือนอย่าง ดิว (อลงกรณ์ ต้นหนองดู่) หรือ ต้น (ชยธร เศรษฐจินดา) ที่ได้เป็นนักแสดงแล้ว
ไม่เสียดาย ถ้าถามต้นกับดิวเขาก็จะตอบเหมือนผม คืออยากเป็นนักร้อง แต่ด้วยความที่เขามีโอกาสด้านการแสดงมาก่อน เขาก็อาจได้ทำก่อน แต่เรามีโอกาสได้ด้านการร้องเพลงก่อน เราก็ได้ทำก่อน คือผมตั้งใจที่จะมาเป็นนักร้องจริงๆ ยิ่งตอนนี้กำลังจะมีอัลบั้มด้วย เพราะฉะนั้นอย่างอื่นเก็บใส่กระเป๋าไปก่อน

แสดงว่าคำว่าเสียดายโอกาสใช้กับรุจไม่ได้เลย
ผมไม่เสียดาย ถ้าเสียดายผมคงเล่นละครไปแล้ว (ยิ้ม) คือผมเป็นคนที่คิดอะไร เลือกอะไรแล้ว ถ้ามันจะเสียใจก็ต้องยอมรับ เพราะเราเลือกเอง การที่เราจะทำอะไรสักอย่าง ก็ต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น คือการเป็นนักแสดงใครๆ ก็รู้ว่ามันต้องดังมากกว่า แต่คอนเซ็ปต์การทำงานของผม คือผมไม่ได้ต้องการจะดังมากขนาดนั้น คือเราแค่ต้องการทำในสิ่งที่เราชอบ โดยระหว่างที่เราใช้ชีวิตในการทำงานเราจะมีความสุขกับมัน แต่ถ้าหากว่าเราต้องเล่นละคร เพื่อให้เพลงเราขายได้ วันนั้นมันจะเป็นการบังคับตัวเอง เพื่อให้ได้อีกสิ่งหนึ่ง แต่ความสุขมันอยู่ที่ไหน ถึงมีก็ไม่เต็มที่

ชื่อเสียงควบคู่ข่าวเสีย  เพราะเหตุนี้หรือเปล่าทำให้ถูกมองเรื่องเยอะ เรื่องมาก
มันเป็นเรื่องของเขา ผมก็รู้ตัวเองว่าเป็นคนเรื่องมาก แต่คนเรามีโอกาสไม่เหมือนกัน สิ่งที่เราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง ต้องมาจากความชอบของเรา ถ้าไม่ชอบก็ไม่ทำ เพราะมันเป็นความสุขของเรา หลายคนบอกว่าทำๆ ไปก่อน ถ้าแก่แล้วจะได้พักผ่อน มีอะไรโกยๆ ไว้ก่อน แต่ผมกลับรู้สึก ว่าถ้าเราไม่โกยความสุขตั้งแต่วันนี้ วันหนึ่งตกท่อตาย ความฝันที่อยากทำก็ไม่ได้ทำ ตอนนี้ผมก็แฮปปี้ดีที่ได้เป็นนักร้อง และมีเวลาว่างที่จะทำอย่างอื่นด้วย เพราะผมไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ในวงการบันเทิงไปจนตลอดชีวิต ตั้งใจจะอยู่แค่ช่วงที่เราไหว และอยากทำ แต่ถ้าอิ่มตัว ผมก็จะไปทำธุรกิจที่ผมอยากทำ

ค้นตัวตนคนแบบ  รูปที่ 3

มองว่าตัวเองโชคดีไหมที่ไม่ต้องไขว่คว้าโอกาสมากมายคนเรามีวาสนาไม่เหมือนกัน แต่อยู่ที่แต่ละคนด้วยว่าจะไขว่คว้า หรือกอบโกยขนาดไหน สำหรับผมถือว่าโชคดีมาก แต่เราก็รับเอาไว้ในส่วนที่รับได้ รับไม่ได้ก็ปล่อยไป แต่ที่ผมบอกแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าคนที่กอบโกย คือคนที่โลภนะ แต่หมายความว่าเราทำได้แค่ไหนก็ทำแค่นั้น มีความสุขก็ทำ ถ้าเราเล่นละครไป เราอาจจะคิดว่าไม่น่าเล่นเลย และผมเป็นคนต้องการเวลาส่วนตัวเยอะ มีเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง พักผ่อน เล่นเกม ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ถ้าทำสองอย่างพร้อมกัน ร้องเพลงด้วย เล่นละครด้วย มีงานจ้างอีก ไม่มีเวลาแน่ โอกาสกับเวลาต้องควบคู่กันไป แบบนี้ก็มีความสุขดี

ถ้าวันหนึ่งเพลงออกมาแล้วไม่ดัง ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเท่าไหร่ เราก็ต้องมาพิจารณาตัวเอง ว่าเราผิดหรือพลาดอะไรไป ทำให้เรารู้ว่าเราควรจะเหมาะกับอะไร แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าอัลบั้มไม่ดังแล้วเราต้องไปเล่นละคร มันเหมือนกลับคำตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้าไม่ดังก็ไม่เป็นไร งานเพลงมันเป็นงานศิลปะ ซึ่งปัจจุบันงานศิลปะก็มีเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ แต่ผมยังมั่นใจว่าคนเราต้องมีศิลปะในหัวใจ ถ้าเราชอบอะไรต้องทำแบบนั้น  ถ้าวันหนึ่งไม่ดังก็กลับบ้าน ไม่ยาก (หัวเราะ)

โอกาสจะเล่นละครมีไหม
อย่างน้อยก็เล่นเอ็มวีของตัวเองไง (หัวเราะ) ถามว่ามีไหม มี แต่ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน อย่างที่บอกว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เราตัดสินใจว่าเราชอบมัน หลายๆ คนก็เป็นแบบนี้นะ ตอนแรกอาจไม่ชอบ แต่พอเล่นแล้วอาจจะชอบ ผมก็ไม่รู้ชอบไม่ชอบ แต่ ณ ตอนนี้ไม่ชอบ
 
จริงๆ ผู้ใหญ่ก็ป้อนตั้งแต่ออกจากบ้านเดอะสตาร์แล้ว มีไปเรียนแอ็กติ้ง จริงๆ ตอน แก้วล้อมเพชร เขาก็อยากให้เล่น แต่ผมบอกว่าไม่พร้อม ก็ยังไม่เล่นแล้วกัน ไม่พร้อมไม่ได้หมายความว่าไม่เก่ง คือให้เล่นก็พอเล่นได้ ถึงจะเล่นไม่ดีก็ตาม แต่คนเราถ้าใจอยากมันจะพยายาม ความพยายามจะทำให้เราทำได้ แต่ถ้าไม่อยาก มันก็จะออกมาแย่ เพราะฉะนั้นก็ไม่อยากเอาชื่อเสียงเรา ชื่อเสียงบริษัทมาทิ้ง คือผมก็บอกว่าผมก็เล่นได้นะ แต่ถ้าเล่นแล้วไม่ดี โทษผมไม่ได้นะ แล้วชื่อเสียงบริษัท ชื่อเสียงผม ผมก็รักษาไม่ได้นะ คือถ้าพี่บังคับผมก็จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น

ค้นตัวตนคนแบบ  รูปที่ 4

แบบนี้หรือเปล่าเลยทำให้มีกระแสข่าว “คุณบอยไม่ปลื้ม”  
จริงๆ ก็ต้องมีคนคิดแหละ ที่เราไปปฏิเสธพี่เขา อารมณ์คล้ายๆ หักหาญน้ำใจ ที่เขายื่นโอกาสให้เรา แต่ผมก็พูดด้วยเหตุผลเป็นห่วงมากกว่า คือถ้าเล่นเล่นได้ แต่ผมก็ไม่รับประกันว่าผมจะเล่นดี เพราะไม่มีใจชอบอยู่แล้ว พี่เขาก็เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจผมคงหอบของกลับบ้านไปแล้ว

สิ่งที่ได้มาเสียไป
1 ปีในวงการเป็นอย่างไรบ้าง
ถามว่าได้อะไรมั่ง อย่างแรกก็คือมีผลงานเป็นของตัวเอง สองคือมีคนรู้จักเรามากขึ้น แล้วก็ได้ประสบการณ์หลายๆ อย่าง เช่นการทำงานร่วมกับคนอื่น เพราะปกติผมไม่ค่อยยุ่งกับใคร แรกๆ ก็ยากแต่ก็พยายาม แล้วก็เรื่องของการวางตัว ต้องวางตัวเข้ากับคนอื่นที่เราไม่รู้จัก

สิ่งที่เสียแน่นอน คือเวลาส่วนตัว จากที่ไปเดินห้างฯ โดยไม่มีคนรู้จักก็มีคนมาทัก เราอาจจะจีบสาว ก็พาสาวไปเดินไม่ได้ (หัวเราะ) มีบางอย่างที่เสียไปและก็ต้องแลกกลับคืนมา แต่ก็แฮปปี้

อยู่ในจุดที่เป็นที่รักของคนจำนวนมากทำให้ต้องแบกรับ หรือทำอะไรขัดใจตัวเองบ่อยไหม
พูดตรงๆ คนไทยเนี่ย ส่วนมากถ้าจะอยู่ในวงการได้สบายๆ คือหน้าม่านต้องอย่างหนึ่ง หลังม่านต้องอย่างหนึ่ง แต่ผมหลังกับหน้าจะเหมือนกัน เป็นคนที่ตรง ไม่เสแสร้ง คิดยังไงก็พูดอย่างนั้น ต้องมีคนเกลียดอยู่แล้วแหละ แต่ผมว่าไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก ประจบสอพลอคน คือวงการนี้ดูคนลำบาก ผมเป็นแบบนี้ผมก็แฮปปี้ดี และคนที่เป็นแฟนคลับเขาก็ชอบในสิ่งที่ผมเป็นแบบนี้ ถามว่าอยู่ลำบากไหมก็ลำบากเหมือนกัน คือยังไงก็ต้องรักษาน้ำใจ คือมันต้องมีเวลาคาบเกี่ยวระหว่างเวลาส่วนตัวกับเวลาทำงาน    ช่วงแรกๆ ปรับตัวยากมาก แต่หลังๆ ก็เข้าใจมากขึ้น ว่าแฟนคลับเขาอยากเจอเรานะ อยากถ่ายรูปกับเรานะ 2-3 เดือนแรกลำบากมาก แต่ตอนนี้โอเคแล้ว เพราะมันต้องมีการปรับตัว ปรับความคิดให้ได้เร็วที่สุด

ล่าสุดได้รับรางวัลป๊อปปูล่าร์โหวตจาก “คม ชัด ลึก อวอร์ด” ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมในตัวเราที่มีมากวางตัวลำบากไหม
รางวัลนี้จริงๆ เกิดจากการโหวต มันก็แบกความกดดันไว้ด้วย ก็กังวลนะ เพราะผมรู้สึก ว่าผลงานผมก็ยังไม่เยอะ แต่เราได้รับการคาดหวังขนาดนี้ แต่ผมก็คิดว่ามัน คือกำลังใจที่จะเป็นแรงส่งให้เราตั้งใจทำงานมากขึ้น อย่างน้อยคนก็ชอบที่เราเป็นแบบนี้ แสดงว่าเรามาถูกทางแล้ว เราเลือกทางถูกแล้วก็ทำให้เต็มที่

 ค้นตัวตนคนแบบ  รูปที่ 5

มีวิธีจัดการกับความเครียดอย่างไรบ้าง
 จริงๆ ก็มีเยอะ หลักๆ คือเล่นเกม ออนไลน์กับเพื่อน หรือไม่ก็พักผ่อนด้วยการนอน ดูทีวี ผมชอบใช้เวลาส่วนตัวเป็นหลัก  หรือถ้าเครียด ถ้าเบื่อก็โทรหาเพื่อน ไปหาเพื่อน ก็ช่วยได้ แต่ถ้าสุดท้ายไม่สามารถที่แก้ไขได้ก็จะปรึกษาทีมงาน แต่ส่วนมากผมจะไม่ค่อยปรึกษาพ่อแม่ ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่เกินไปที่จะไปปรึกษา อย่างเช่นเรื่องแฟนคลับ ถ้าเล่าให้แม่ฟังเขาก็แก้ไขไม่ได้ แถมเขาจะปวดหัวด้วย ส่วนมากผมจะคิดเองก่อน ถ้าแก้ไม่ได้ปรึกษาคนที่เขาเคยผ่านเรื่องนี้มา

ดังมากๆ กลัวเหลิงหรือลืมตัวไหม
 มันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า ว่าเราตั้งสถานะของตัวเองขนาดไหน ถ้าเราตั้งว่าเราเป็นนักร้องดัง ผิด ตอนนี้ที่ผมทำคือพยายามทำเป็นคนปกติทั่วๆ ไป คือเรามาจากต่างจังหวัด เรามีไลฟ์ไตล์อย่างหนึ่ง เราก็ใช้ชีวิตปกติ อยู่ต่างจังหวัดนั่งมอเตอร์ไซค์ อยู่กรุงเทพฯ ก็นั่งรถไฟฟ้า เพราะเราอยู่ตรงนี้เดี๋ยวก็ต้องมีคลื่นลูกใหม่เข้ามา พยายามทำในส่งที่เราอยากทำให้ดีเสียก่อน เพราะวันหนึ่งหายไปจะได้ไม่เสียใจที่ไม่ได้ทำ
 คนที่อยู่รอบๆ กาย เขาอาจจะไม่เข้าใจผม เพราะถ้าผมไม่สนิทผมจะไม่ค่อยคุยกับใคร ซึ่งอาจจะถูกมองว่าหยิ่ง แต่อยากจะรู้จริงก็ต้องเข้ามาคุยกันก่อน (ยิ้ม)

หลายคนบอกว่าดังเร็วก็มักจะไปเร็วกลัวหรือเปล่า
 กลัวไหมผมไม่กลัวหรอก เพราะผมไม่ได้คิดว่าตัวเองดัง คือคนที่เป็นนักแสดงกับนักร้องต่างกัน นักร้องวัดกันที่ตัวศิลปินบางส่วน และงานเพลงเป็นหลัก แต่ดาราหรือนักแสดง เขาเรียกว่าใช้รูปทรัพย์ของตัวเองในการพรีเซ็นต์ออกมา วันหนึ่งแก่ไปก็แสดงเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นไปตามวัฏจักร นักร้องก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่าง อย่างศิลปินที่อยู่นานๆ และเขายังอยู่ได้ เขาไม่ได้อยู่เฉยๆ มีการพัฒนาตัวเอง ฝึกฝนตัวเองให้ดีขึ้นไป ถ้าวันหนึ่งเราจะถูกลืมผมไม่เสียใจนะ เพราะวันหนึ่งก็ต้องไปอยู่ดี จะช้าจะเร็วเท่านั้นเอง

หัวใจแบบศุภรุจ
แล้วกับเรื่องหัวใจล่ะวางแผนไว้อย่างไรบ้าง
 วางแผนเอาไว้อยากมีแฟนอยู่แล้ว  คือความรักมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย สำหรับผมในตอนนี้ถ้ามีความรักก็คงช่วยให้กระชุ่มกระชวยแฮปปี้ แต่พอคบไปนานๆ ความกระชุ่มกระชวยก็ลดลง อาจกลายเป็นทะเลาะกันด้วย อยากมี แต่ก็กลัว ถ้ามีแล้วจะทำให้เหนื่อยกับการทำงานมากขึ้น แทนที่จะเป็นกำลังใจกลับกลายเป็นภาระ คือตอนนี้ถ้ามีก็มีได้ แต่ต้องวางแผนว่าต้องเลือกให้ดีที่สุด คือเลือกให้ละเอียดที่สุด ให้คนที่อยู่กับเราเขาเข้ากับเราได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ชอบเพราะน่ารักดีแล้วคบ คืออายุมากแล้ว เริ่มเบื่อที่จะไปรู้จักคนใหม่ๆ มากขึ้น ถ้าจะมีก็อยากมีคนเดียวถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เป็นคู่ชีวิต แต่ก็ตอบไม่ได้ เพราะยังไม่มี ถ้ามีจริงๆ ก็คงจะดี ตอนนี้ก็หาอยู่ ถามว่ารีบไหมก็ไม่รีบ

ค้นตัวตนคนแบบ  รูปที่ 6

ยิ่งมีชื่อเสียงยิ่งเลือกยาก
 ก็มีส่วนอยู่แล้วแหละ อย่างแรกๆ เลยด้วยความที่มีคนรู้จักเราเยอะขึ้น คนก็เข้ามาหาเราเยอะขึ้น ซึ่งก็ต้องมีทั้งคนดีและไม่ดี แต่ส่วนมากผมชอบไปจีบเขามากกว่า เหมือนเราประทับใจแล้วไปจีบ แต่มันก็มีสิ่งที่น่ากลัว คือพอเราไปจีบเขาก็มองว่า รุจ เดอะสตาร์ ก็ต้องคิดว่าเขาชอบเรา เพราะเรามีชื่อเสียงหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้ต้องระมัดระวังกันไป พูดตรงๆ เลย ด้วยการที่เรามีชื่อเสียงเราไปจีบใครเราก็มีโอกาสมากกว่าคนทั่วไป แต่ก็ต้องดูว่าเขาชอบเราด้วยอะไร

เคยอกหักไหม
 เยอะแยะ มากมาย ก็มีบ้าง (ยิ้ม) คนเราไม่จำเป็นว่าต้องสมหวังในความรักตลอดเวลา บางคนเขาก็ชอบคนที่ไม่ใช่แบบเรา บางคนเขาก็ไม่ชอบคนสไตล์แบบเรา บางคนมีแฟนแล้วเราไปชอบเขาก็มี เรื่องอกหักเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายทั่วไป แต่อกหักของผม คือจะเป็นลักษณะไปจีบเขาแล้วถอยเองมากกว่า คือพอก้าวเข้าไปแล้ว รู้สึกว่าคนนี้ไม่น่าจะเหมาะกับเราก็ถอยออกมา และก็อีกกรณี คือเขาเหมาะกับเราแต่ดูแล้วเขาไม่ชอบเราก็ถอยออกมา ผมรู้สึกว่าตัวเองประเมินได้

สเปกสาวในใจรุจ
 ผู้หญิงใช่ไหมครับ (หัวเราะ) ชอบผู้หญิงขาว ไม่อวบ ที่เหลือส่วนมากจะเป็นยังไงก็ได้ อยู่ที่ว่ามองแล้วแฮปปี้หรือไม่และก็นิสัยเข้ากันได้ จริงๆ ก็ยังมีรายละเอียดยิบย่อยมากมาย ต้องให้เห็นเองมากกว่า บางคนเจอครั้งแรกประทับใจมากเลยดูมีสเน่ห์ แต่พอคุยไปสักพักอาจไม่ใช่ ถ้างั้นผมเลยไม่อยากสรุปตายตัว ถ้ามองแล้วชอบก็โอเคมากกว่า

เอาล่ะซี้… รุจ เล่นเผยไต๋มาซะแบบนี้ สาวขาว ไม่อวบ คงยิ้มแป้น ส่วนที่อวบอ้วนไปนิด คงต้องเร่งฟิตแอนด์เฟิร์มหุ่นแบบเร่งด่วนเลยนะเนี่ย

 

ที่มาจาก ค้นตัวตนคนแบบ  รูปที่ 7