มาร์ติน ลินด์สตอรม ผู้สร้างแบรนด์ทรงพลังด้วย รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

Home / In focus / มาร์ติน ลินด์สตอรม ผู้สร้างแบรนด์ทรงพลังด้วย รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

มาร์ติน ลินด์สตอรม ผู้สร้างแบรนด์ทรงพลังด้วย รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส รูปที่ 1  

ชื่อของ “มาร์ติน ลินด์สตรอม” กลายเป็นหนึ่งใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก ซึ่งนิตยสารไทม์ส (Times) ได้เลือกและถือเป็นการยกย่องจากสิ่งที่เขาได้ทำและสร้างขึ้น ผ่าน “ความคิด” ออกมาเป็น “ตัวหนังสือ” ถ่ายทอดแก่ผู้คน โดยเฉพาะเล่มที่ชื่อว่า Brand sense : build powerful brand through touch, taste, smell, sight and sound หรือภาคที่มีการแปลเป็นภาษาไทยคือ “กลยุทธ์สร้างแบรนด์ทรงพลังด้วยรูป รส กลิ่น เสียงและสัมผัส”

เหตุผลที่มาร์ติน ลินด์สตรอม ถูกกล่าวขานเป็นคนดังระดับโลกวันนี้ เพราะเขาเป็นนักการตลาดรุ่นใหม่ ที่ใช้ความรู้สึกของมิติสัมผัสทั้ง 5 คือ รูป รส กลิ่น เสียงสัมผัส ซึ่งเป็นศาสตร์มาจับต้องสร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคกับตราสินค้า

มาร์ติน ลินด์สตอรม ผู้สร้างแบรนด์ทรงพลังด้วย รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส รูปที่ 2  

นั่นคือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ซึ่ง มาร์ติน ลินด์สตรอม บอกว่า ยุคนี้คนรับสื่อโฆษณามากมาย คิดเฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อวัน คำนวณเป็นสัปดาห์ไปถึงปี รวมแล้วโฆษณาที่ผ่านประสาทสัมผัสคิดเป็น 86,500 ครั้ง คนส่วนใหญ่เห็นหรือดูอาจจดจำไม่ได้ทั้งหมด แต่จากงานวิจัย (Global research) แสดงว่าปี 2005 มีคน 1.5% เท่านั้นที่สามารถจำโฆษณาที่ผ่านมาได้ ชี้ให้เห็นว่าบริษัทสินค้าหรือโฆษณาจะต้องคิดค้นกลวิธีทำอย่างไรให้คุ้มค่ากับโฆษณา

และนั่นหมายถึงต้องผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 นับตั้งแต่ “รส” มาร์ติน ลินด์สตรอม เห็นว่า 83% ของข้อมูลข่าวสารที่คนได้รับมาจากการมองเห็น หรือได้กลิ่น ผลวิจัยความรู้สึก การดมกลิ่นจะมีผลตอบสนองต่อมนุษย์ถึง 75% เทียบกับประสาทสัมผัสอื่นๆ

เมื่อเทียบกับ “เสียง” มาร์ติน ลินด์สตรอม พบว่าเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือบริษัท มักจะใช้จ่ายเงินจำนวนมากหมดไปกับการมองเห็นด้วยตา มากถึง 84% เสียง 12.1% กลิ่น 1.9% สัมผัส 0.9% และการลิ้มรส 0.9% อย่างกรณีเปิดคอมพิวเตอร์ทำงาน โปรแกรมไมโครซอฟท์ วินโดว์ส จะมีเสียงดนตรีดังออกมาเป็นเอกลักษณ์ ทำให้คนนึกได้ว่า “อ้อ” นี่ไงใช่เลยวินโดว์ส เป็นการสร้างให้คนผูกพันและรับรู้

ส่วน “กลิ่น” เขาชี้ให้เห็นด้วยว่า ทำไมกลิ่นถึงมีความสำคัญ? กรณีดินสอสียี่ห้อ Crayola ของแท้กับของเทียมทำเลียนแบบจากเมืองจีน ดูด้วยสายตาจะแยกไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างและทำให้ของแท้มีค่ามากๆ ก็คือกลิ่น พอคนได้ดมแล้วจะแยกแยะได้ทันทีเลยว่าอันไหนของจริง อันไหนของปลอม

มาร์ติน ลินด์สตอรม ผู้สร้างแบรนด์ทรงพลังด้วย รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส รูปที่ 3  

ในอนาคตการเทคนิคมุ่งเน้นใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 มากขึ้น โดยจากเดิมที่ให้ความสำคัญกับการมองเห็น 84.2% จะลดลงเหลือ 54.0%
การได้ยินจาก 12.1% เพิ่มเป็น 20.0%
การได้กลิ่น 1.9% เพิ่มเป็น 17.0%
การสัมผัสจาก 0.9% เพิ่มเป็น 6.0%
และการลิ้มรส 0.9% เพิ่มเป็น 3.0%

สุดท้ายด้วย “การสัมผัส” ถ้าบอกว่าให้ลองคลำดู ขวดแก้วรุ่นเก่าของโค้ก ความผูกพันของคนต่อสินค้าการจดจำได้ด้วยการสัมผัสรูปทรง จึงมาเป็นอันดับ 1 ในกรณีของโคคาโคล่า ถัดลงมาคือขวดพลาสติค และกระป๋อง

มาร์ติน ลินด์สตอรม ผู้สร้างแบรนด์ทรงพลังด้วย รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส รูปที่ 4  

มาร์ติน ลินด์สตรอม ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เข้ามาช่วยสร้างแบรนด์มากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรม อาหาร บันเทิง ยา ไอที เทเลคอม ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจที่เติบโตหวือหวา ธุรกิจการเงิน มาช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้น

มาร์ติน ลินด์สตอรม ผู้สร้างแบรนด์ทรงพลังด้วย รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส รูปที่ 5  

นั่นคือ เหตุผลที่ว่าทำไมนิตยสารไทม์สจึงยกให้ มาร์ติน ลินด์สตรอม เป็นกลุ่มคนทรงอิทธิพลของโลกหนึ่งในร้อยของปี 2009

ที่มา มติชน 12 พ.ค. 52

http://www.martinlindstrom.com/