ย้อนรอย 12 ปี ศิริวัฒน์ แซนด์วิช คีย์ซักเซสของคนกำลังจะรวย

Home / In focus / ย้อนรอย 12 ปี ศิริวัฒน์ แซนด์วิช คีย์ซักเซสของคนกำลังจะรวย
ย้อนรอย 12 ปี ศิริวัฒน์ แซนด์วิช คีย์ซักเซสของคนกำลังจะรวย รูปที่ 1

เป็นเวลาเกือบ 12 ปี ที่ชื่อ “ศิริวัฒน์ แซนด์วิช”เป็นที่รู้จักในมิตินักการตลาด นักการผลิต และนักสู้ที่แปลงวิกฤตให้เป็นโอกาส จากที่ล้มเหลวจากธุรกิจหนึ่ง แต่ก็สามารถใชัพลังความคิด แรงกาย แรงใจ มุ่งมั่นสร้างสรรค์อาชีพใหม่จนประสบความสำเร็จ โดยที่ยังมีทิศทางการเติบโตต่อเนื่อง

ถ้ายังจำกันได้ ศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิกุล เป็นคนหนึ่งที่โดนพิษต้มยำกุ้งปี 2540 จากที่เคยเป็นถึง กรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือธนาคารกรุงเทพ หรือบริษัท หลักทรัพย์ เอบีเอ็น แอมโร เอเชีย จำกัด ในปัจจุบันมีทุนจุดทะเบียนสูงที่สุดในเวลานั้น จากนั้นก็ลาออกมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปี 2540 จนขาดทุนยับและเป็นหนี้ก้อนโต

ขนาดที่เรียกตัวเองว่าเป็น “เอ็นพีแอล” รุ่นแรก เศรษฐีที่หมดตัวรุ่นแรกในเวลานั้น

จากวิกฤตในขณะนั้น ศิริวัฒน์ แซนด์วิช ได้เริ่มต้นจากการทำแซนด์วิช คุณภาพดี สดใหม่ พอขายได้ระยะหนึ่งก็พัฒนามาสู่ซึชิ ข้าวห่อสาหร่าย และจากนั้นก็เริ่มทำกิจการเกี่ยวกับกาแฟ ใช้ชื่อว่าคอฟฟี่คอนเนอร์

จากการบรรยายในงานครบรอบ 12 ปี สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย “ประชาชาติธุรกิจ” สรุปคีย์ซักเซสของศิริวัฒน์ แซนด์วิชได้ 3 ประเด็นด้วยกัน คือเรื่องของเน็ตเวิร์กประกอบด้วย เน็ตเวิร์กชาวบ้าน เน็ตเวิร์ก นักธุรกิจ และเน็ตเวิร์กกับสังคม 3 เน็ตเวิร์กนี้ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นทางออกได้ชัดเจนมากขึ้น

 

ย้อนรอย 12 ปี ศิริวัฒน์ แซนด์วิช คีย์ซักเซสของคนกำลังจะรวย รูปที่ 2 

เน็ตเวิร์กชาวบ้าน

ประการแรกเลย การขายของศิริวัฒน์ เน้นของดี มีคุณภาพ การพยายามพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ และที่ขาดไม่ได้คือวัตถุดิบจากกลุ่มชาวบ้าน ช่วยแก้ปัญหาได้ ศิริวัฒน์บรรยายในตอนหนึ่งว่า

เขาเห็นภรรยาทำข้าวห่อสาหร่ายให้ลูกทาน จึงมีแนวคิดว่า ถ้างั้นน่าจะทำซึชิควบคู่กันไป จึงได้ไปเรียนทำซึชิจากกุ๊กญี่ปุ่นที่รู้จัก แต่กุ๊กบอกว่า ซึชิ ข้าวห่อสาหร่ายต้องใช้ข้าวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ศิริวัฒน์มองว่า ควรจะใช้ ข้าวไทย ข้าวเหนียวอีสาน แต่กุ๊กก็ยังแนะว่า ข้าวเหนียวไทยนั้นเหนียวไป เขาจึงทดลองเอาข้าวเหนียวผสมข้าวเจ้า หลังจากนั้น 1 เดือน สูตรเริ่มเข้าที่ ก็เริ่มขายมาเรื่อยๆ ประจวบกับช่วงนั้นป็นช่วงที่ข้าวกล้องกำลังมาแรง ก็เลยหันมาทำซึชิข้าวกล้องห่อสาหร่ายขาย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับลูกค้า

ปัญหาก็คือข้าวที่ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตไม่มีการคัดกากหินกรวดออก พอดีรู้จักกับกลุ่มเกษตรกรมาจากตำบลท่าเมือง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี จึงลองหันมาเจรจากับกลุ่มชาวบ้านให้ช่วยคัดกรวดออกด้วย ตนก็จะรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง และเตรียมที่จะขยายไปสู่น้ำข้าวกล้องงอก โดยใช้แบรนด์ของศิริวัฒน์ แซนด์วิช จากปัญหากรวดที่เป็นปัญหาใหญ่ เมื่อมีการเจรจากับกลุ่มเกษตรกรถึงคุณภาพที่ต้องการแล้ว ปัญหาดังกล่าวก็แทบจะหมดไป ในอีกทางหนึ่งเป็นการช่วยกลุ่มแม่บ้านบางส่วนที่ไม่มีงานทำให้มีรายได้เพิ่มอีกด้วย

ควบคู่กับการออกโปรดักต์ใหม่ ข้าวกล้องเกษตรอินทรีย์ ห่อสาหร่าย เขาใช้ข้าวเกษตรอินทรีย์จากอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ที่นี่มีแปลงปลูกข้าวกล้องอินทรีย์ จึงทดลองนำไปขาย 100 แพ็ก เพียงแค่ 2 อาทิตย์ก็หมด วันนี้ศิริวัฒน์เล่าว่า 7 เดือนขายไปเกือบ 2 ตันแล้ว และคาดว่าในปี”52 นี้เขาน่าจะขายได้กว่า 2 ตันไปแล้ว

 
ย้อนรอย 12 ปี ศิริวัฒน์ แซนด์วิช คีย์ซักเซสของคนกำลังจะรวย รูปที่ 3 

เน็ตเวิร์กนักธุรกิจคอฟฟี่ คอนเนอร์

จากแซนด์วิชขยายต่อเป็นซึชิ และเดินหน้าต่อเป็นธุรกิจที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กันและกัน

ศิริวัฒน์ แซนด์วิช เปิดร้านกาแฟร้านแรกที่โรงพยาบาล บี เอ็น เอช ซอยคอนแวนต์ ถนนสีลม โดยใช้กาแฟจากบริษัท คอฟฟี่ เวิร์ค จำกัด (Coffee WORKS) ซึ่งเป็นเพื่อนกันรับมาขายอีกทีหนึ่ง เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ข้อแม้อย่างเดียว ก็คือต้องมีอราบิก้าไทยมาผสมกับกาแฟของแอฟริกาด้วย

ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขา ที่โรงพยาบาลบี เอ็น เอช โรงพยาบาลกรุงเทพ ฟอร์จูนทาวน์ และแฟชั่นไอส์แลนด์ เดือนเมษายน เตรียมจะเปิดที่โรงพยาบาลปิยะเวท และเดือนพฤษภาคม เตรียมจะเปิดที่เซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี ซึ่งคาดว่า ไม่น่าจะต่ำกว่า 10 สาขาในสิ้นปีนี้

กลยุทธ์ก็คือร้านของเราไม่ใหญ่เกินไป ใช้พื้นที่ไม่เกิน 30-50 ตารางเมตร แนวคิดคือลงทุนน้อย คนซื้อแล้วก็ไป ราคาถูก เน้นจำนวนแก้ว

ปัจจุบันสินค้าภายในร้านเอาต์ซอร์ซมาเกือบทั้งหมด อาทิ น้ำลูกเดือย P Life แม่เล็ก ฟูดส์ โปรดักต์ จากพะเยา น้ำมะเกี๋ยงจากผู้ประกอบการที่เชียงใหม่ น้ำลูกเดือย จากอุบลราชธานี ข้าวกล้อง ออร์แกนิก จากโครงการเกษตรอินทรีย์ สนามบินสุโขทัย บางกอก แอร์เวย์ส อ.สวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

เน็ตเวิร์กสังคม

อีกหนึ่งเน็ตเวิร์กที่เชื่อมต่อระหว่างคนในสังคมและธุรกิจแบบเกื้อกูลกัน เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา โครงการสร้างเถ้าแก่น้อย โดยจะเริ่มโครงการช่วงปิดเทอมใหญ่ ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และตุลาคมของทุกปี 5 ปีที่ผ่านมามีเด็กเข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 100 คน และ 70 เปอร์เซ็นต์ของเด็กมาจากโรงเรียนใน ภาคอีสาน โดยมีรายได้วันหนึ่งตกราว 250-450 บาท

เด็กที่มาขายในวันนี้ ศิริวัฒน์บอกว่าไม่ใช่แค่ขาย แต่จะสอนให้เป็นเถ้าแก่ เช่น การจัดสต๊อก ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า การพูด การประพฤติตนตอนขายแซนด์วิช สอนแม้กระทั่งความกตัญญู กำไรวันแรกให้พ่อแม่ ส่วนกำไรวันต่อไปจะบริหารอย่างไร และเก็บอย่างไร สุดท้ายสอนให้รู้จักช่วยเหลือเพื่อน หลังจากหมดโครงการในปีที่ผ่านมา เด็กๆ มีเงินเก็บประมาณ 12,000-18,000 บาทเลยทีเดียว

ในช่วงที่เศรษฐกิจบ้านเราไม่เติบโตเท่าที่ควร ธุรกิจเล็กๆ อย่างศิริวัฒน์ แซนด์วิช เริ่มขยายตัวอย่างช้าๆ อย่างที่เขาเคยบอกทุกครั้งว่า อยากจะนำบริษัทเข้าตลาด MAI ในอนาคต

สิ่งที่เหลือตอนนี้ก็คือรอดูว่า โมเดลใหม่ของศิริวัฒน์ แซนด์วิช ในการนำเอาทรัพยากรภายในประเทศมาใช้ รวมถึงเน็ตเวิร์กระหว่างเอสเอ็มอี ชุมชนที่เขาได้ทำอยู่นี้จะตอบโจทย์ภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้ได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้น

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 23มีนา52

เว็บไซต์ ศิริวัฒน์ แซนด์วิช http://www.sirivatsandwich.com/