ทหารหนุ่มมาดเข้ม พ.ต.วันชนะ สวัสดี

Home / In focus / ทหารหนุ่มมาดเข้ม พ.ต.วันชนะ สวัสดี

ทหารหนุ่มมาดเข้ม พ.ต.วันชนะ สวัสดี รูปที่ 1    

ผู้พันเบิร์ด-พ.ต.วันชนะ สวัสดี จากนายทหารหนุ่มมาดเข้ม รักวิถีชีวิตเรียบง่าย กลายเป็นหนุ่มเนื้อหอม เพราะเขาได้รับเลือกให้รับบทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ทั้ง 3 ภาค ถือเป็นหน้าที่อันทรงเกียรติครั้งหนึ่งในชีวิต ปัจจุบันเขายังมุ่งมั่นรับราชการโดยมีตำแหน่งเป็นรองผู้บังคับกองพัน ทหารม้าที่ 28 จ.เพชรบูรณ์ — หลังจากขะมักเขม้นการถ่ายทำภาพยนตร์ภาค 3 มากถึง 4-5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งคาดจะแล้วเสร็จราวเดือนธ.ค.นี้ วันว่างผู้พันเบิร์ดชอบออกกำลังกายเพื่อเพาะกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่ง เพื่อเข้าฉากสู้กับจระเข้

ต่อไปนี้เป็นอีกแง่มุมอื่นๆ ที่แฟนๆ ยังไม่เคยสัมผัส ทั้งความเป็นนักรบที่เรียบง่าย มุ่งมั่นกับการทำงาน

ผูกพันกับพ่อ : พ่อของผม (พ.อ.อรัญ สวัสดี เสียชีวิตแล้ว) ก็เป็นนายทหารเช่นเดียวกับผม ตอนเด็กๆ ผมอยากเป็นสถาปนิก แต่พ่ออยากให้เป็นทหารก็ลองสอบ สอบถึงสองครั้งจึงสอบติด ดังนั้นพ่อถือเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากรับราชการทหาร ตอนเด็กๆ พ่อสอนผมกับน้องชายแบบปล่อย แต่เฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ พ่อส่งเสริมให้ผมเล่นกีฬาตั้งแต่เด็กๆ แบบอย่างที่ดีของพ่อนอกจากทำงานซื่อสัตย์แล้ว พ่อไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ ส่วนแม่จะสั่งสอนถึงความยากลำบากตอนผมเด็กๆ ทำให้เราอยากเป็นคนดีโดยไม่สร้างภาระให้กับสังคม ตั้งใจเรียนหนังสือ รับผิดชอบต่อหน้าที่ และรับผิดชอบต่อครอบครัว

ต้นแบบ : พ่อเริ่มรับราชการจากการเป็นนายสิบ และไต่ลำดับขึ้นไปเรื่อยๆ พ่อจึงพบกับความยากลำบาก ฐานะตอนเด็กๆ ไม่ร่ำรวย แม่ทำงานทุกอย่างที่ได้สตางค์ เช่น ขายขนม ขายของ แม่เป็นคนขยัน เพื่อช่วยพ่อหาเงินอีกทางหนึ่ง ภาพที่ผมรู้สึกประทับใจในตัวพ่อคือ พ่อเคยไปรบที่เวียดนาม มีภาพพ่อถ่ายกับรถสายพานลำเลียงพลที่ใช้ออกรบ ซึ่งโดนระเบิดแทบไม่เหลือสภาพ พ่อรอดชีวิตมาได้แต่ก็ได้รับบาดเจ็บ ผมนับถือพ่อที่ยอมสละชีวิตเพื่อชาติ พอผมเรียนจบ ผมจึงขอมาทำงานที่หน่วยที่พ่อเคยอยู่ เพราะผมอยากสานฝันของพ่อให้เป็นจริง คือ สร้างความเลื่อมใสศรัทธาให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ผมรับราชการที่นี่นานถึง 9 ปี ผมมักได้ยินคำบอกเล่าจากเพื่อนรวมทั้งเจ้านายเก่าของพ่อ คือ พ่อเป็นคนขยันขันแข็ง ภาพที่ทุกคนชินตา คือ พ่อมีปากกาเหน็บอยู่ที่หูพร้อมทำงานเสมอ ผมจึงอยากทุ่มเททำงานทุกหน้าที่ที่ได้รับ

งานแสดง : งานแสดงเป็นงานที่สนุก นายทหารจะมาได้แสดงหนังเป็นเรื่องยาก ถือเป็นหน้าที่เหนือกว่าความรับผิดชอบทั่วไป ที่เหนือกว่านั้น คือ เป็นพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงอยากเห็นคนไทยสำนึกในประวัติศาสตร์ ตอนนี้ผมก็มีหน้าที่ทั้งด้านการประชาสัมพันธ์ของกองทัพบก รวมทั้งเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรให้คนไทยได้รู้จัก รู้สึกสนุกและไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน

ทหารหนุ่มมาดเข้ม พ.ต.วันชนะ สวัสดี รูปที่ 2  

การ์ดอวยพร : ผมผูกพันกับแม่มากเช่นกัน เนื่องจากพ่อรับราชการต่างจังหวัด แม่จึงเลี้ยงผมกับน้องมาโดยตลอด ทุกๆ วันเกิดของผม แม่จะทำการ์ดอวยพรวันเกิดจากการ์ดเหลือๆ ที่คนอื่นๆ ให้ มาประดิษฐ์เป็นการ์ดใบใหม่ แล้วเขียนคำอวยพรซึ่งล้วนขอให้ผมเป็นคนดีของสังคม เวลาตัดสินใจทำอะไรให้คิดก่อน ให้กำลังใจในการทำงาน บอกให้ผมรักน้อง ดูแลน้อง และมอบให้ผมทุกๆ ครบรอบวันเกิดทุกๆ ปี พอแม่เสียเมื่อปี 2544 ผมไปเปิดตู้เสื้อผ้าของแม่ก็พบการ์ดอีกใบหนึ่งที่แม่เขียนผิด จึงไม่ได้ส่งให้ผม ทำให้ผมรู้สึกประทับใจ และรู้ซึ้งถึงความตั้งใจของแม่ที่อยากให้ผมได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุด การ์ดใบนี้ทำให้ผมถึงกับร้องไห้ ทุกวันนี้ผมเก็บรักษาการ์ดใบนี้ไว้เป็นอย่างดี

ทหารหนุ่มมาดเข้ม พ.ต.วันชนะ สวัสดี รูปที่ 3  

โล่เกียรติยศ : ตอนผมเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ผมได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้านักเรียน พอจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร ผมได้โล่จากโรงเรียนเตรียมทหาร 2 โล่ คือ โล่เกียรติยศ ลักษณะทหารดีเยี่ยม และโล่เกียรติยศ “นักกีฬายอดเยี่ยม” พอผมเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ผมก็ได้รับโล่เกียรติยศอีก 1 ในฐานะเป็นผู้มีความเหมาะสมสูงสุดตลอดการศึกษา 5 ชั้นปีอีก ซึ่งโล่สุดท้ายผมประทับใจมากที่สุด เนื่องจากจะรวมคุณสมบัติทุกอย่าง คือ เล่นกีฬาเก่ง เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ ตลอด 5 ปี และมีเพียง 1 โล่เท่านั้นของแต่ละรุ่น ถือเป็นความภาคภูมิใจมากๆ ซึ่งตอนเรียนจบผมไม่คิดว่าจะได้รับโล่นี้ 

ทหารหนุ่มมาดเข้ม พ.ต.วันชนะ สวัสดี รูปที่ 4  

กล้อง : ผมชอบเทคโนโลยีพอสมควร เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ แต่สำหรับภารกิจของกองพันทหารม้าที่ 28 คือ เตรียมความพร้อมด้านการรบ ทั้งกำลังพล กำลังอาวุธ ยานพาหนะ ฯลฯ เราต้องซ้อมรบเพื่อเตรียมความพร้อมอยู่เสมอๆ ผมจึงมีหน้าที่ไปตรวจพื้นที่ที่จะใช้ซ้อมรบ เพื่อเก็บข้อมูลและนำไปให้หัวหน้าได้ดูพื้นที่ในโอกาสที่หัวหน้าไม่ได้ไปด้วย ฉะนั้นกล้องถ่ายภาพมีความสำคัญ ผมจึงต้องมีกล้องติดตัวไว้ กล้องก็ต้องใช้ง่าย แข็งแรง และทนทาน

หนังสือ : ผมไปไหนจะต้องมีหนังสือติดมือไว้คอยอ่านยามว่าง เมื่อก่อนชอบอ่านปรัชญาชีวิต และแง่คิดมุมมองของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเพื่อนำมาปรับใช้ แต่เมื่อโตขึ้นรู้สึกว่าสังคมซับซ้อนมากขึ้น ในฐานะที่เป็นทหารผมน่าจะรู้เรื่องการบ้านการเมืองให้มากกว่านี้ ปัจจุบันแนวหนังสือที่ผมอ่าน คือ มุมมองความคิดของคนในแง่ต่างๆ หนังสือ 2 เล่มที่อ่านตอนนี้ คือ “อย่าเพิ่ง ปลงใจเชื่อ” เขียนโดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ และ “กองทัพไทยกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่” เขียนโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งสอง เรื่องให้ประโยชน์กับผมทั้งสิ้น

เครื่องประดับ : ผมชอบแว่นตากันแดด เพราะเล่นกีฬากลางแจ้งบ่อย ทั้งเทนนิส ตรวจพื้นที่กลางแจ้งและขับรถ เป็นการดีหากเราจะถนอมสายตาด้วยการใส่แว่นกันแดด ยี่ห้อที่ชอบ คือ โอ๊คเลย์ เพราะน้ำหนักเบา ส่วนเครื่องประดับมีนาฬิกา 2 เรือน ที่จำเป็น รองเท้าชอบใส่รองเท้าผ้าใบอเนกประสงค์ ทั้งเล่นกีฬาและใส่ในชีวิตประจำวัน

สนับมือ : ภาคนี้ผมต้องฟิตกล้ามเนื้อให้เฟิร์ม เพราะมีหนึ่งฉากที่ผมต้องถอดเสื้อสู้กับจระเข้ เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ กล้ามเนื้อก็ต้องฟิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านมุ้ย (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล) กำชับเอาไว้ วันไหนที่ผมไม่มีเวลาเข้าฟิตเนส ผมต้องติดสนับมือไปด้วย เผื่อเวลาว่างจะใส่สนับมือแล้วเอามือเกี่ยวกับเสาเต็นท์ แล้วก็บริหารกล้ามเนื้อช่วงอก หัวไหล่ หลัง และแขนให้คงสภาพไว้ ดึงวันละ 100 ครั้ง

รายงานโดย :วราภรณ์: วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ที่มา โพสท์ทูเดย์
http://www.posttoday.com/