ศก.ซึม ไม่กระทบ แฟนพันธุ์แท้พร้อมควักกระเป๋า ซื้อแบรนด์โปรด

Home / In focus / ศก.ซึม ไม่กระทบ แฟนพันธุ์แท้พร้อมควักกระเป๋า ซื้อแบรนด์โปรด

คำว่า "ลดราคา" กลายเป็นคำฮิตติดตลาดทั่วโลกในช่วงนี้ เพราะทั้งแบรนด์และห้างดังต่างๆ โหมอัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม เพื่อเรียกลูกค้าเข้าร้านกันยกใหญ่ แต่ยังมีลูกค้าบางกลุ่มเป็นเจ้าบุญทุ่ม พร้อมจ่ายแพงเพื่อซื้อแบรนด์ในดวงใจ

เอพี เผยว่า วิดีโฮมยอดฮิตอย่าง "วี" ยังคงขายดีในสนนราคา 249 ดอลลาร์ ขณะที่ "เอวอน" ค่ายเครื่องสำอาง ประกาศขึ้นราคาสินค้าไปหมาดๆ ส่วน ไนกี้ เพิ่งเปิดตัวรองเท้า "แอร์ จอร์แดน" รุ่นล่าสุด ราคา 190 ดอลลาร์ เหมือนกับน้ำดื่มมีดีไซน์ยังขายได้ในราคาแพงถึงขวดละ 3.99 ดอลลาร์

ทั้งนี้ท่ามกลางการลดกระหน่ำของสินค้า แต่ยังมีผลิตภัณฑ์บางรายการที่ไม่เคยลดราคาเลย แม้ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ โดยมีเหตุผลสำคัญ 3 ประการที่เกี่ยวข้องกับ ผู้บริโภค คือ นิสัยเก่าๆ แก้ยาก มีความภักดีต่อแบรนด์สูงมาก ผนวกกับหลักเศรษฐกิจ 101 ว่าด้วยอุปสงค์และอุปทาน ที่ว่า แบรนด์ที่มีคนตามหามากที่สุด สามารถกำหนดราคาดีที่สุดได้ อีกทั้งยังมีสินค้าบางชนิดที่ผู้บริโภคพร้อมทุ่มเงินซื้อไม่ว่าจะลดราคาหรือไม่ หรือจะแพงแค่ไหน

ซึ่ง แคนเดซ คอร์เลตต์ ประธาน ดับเบิลยูเอสแอล สแตรทิจิก รีเทล อธิบายว่า หากเพิ่มคุณค่าให้สินค้ามากพอผู้บริโภคก็พร้อมจ่ายเต็มราคา มีสินค้าบางประเภทที่ไม่สามารถหาสิ่งอื่นมาแทนได้ และหากเพิ่มแบรนด์ลงไปในสินค้านั้น คนจะบอกว่าจำเป็นต้องใช้ของจริง

เช่น แม่บ้านคนหนึ่งยอมจ่ายเงินแพงกว่าเพื่อซื้อนมสดออร์แกนิกให้ครอบครัว พร้อมเล่าว่าตอนนี้ช็อปปิ้งน้อยลงมาก และพยายามมองหาสินค้าลดราคา แต่ไม่ตัดสินค้านี้เพราะเกี่ยวกับสุขภาพ

คิม พิคซิโอลา นักวิเคราะห์ของมอร์นิงสตาร์ เห็นว่า คนทั่วไปจะตัดสินใจว่าจะใช้เงินอย่างไร และในหลายกรณี พร้อมจ่ายเต็มราคาเพื่อซื้อยี่ห้อโปรด สอดคล้องกับคอร์เลตต์ที่บอกว่า บางทีคนอาจจะดื่มโค้กน้อยลง แต่จะไม่เลิกดื่ม

ทั้งนี้บริษัทต่างๆ สามารถเลือกปรับลดราคาสินค้า แทนที่จะโหมโปรโมชั่นลดกระหน่ำครั้งใหญ่ เช่น "โคช อิงก์"ผู้ผลิตกระเป๋าหรูชื่อดังตัดสินใจลดราคาสินค้าราว 10-15% พร้อมขายสินค้าหลายรุ่นถูกกว่า 300 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตามยังมีผู้ค้าปลีกอีกหลายรายยืนยันไม่ลดราคา เพราะเกรงว่าจะทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สั่งสมมานาน อีกทั้งกระทบต่อผลกำไรด้วย และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ร้านอย่าง "อะเบอร์ครอมบี แอนด์ ฟิทช์" และ "แอปเปิล" แทบจะ ไม่ลดราคาสินค้าเลย โดยรายหลังเพิ่ง รายงานผลกำไรเพิ่มขึ้น 2% ในไตรมาสสุดท้ายของปีกลาย อันเป็นอานิสงส์ของ ไอพอดฟีเวอร์ ซึ่งช่วยให้ยอดขายพุ่ง 6%

ด้านเหล่าผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้ค้าปลีกควรระมัดระวังและไม่ควรทำให้ นักช็อปคุ้นเคยกับการลดราคาขนานใหญ่ เพราะจะทำให้คนรู้สึกอยากซื้อสินค้า ราคาเต็มน้อยลง

และเพื่อหลีกเลี่ยงบ่วงดังกล่าว ร้านค้าปลีกบางรายเลือกนำเสนอสินค้าฟรีแก่ลูกค้าชั้นดี ผ่านโปรโมชั่นต่างๆ เช่น "สตาร์บัคส์ คอร์ป" ที่แจกฟรีไซรัปและนมสำหรับเครื่องดื่มบางชนิด กาแฟชงที่เติมได้ไม่จำกัด ตลอดจนบริการอินเทอร์เน็ตฟรี วันละ 2 ชั่วโมง ขณะที่เชนห้างสรรพสินค้าชั้นสูงบางรายจัดเทศกาลช็อปปิ้งพิเศษขนาดเล็กสำหรับลูกค้าแฟนพันธุ์แท้จำนวนหนึ่งเท่านั้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย