นักร้องริมถนน ความสุขที่หาได้ง่ายๆในสังคมวุ่นๆ

Home / In focus / นักร้องริมถนน ความสุขที่หาได้ง่ายๆในสังคมวุ่นๆ
นักร้องริมถนน ความสุขที่หาได้ง่ายๆในสังคมวุ่นๆ รูปที่ 1

  

ขณะกำลังยืนรอรถเมล์อยู่แถวๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ท่ามกลางเสียงรถที่จอแจบนท้องถนน แสงแดดที่ส่องมาจนแสบผิว ผู้คนเดินกันให้วุ่นวาย ทว่า มุมหนึ่งของความรู้สึก ณ เวลานั้น เป็นความรู้สึกแห่งความสุขที่เกิดจากเสียงเพลงอันไพเราะ ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงซึ้งๆ ของพลพล บทเพลงหวานๆ ของแคลอรี่บลาบลา หลายคนฟังแล้วยิ้ม พร้อมทั้งหันรีหันขวางเพื่อมองหาต้นเสียงที่โดนใจ

อาร์ท” กัมปนาท แสงบุญเรือง หนุ่มตาบอด อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดลำปาง เขาแต่งตัวปอนๆ เสื้อยืดกางเกงแค่เข่า แม้เขาจะมองไม่เห็นความสวยงามของโลกใบนี้ แต่ใบหน้าของอาร์ทกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

หลายคนมาที่อนุสาวรีย์เพื่อตั้งใจมานั่งชิวๆ แล้วฟังเพลงอาร์ท อาร์ท ผู้ชายร้องเพลงบนความมืดมิด เขาตาบอดตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เพราะความโชคร้ายประสบอุบัติเหตุตกบันไดศีรษะฟาดฟื้น หลังจากนั้นอาร์ทก็มองไม่เห็นอีกเลย ยังโชคดีที่อาร์ทไม่หมดกำลังใจในชีวิต อาร์ทรักเสียงเพลง และเสียงเพลงทำให้เขาลุกขึ้นมาได้

“ผมชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก พอตาบอดก็ไม่รู้ว่าจะไปทำงานอะไร ผมเลยเลือกที่จะเล่นกีตาร์และร้องเพลง”

อาร์ทออกตระเวนร้องเพลงตามที่ต่างๆ ตั้งแต่อายุ 10 ปี จนอายุ 18 ปีเขาได้มาเล่นดนตรีที่ร้านอาหารแถวๆรังสิต จากนั้นก็ออกมาร้องเพลงเพื่อแลกเงินที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อุปกรณ์ที่ใช้แลกเงินจะมีกีตาร์ไฟฟ้า ลำโพงขยายเสียง และไมค์ เพลงที่ร้องส่วนใหญ่จะเป็นแนวสตริง กับเพื่อชีวิต

“เพลงที่ผมเลือกร้องก็จะเป็นเพลงใหม่ๆ ที่วัยรุ่นชอบฟังกัน อย่างเพลงที่ออกมาใหม่ก็จะซื้อซีดีมาเปิดฟังแล้วใช้เวลาฝึกร้องและเเกะโน้ตกีตาร์ประมาณ 2 วันก็สามารถร้องได้แล้ว ซึ่งวัยรุ่นทั้ง นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่มาให้เงินก็ชมว่าร้องเก่ง เสียงดี บางคนบอกว่ามีความสุขที่ได้ฟังเพลงที่ผมร้อง ได้ยินแบบนี้แล้วมีความสุขมากๆ”

ไม่เท่านั้นนักร้องริมถนนคนนี้บอกว่า หลายครั้งมีคนมาทาบทามให้ไปร้องตามร้านอาหาร หรืองานเลี้ยงสังสรรค์บ้างเหมือนกัน ซึ่งเจ้าตัวก็ยินดีถ้ามีรถรับส่งเพราะเขาไม่สะดวกที่จะเดินทางไปเองเนื่องจากตาบอด

ที่สำคัญเมื่อเร็วๆ นี้มีค่ายเพลงชื่อดังค่ายหนึ่งมาติดต่อให้ไปร้องเพลง แต่ยังอยู่ในขั้นการเจรจา

ไม่ใช่แค่อาร์ท ยังมีนักร้องริมถนนอีกหลายคนที่ขอเอาเสียงเพลงบนความมืดแลกกับเม็ดเงิน

นายวาสนา เชื้อพิมพ์ ชายตาบอดวัย 52 ปี ไม่ใช่แค่เสียงเพลงที่ทำให้หลายคนสนใจ แต่ชีวิตของเขาก็น่าสนใจไม่แพ้เสียงเพลง วาสนาเป็นอดีตอาสาสมัครทหารพรานชาวจังหวัดสระแก้ว ที่ยึดทำเลบริเวณเชิงบันไดเลื่อนรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีจตุจักร ร้องเพลงหาเงินเลี้ยงครอบครัวมากว่า 10 ปี เขาตาบอดเมื่อตอนอายุ 35 ปี ภายหลังจากเข้าเก็บกู้ระเบิดบริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว แล้วเกิดพลาดท่าส่งผลให้ตาบอดและแขนขาด

“มันหมดอาชีพหากินผมเลยหันมายึดอาชีพร้องเพลง เพลงที่ร้องจะเป็นเพลงหมอลำของภาคอีสาน เพลงลูกทุ่ง เพื่อชีวิต อุปกรณ์เครื่องดนตรีก็จะมีไมค์ เทปอัดจังหวะเพลง และเครื่องขยายเสียงพร้อมลำโพง

“ทุกวันจะร้องเพลงไม่ต่ำกว่า 100 เพลง เริ่มร้องตั้งแต่ 06.00-20.00 น. แนวเพลงที่ถนัดก็จะเป็นแนวหมอลำ ของพรศักดิ์ ส่องแสง ไมค์ ภิรมย์พร รวมทั้งเพลงลูกทุง ของชาย เมืองสิงห์ ทูล ทองใจ วิธีการฝึกก็ฝึกร้องด้วยตัวเอง จำทำนอง จังหวะเสียงสูง เสียงต่ำของนักร้องต้นฉบับ แล้วมาปรับเทียบให้เข้ากับเสียงของตัวเอง พอร้องทุกวันก็จะจำจังหวะได้แม่นยำและร้องได้ชำนาญมากขึ้น”

ร้องเพลงเพราะแบบนี้มีเทคนิคอย่างไร แล้วมีแมวมองค่ายเพลงมาติดต่อให้ออกเทปบ้างหรือไม่ วนิพก วัย 52 ปี บอกด้วยน้ำเสียงถ่อมตัวว่า คนที่ให้เงินก็มีเข้ามาชมอยู่เป็นระยะๆ ว่าเสียงดี แต่เทคนิคการร้องก็ไม่มีอะไรมาก มีเพียงจะค่อยจิบยาแก้ไอไว้ และก็รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง”

เสียงดีอย่างนี้ทำให้ไปสะดุดหูเจ้าหน้าที่จากโบสถ์ของศาสนาคริสต์แห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวเพิ่งรับปากจะไปร้องบันทึกเสียงบทสวดขอพรพระเจ้าให้ด้วย

ไม่ใช่แค่ 2 คนนี้เท่านั้น ยังมีนักร้องริมถนนอีกหลายคนที่พร้อมจะมอบความสุขเล็กๆ ให้กับคนในสังคม ไม่ใช่แค่เสียงเพลงเท่านั้นที่น่าสนใจ ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่เชื่อคุณลองคุยดูแล้วจะรู้