ค้นหาตัวตนในผลงานของสองผู้ก่อตั้ง Tube Gallery แบรนด์ไทยระดับโลก

Home / In focus / ค้นหาตัวตนในผลงานของสองผู้ก่อตั้ง Tube Gallery แบรนด์ไทยระดับโลก

Tube Gallery คือ แบรนด์เสื้อผ้าที่โดดเด่นด้วยแนวความคิดในการหลอมรวมแฟชั่นและวัฒนธรรมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และพร้อมที่จะฉีกทุกกฎเกณฑ์ของการดีไซน์ ผ่านนิยามแห่งคำว่า “The Individual”จากสองดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง ได้แก่ คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และ คุณยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน ส่งผลให้เสื้อผ้าทุกชิ้นออกมาเป็นสไตล์ของตัวเองได้อย่างน่าจดจำ ทำให้ Tube Gallery เป็นที่รู้จักสู่สายตาโลกอย่างมาก ซึ่งในบทสัมภาษณ์นี้ได้กลั่นเอาต้นแบบทางความคิด ที่อาจนำไปสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตให้กับใครอีกหลายคน

ทำไมถึงเริ่มหันมาสนใจเรื่องการออกแบบเสื้อผ้า

คุณเต้ : “มันเป็นเรื่องของความรักความชอบเป็นการส่วนตัว เวลาที่ดูหนังดูละครสิ่งที่จะดูก่อนเลยคือเขาแต่งตัวกันอย่างไร ผมโตมาในยุค 80’s 90’s สมัยที่ยังเป็นเรื่องของ Fashion Magazine ใครจะลงปก ดีไซน์เนอร์เป็นใคร มันเป็นความชอบที่เติบโตมากับตัวเองครับ”
คุณยุ่ย : “สำหรับผมความสนใจมันมาตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากคุณแม่เป็นครูสอนตัดเสื้ออยู่ที่ร้านพรศรีและเราเองก็คลุกคลีเห็นเค้าทำมาตั้งแต่เด็กมันคงซึมซับอยู่ในสายเลือด ประกอบกับสมัยเรียนทั้งผมและคุณเต้ได้เรียนทางด้านศาสตร์ของเธียเตอร์มันเลยได้ปูพื้นฐานทางด้านเสื้อผ้ามาในระดับหนึ่งครับ

คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ Tube Gallery

อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากทำงานทางด้านนี้

คุณเต้ : “สำหรับผมมันเป็นความชอบและความรักในแฟชั่นเป็นการส่วนตัว ตอนเด็กมีความรักอยู่ 2 อย่างคือ การละคร แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบเรื่องของแฟชั่น ซึ่ง ณ วันนี้ Tube Gallery ก็มีโอกาสได้ทำทั้ง 2 อย่างไปพร้อมๆ กัน คือการออกแบบเสื้อผ้าที่ใช้ในการละครทั้งในและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นความรักความชอบมันคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เราเดินมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าเราจะไม่รับการฝึกฝนหรือเรียนรู้มาในรูปแบบที่มีระเบียบแบบแผนมา”
คุณยุ่ย : “ด้วยความที่เติมโตมากับคุณแม่ที่เป็นครูสอน Pattern เลยได้เห็นการทำงานของคุณแม่ตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เราซึมซับว่างานนี้มันมีคุณค่าในเรื่องของศิลปะและการแต่งกาย รู้สึกว่ามันน่าค้นหา ข้อดีของการที่เราไม่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างมีระเบียบแบบแผน มันทำให้เราอยากทำอะไรก็ได้ ที่เราอยากทำ โดยไม่ต้องทำอะไรตามกฎเกณฑ์ และการที่ไม่ทำอะไรตามกฎเกณฑ์ มันก็เป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้เราค้นหาในสิ่งที่คนอื่นอาจมองไม่เห็นก็ได้ เช่น คนอื่นอาจจะบอกว่า 1 + 1 = 2 สำหรับเรา 1 + 1 อาจจะ = 11 ก็ได้”

คุณยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ Tube Gallery

คิดว่าเราแตกต่างอย่างไรจากคนที่ได้เรียนด้านนี้มา

คุณเต้ : “การที่ได้เรียนในระบบก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะคุณจะได้วิธีคิด แต่เมื่อคุณจะค้นหาเรื่องตัวตน มันจะเป็นอีกเวอร์ชันหนึ่งในการสร้างตัวตน เราจะไม่ได้เข้าสู่กระบวนการความคิดที่เป็นระบบ เมื่อเราไม่ได้ติดอยู่กับกฎตั้งแต่ต้น วิธีการของเราก็คือใส่ให้เต็มที่ไปก่อน ปาให้แรงที่สุดไปก่อน แล้วรอดูว่ามันจะเด้งกลับมาถูกทางไหม แล้วถ้ามันกลับมาทางไหน เราก็เอาทางนั้น”
คุณยุ่ย : “สำหรับคนที่ได้รับการเรียนมา วิธีการของเขาก็อาจจะไม่ต้องหาตัวตนในระดับหนึ่ง แต่สำหรับเรา เราใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตที่จะเจอตัวตนที่ชัดเจนของเรา เราใช้เวลาที่จะรู้ว่าทางไหนคือทางของเรา เพราะที่แน่ๆ ทางของ Tube Gallery คือ ทางที่ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าถูกหรือผิด เพราะเราใช้คำนิยามของเราว่าทุกอย่างคือศิลปะ เราทำผลงานของเราวันนี้ให้เป็น Masterpiece ถึงแม้เราจะไม่อยู่ในวันนี้แต่ผลงานของเรายังอยู่ต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นศิลปะจะถูกจดจำแม้พวกเราจะไม่อยู่แล้วก็ได้”

มีวิธีการมองหาความเป็นตัวตน ความเป็น Individual อย่างไรบ้าง

คุณเต้ : “สำหรับผมมองว่าจริงๆ แล้วมันคงไม่มีวิธีการใดในการค้นหาตัวตนหรอก เพราะไม่อย่างนั้นมันคงมีคณะการเรียนการสอนวิธีค้นหาตัวตนยศาสตร์ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของเวลาที่ค่อยๆ เพาะบ่ม คำว่า “Individual” หรือ “ตัวตน” สำหรับเราทั้งคู่ เราใช้เวลากับมันพอสมควร เพราะเราไม่ได้เรียนมา อาศัยครูพักลักจำ อย่างเช่น ช่วงแรกของการทำให้เนื้องานออกมาน่าสนใจ น่าตื่นเต้น มันไม่เหมือนกันสักครั้ง เพราะพวกเรายังไม่เจอตัวตนของตัวเอง เหมือนศิลปินยุค 80’s 90’s ที่ออกเทปมา 6 – 7 เทปก็ยังไม่มีแกนของตัวเองเลยว่าจะเป็นแนวไหน จริงๆ แล้วมันคือเรื่องของเวลา”
คุณยุ่ย : “สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานของผมเลยคือ ทำในสิ่งที่เรารักและเชื่อมั่นในตัวตนของเราเอง เพราะถ้าเกิดเราไปลอกงานจากคนอื่น ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีความเป็นตัวตนของเราอยู่ ฉะนั้นถ้าเราทำในสิ่งที่เรารักและเราหาตัวตนของเราเจอเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเราจะรู้ว่าเราจะเอาอะไรไปสู้กับคนอื่นเขาได้”

เทคนิคอะไรที่ทำให้รู้ว่า อะไรคือสไตล์ที่ใช่สำหรับ Tube Gallery

คุณเต้ : “คำถามนี้เป็นคำถามที่เราเอาไว้ถามตัวเองอยู่ตลอดตั้งแต่เริ่มทำงานแรกๆ คงไม่มีอะไรจะช่วยเราไปได้มากกว่า กาลเวลา เรามีความฟุ้งซ่านมากในการทำงานจนทำให้เราหลุดออกนอกกรอบของตัวเองไปบ้าง และคนรอบข้างเนี่ยแหล่ะที่ค่อยบอกเราว่าความฟุ้งซ่านอะไรของเราที่มันเวิร์ค แล้วอะไรที่เราฟุ้งซ่านแล้วมันไม่บ้า เพราะฉะนั้นเราก็เลยค่อยๆ ใช้กาลเวลาและคนรอบตัวค่อยๆ ปั้นตัวตนเราขึ้นมา”
คุณยุ่ย : “สำหรับผมการที่จะทำงานพวกนี้ได้ สิ่งแรกที่สำคัญเลยคือเราต้องใจรักและทุ่มเทกับมัน เพราะไม่อย่างนั้นเราจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราจะทำมันคืออะไร การที่จะค้นหาตัวตนของเราเจอมันต้องใช้เวลาลองถูกลองผิดกับมัน เวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราได้ใช้เวลาลองจับสิ่งที่ผิดมาทำให้มันถูก จนกลายเป็นผลงานขึ้นมาได้”

อยากให้แนะนำถึงคนที่พยายามค้นหาตัวตนตัวเองให้เจอ

คุณเต้ : “หนึ่ง ให้เวลากับตัวเองเพราะผมมองว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเรายังรับผิดชอบชีวิตตัวเองไม่ได้ การอยากเป็นตัวของตัวเองมากก็จะลำบากหน่อย ต้องให้เวลาเพื่อจะได้ตกตะกอนว่าวันหนึ่งที่เราเริ่มรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ เมื่อนั้นความเป็นตัวตนก็จะชัดเจนขึ้น สอง คือต้องเชื่อมั่นว่าเราเป็นคนอื่นไม่ได้ เราเป็นได้แค่ตัวเอง และสิ่งนี้แหละจะทำให้เรายืนอยู่ได้ยาวๆ ในชีวิต ไม่เช่นนั้นเราก็จะเหมือนคนอื่นที่เปิดหน้าอินสตาแกรมแล้วโพสต์ท่าเหมือนกัน ทำอะไรเหมือนกันไปหมด มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร”
คุณยุ่ย : “อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือความอดทน กว่าเราจะหลุดออกมาจากสิ่งที่ถูกล้อมเอาไว้ได้ต้องอาศัยความอดทนแล้วก็ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสิ่งนี้คุณทำได้ มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นภายในวันเดียว เหมือนการสร้างกำแพงเมืองจีนมันไม่ได้เสร็จภายในวันเดียว มันอาจจะใช้เวลาเป็นพันปีหรือพันวันก็ได้ เพราะฉะนั้นต้องเชื่อมั่นในตัวเองว่าคุณทำได้ แล้วคุณจะทำมันได้จนถึงจุดหมาย”

คุณเต้ : “ขอเสริมอีกนิดหนึ่งว่าเราทำแฟชั่นมาก็ถือว่านานพอสมควรแล้ว มีคนเก่งกว่าเราเยอะมาก คนนั้นเรียนจบจากที่นู่นที่นี่ คนนั้นทำเสื้อผ้าสวยจังเลย แต่เขาอาจจะไม่ได้มาอยู่ถึงวันนี้ เพราะอะไร เพราะเราไม่ได้สวยอย่างเดียว เราสวยแล้วเราทน เราต้องทน เราต้องมีความอดทน”
คุณยุ่ย : “เวลาเราทำโชว์ก็มักจะมีคนคอมเม้นว่างาน Tube Gallery เป็นอย่างนั้น อย่างนี้ เรารับฟังและเอาคำเหล่านั้นมาสร้างสรรค์เป็นผลงาน เอาพูดของเขาเหล่านั้นมาสร้างเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงานที่เป็นตัวของเราที่ชัดเจน แล้วตอกย้ำกลับไปว่าเนี่ยแหละเราทำได้”

“ถึงแฟชั่นจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่สไตล์ไม่เคยเปลี่ยน”

บทสัมภาษณ์จากเรื่องราวของ EXPERIENCE THE 7 แคมเปญที่สะท้อนให้เห็นถึงอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ที่อยู่ในสายเลือดของ BMW โดย BMW Thailand กับบุคคลต้นแบบแห่งความกล้าที่จะแตกต่างและฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ อย่างสร้างสรรค์ ในแบบฉบับของ คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และ คุณยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Tube Gallery ที่อาจเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตของคุณให้ไม่เหมือนเดิมไปตลอดกาล